เบี้ยประกันคืออะไร? เรื่องสำคัญที่คนมีรถต้องรู้ก่อนตัดสินใจซื้อความคุ้มครอง
เมื่อพูดถึงการทำประกันภัย คำศัพท์สองคำที่มักจะได้ยินคู่กันเสมอคือ “ทุนประกัน” และ “เบี้ยประกัน” ซึ่งหลายคนอาจจะยังสับสนว่าสองคำนี้มีความหมายแตกต่างกันอย่างไร เบี้ยประกันคืออะไร ทำไมราคาของแต่ละบริษัทถึงไม่เท่ากัน? และเราจะคำนวณความคุ้มค่าได้อย่างไร? ในบทความนี้ SILKSPAN จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียดเกี่ยวกับเบี้ยประกันภัย เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการเงินและเลือกซื้อประกันที่ “คุ้มค่า” และ “เหมาะสม” กับตัวเองที่สุดครับ
Key Takeaways
- เบี้ยประกันคือจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยรถยนต์ต้องจ่ายให้กับบริษัทประกันภัย เพื่อแลกกับความคุ้มครองความเสียหายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
- เบี้ยประกันคือเงินที่คุณจ่ายออกไป ส่วนทุนประกันคือวงเงินความคุ้มครองสูงสุดที่คุณจะได้รับเมื่อเกิดเหตุ
- เบี้ยประกันจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประเภทความคุ้มครอง อายุผู้ขับขี่ ประวัติการขับขี่ และอายุของรถยนต์
- เบี้ยประกันในปัจจุบันมีความยืดหยุ่นสูง สามารถเลือกจ่ายเป็นเงินก้อนรายปี หรือผ่อนชำระรายเดือน 0% เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้
เบี้ยประกันภัยคืออะไร

เบี้ยประกัน คือราคาของความคุ้มครองที่ผู้ซื้อประกันต้องจ่าย หรือในทางเทคนิคหมายถึง จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัย (ลูกค้า) มีหน้าที่ต้องชำระให้กับบริษัทประกันภัยตามสัญญา เพื่อให้บริษัทประกันภัยยอมรับที่จะเข้ามารับความเสี่ยงภัยแทนและมอบความคุ้มครองให้คุณตามระยะเวลาที่กำหนด (โดยปกติคือ 1 ปี สำหรับประกันรถยนต์)
เบี้ยประกันภัยเปรียบเสมือนค่าสมาชิกที่คุณจ่ายเพื่อซื้อความอุ่นใจ โดยคุณสามารถเลือกรูปแบบการชำระได้ตามความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายแบบเหมาจ่ายรายปีทีเดียว หรือการผ่อนชำระเป็นรายเดือนตามโปรโมชั่นของแต่ละบริษัท
ตัวอย่างให้เห็นภาพ : สมมติว่าคุณตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 และต้องจ่ายเงินจำนวน 20,000 บาทต่อปี ให้กับบริษัทประกัน เงินจำนวน 20,000 บาทนี้แหละครับคือ “ค่าเบี้ยประกัน” หรือ “ค่าเบี้ยประกันภัย” ส่วนความคุ้มครองที่คุณจะได้รับกลับมา เช่น หากรถชนเสียหายหนัก บริษัทจะจ่ายค่าซ่อมให้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท ยอด 500,000 บาทนี้จะเรียกว่า “ทุนประกันภัย” (Sum Insured) ซึ่งเป็นคนละส่วนกันครับ
เบี้ยประกันภัยสำคัญอย่างไร
ทำไมต้องให้ความสำคัญกับเบี้ยประกันภัย? คำตอบคือเพราะเงินส่วนนี้คือ “ต้นทุน” ในการบริหารความเสี่ยง การเข้าใจเรื่องเบี้ยประกันจะช่วยให้คุณได้ประโยชน์ดังนี้
- วางแผนการเงินได้ถูกต้อง : คุณจะทราบล่วงหน้าว่าในแต่ละปีต้องเตรียมเงินไว้สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้เท่าไหร่
- เปรียบเทียบความคุ้มค่า : เมื่อคุณทราบราคาเบี้ยประกันจากหลาย ๆ บริษัท คุณจะสามารถนำมาเปรียบเทียบกับความคุ้มครองที่จะได้รับ เพื่อหาจุดสมดุลที่คุ้มค่าที่สุด
- เลือกแผนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ : หากรู้ว่าเบี้ยประกันสามารถผ่อนได้หรือปรับลดได้ตามเงื่อนไข (เช่น ระบุชื่อคนขับ) คุณก็จะมีทางเลือกในการประหยัดเงินในกระเป๋ามากขึ้น
คำนวณเบี้ยประกันภัย ทำได้อย่างไร

หลายคนสงสัยว่าค่าเบี้ยประกันรถยนต์ที่เห็นกันนั้น บริษัทประกันเขาคิดมาจากอะไร? ทำไมรถรุ่นเดียวกันแต่เบี้ยไม่เท่ากัน? การคำนวณเบี้ยประกันภัยนั้นมาจากการประเมิน “ความเสี่ยง” เป็นหลักครับ โดยมีสูตรและปัจจัยประกอบดังนี้
เบี้ยประกันภัยสุทธิ (Net Premium) + อากรแสตมป์ + ภาษีมูลค่าเพิ่ม = เบี้ยประกันภัยรวม
โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการคำนวณเบี้ยประกันภัยคือ
- ลักษณะการใช้รถ : รถที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ย่อมมีความเสี่ยงสูงกว่ารถบ้านส่วนบุคคล เบี้ยจึงแพงกว่า
- ขนาดเครื่องยนต์ (CC) : รถเครื่องยนต์ใหญ่ มักจะมีกำลังเครื่องแรงกว่าและราคาซ่อมสูงกว่า เบี้ยจึงอาจสูงกว่า
- กลุ่มรถยนต์ : รถหรู รถยุโรป หรือรถที่อะไหล่หายาก จะมีฐานเบี้ยประกันที่สูงกว่ารถตลาดทั่วไป
- อายุผู้ขับขี่ : ตามหลักสถิติ ช่วงอายุที่ต่างกันมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุต่างกัน
- ประวัติการเคลม : หากปีที่ผ่านมาคุณขับรถดี ไม่มีเคลม (หรือเป็นฝ่ายถูก) ปีต่อมาคุณจะได้รับ “ส่วนลดประวัติดี” ทำให้เบี้ยประกันถูกลง
ทุนประกันภัยและเบี้ยประกันภัยแตกต่างกันอย่างไร
ประเด็นนี้สำคัญมากและมักสร้างความสับสนให้กับมือใหม่หัดทำประกัน เรามาแยกความแตกต่างให้ชัดเจนกันครับ
- เบี้ยประกันภัย (Insurance Premium) คือ “เงินที่คุณจ่าย” ให้บริษัทประกัน เป็นภาระค่าใช้จ่ายที่คุณต้องรับผิดชอบตามงวดที่ตกลงกัน เพื่อให้กรมธรรม์มีผลบังคับใช้
- ทุนประกันภัย (Sum Insured) คือ “เงินที่คุณได้รับความคุ้มครอง” หรือวงเงินสูงสุดที่บริษัทประกันจะจ่ายให้คุณเมื่อเกิดความเสียหาย
เลือกประกันควรดูที่อะไรบ้าง

เมื่อเข้าใจแล้วว่าเบี้ยประกันคืออะไร การเลือกซื้อประกันให้ฉลาดไม่ใช่แค่การหาประกันเจ้าที่ถูกที่สุด แต่ต้องดูองค์ประกอบอื่น ๆ ควบคู่กันไป ดังนี้
- ความสมเหตุสมผลของเบี้ยและทุน : ลองดูว่าราคาประกันรถยนต์ที่จ่ายไป คุ้มค่ากับวงเงินความคุ้มครองไหม บางที่เบี้ยถูกมาก แต่ทุนประกันต่ำ พอรถชนหนักมาอาจไม่พอค่าซ่อม หรือถ้าโชคร้ายรถหาย เงินที่ได้คืนอาจไม่พอปิดยอดไฟแนนซ์
- เงื่อนไขค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) : บางกรมธรรม์ค่าเบี้ยถูก เพราะมีเงื่อนไขให้เราต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเองเมื่อเกิดเหตุ (เช่น 3,000 บาทแรก) หากคุณมั่นใจว่าขับรถดี นี่คือทางเลือกที่ประหยัด แต่ถ้าเฉี่ยวชนบ่อย อาจจะไม่คุ้ม
- ความน่าเชื่อถือและบริการหลังการขาย : เบี้ยประกันที่จ่ายไป รวมค่าบริการดูแลยามฉุกเฉินหรือไม่? เคลมง่ายหรือไม่? อู่ในเครือเยอะหรือเปล่า? สิ่งเหล่านี้คือมูลค่าแฝงที่อยู่ในเบี้ยประกันครับ
- โปรโมชั่นการชำระเงิน : ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ การเลือกบริษัทที่มีโปรโมชั่นผ่อน 0% หรือการชำระเงินที่ยืดหยุ่น จะช่วยให้คุณบริหารสภาพคล่องทางการเงินได้ดีขึ้น
เบี้ยประกันคือหัวใจของการวางแผนความคุ้มครอง
เบี้ยประกันคือค่าใช้จ่ายสำคัญที่คนมีรถต้องวางแผนและบริหารจัดการให้ดี การเลือกเบี้ยประกันที่เหมาะสมไม่ใช่การเลือกราคาที่ต่ำที่สุด แต่คือการเลือกราคาที่ “จ่ายไหว” และได้รับความคุ้มครองที่ “ครอบคลุม” ความเสี่ยงของคุณมากที่สุด การเข้าใจความแตกต่างระหว่างเบี้ยและทุนประกันจะช่วยให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อของการตลาด และเลือกซื้อประกันได้อย่างผู้รู้จริง
หากคุณกำลังมองหาประกันรถยนต์ที่ให้คุณเปรียบเทียบค่าเบี้ยประกันได้อย่างโปร่งใส SILKSPAN รวบรวมข้อเสนอจากบริษัทประกันชั้นนำกว่า 20 แห่ง มาให้คุณเช็กเบี้ยง่าย ๆ ภายใน 30 วินาที ไม่ว่าจะเป็น ไทยไพบูลย์ประกันภัย, เออร์โกประกันภัย, เจมาร์ท ประกันภัย และอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมบริการผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ได้ทั้งบัตรเครดิตและเงินสด เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองที่ดีที่สุดในราคาที่คุ้มค่าที่สุด
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- Facebook : SILKSPAN
- Instagram : silkspan
- Line Official : @SILKSPAN
- X (twitter) : SILKSPAN
- Youtube : SILKSPAN
- TikTok : silkspan
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเบี้ยประกัน
ทำไมราคาเบี้ยประกันภัยแต่ละบริษัทไม่เท่ากัน?
สาเหตุที่ค่าเบี้ยประกันของแต่ละบริษัทแตกต่างกันทั้งที่เป็นรถรุ่นเดียวกัน เกิดจากหลายปัจจัย ดังนี้
- ความคุ้มครองและทุนประกัน : แต่ละแผนอาจให้ทุนประกันไม่เท่ากัน หรือมีความคุ้มครองเสริม (เช่น เงินชดเชยค่าเดินทาง) ต่างกัน
- ต้นทุนการบริหารงาน : บางบริษัทเน้นบริการพรีเมียม อู่ห้างเยอะ เบี้ยก็อาจสูงกว่า
- กลุ่มเป้าหมาย : บางบริษัทอาจจัดโปรโมชั่นลดราคาสำหรับกลุ่มลูกค้าวัยทำงาน หรือกลุ่มข้าราชการ ทำให้เบี้ยถูกลงเฉพาะกลุ่ม
- ประวัติผู้ขับขี่ : หากระบุชื่อผู้ขับขี่ที่มีประวัติดี อายุมาก หรือสถานะสมรสแล้ว บริษัทมักมองว่ามีความเสี่ยงต่ำและคิดเบี้ยถูกลง
เบี้ยประกันต้องจ่ายตอนไหน?
สามารถเลือกจ่ายค่าเบี้ยประกันรถยนต์ได้ 2 รูปแบบ คือ จ่ายเงินก้อนเต็มจำนวนทันทีที่ตกลงซื้อความคุ้มครอง และผ่อนชำระ โดย SILKSPAN มีบริการผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 10 เดือน สามารถผ่อนได้ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต และการผ่อนเงินสด