ประกันภัยมีกี่ประเภท? สรุปครบ 3 ประเภทตามกฎหมาย คปภ. 2569
ในโลกที่ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้ทุกวัน การประกันภัยจึงเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้คุณรับมือกับความเสียหายโดยไม่คาดฝันได้อย่างมีระบบ แต่หลายคนยังสับสนว่าประกันภัยมีกี่ประเภท แต่ละแบบต่างกันอย่างไร และตัวเองควรเลือกทำประกันแบบไหน บทความนี้สรุปครบทุกประเภทของการประกันภัย ตั้งแต่ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ไปจนถึงประกันภัยทรัพย์สินและความรับผิดตามกฎหมาย เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
Key Takeaways
- ประกันภัยมี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ประกันภัยบุคคล, ประกันภัยทรัพย์สิน และประกันภัยความรับผิดตามกฎหมาย
- ประกันภัยบุคคล ครอบคลุมประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุ เน้นคุ้มครองตัวบุคคลโดยตรง
- ประกันภัยทรัพย์สิน รวมถึงประกันรถยนต์และประกันบ้าน ช่วยชดเชยความเสียหายของสิ่งของและทรัพย์สินมีค่า
- เลือกประกันให้เหมาะกับชีวิต โดยพิจารณาจากความต้องการ ความเสี่ยงส่วนตัว และงบประมาณที่มี
ประกันภัยคืออะไร
ประกันภัย คือสัญญาระหว่างผู้เอาประกันและบริษัทประกัน โดยผู้เอาประกันจ่ายเบี้ยประกันเป็นค่าตอบแทน เพื่อให้บริษัทรับภาระชดเชยความเสียหายหรือความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์
หลักการของการประกันภัย (Insurance) คือการกระจายความเสี่ยงจากบุคคลคนเดียวไปสู่กลุ่มคนจำนวนมาก ทำให้เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ผู้เอาประกันไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพียงคนเดียว
ประกันภัย คือระบบความคุ้มครองที่มีประโยชน์ทั้งในระดับบุคคลและระดับสังคม เพราะช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินที่อาจกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประกันภัยมีกี่ประเภท
ประกันภัยมีกี่ประเภท? โดยรวมแล้ว การประกันภัย ในประเทศไทยสามารถจำแนกการใช้งานได้ 2 รูปแบบหลัก คือ การแบ่งตามมาตรฐานกฎหมาย คปภ. ได้แก่ ประกันชีวิต และ ประกันวินาศภัย
และการแบ่งตามวัตถุประสงค์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ประกันภัยบุคคล ประกันภัยทรัพย์สิน และประกันภัยความรับผิดตามกฎหมาย
โดยแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันทั้งในด้านขอบเขตความคุ้มครองและวัตถุประสงค์การใช้งาน ดังนี้
|
รูปแบบการจำแนก |
หมวดหมู่หลัก | ขอบเขตความคุ้มครอง |
ตัวอย่างกรมธรรม์ |
| 1. แบ่งตามกฎหมาย คปภ. | • ประกันชีวิต
• ประกันวินาศภัย |
คุ้มครองชีวิต การเสียชีวิต การออมเงิน รวมถึงความเสียหายต่อทรัพย์สิน สุขภาพ และอุบัติเหตุ | ประกันชีวิตตลอดชีพ, ประกันภัยรถยนต์, ประกันอัคคีภัย |
| 2. แบ่งตามวัตถุประสงค์การใช้งาน | • ประกันภัยบุคคล
• ประกันภัยทรัพย์สิน • ประกันภัยความรับผิด |
คุ้มครองตัวบุคคล ทรัพย์สินสิ่งของ และความรับผิดชอบต่อความเสียหายของบุคคลภายนอก | ประกันสุขภาพ, ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก |
การแบ่งตามมาตรฐานกฎหมาย คปภ.
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จัดหมวดหมู่ประกันภัยในประเทศไทยตามโครงสร้างกฎหมายออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
- ประกันชีวิต: สัญญาคุ้มครองการเสียชีวิต การมีชีวิตอยู่ ทุพพลภาพ และการสะสมทรัพย์ระยะยาว
- ประกันวินาศภัย: สัญญาคุ้มครองความเสียหายที่เป็นตัวเงินทั้งหมด ทั้งทรัพย์สิน สุขภาพ อุบัติเหตุ และความรับผิดตามกฎหมาย
การแบ่งตามวัตถุประสงค์การใช้งาน
สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไป เพื่อให้เข้าใจง่ายและเลือกซื้อได้ตรงกับความต้องการ ประกันมี 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้
- ประกันภัยบุคคล: คุ้มครองชีวิต ร่างกาย สุขภาพ และอุบัติเหตุ
- ประกันภัยทรัพย์สิน: คุ้มครองความเสียหายต่อสิ่งของ รถยนต์ และที่อยู่อาศัย
- ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมาย: คุ้มครองความเสียหายที่ผู้เอาประกันก่อขึ้นต่อบุคคลภายนอก
ความแตกต่างระหว่างการแบ่งประเภทประกันตาม คปภ. และการแบ่งตามวัตถุประสงค์การใช้งาน
ความแตกต่างสำคัญของการแบ่งประเภทประกันภัยทั้ง 2 รูปแบบนี้ คือ “มุมมองและวัตถุประสงค์ในการจัดกลุ่ม”
โดยการแบ่งตามมาตรฐาน คปภ. เป็นการแบ่งตาม โครงสร้างทางกฎหมายและใบอนุญาตการดำเนินธุรกิจ ของบริษัทประกันภัย ซึ่งเน้นแยกสัญญาระยะยาวผูกพันกับตัวบุคคล (ประกันชีวิต) ออกจากสัญญาระยะสั้นชดเชยตามความเสียหายจริง (ประกันวินาศภัย)
ในขณะที่การแบ่งตามวัตถุประสงค์การใช้งาน เป็นการจัดกลุ่มตาม ความต้องการจริงของผู้เอาประกัน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปกำลังคุ้มครองสิ่งใดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นตัวบุคคล ทรัพย์สิน หรือความรับผิดต่อผู้อื่น
การแบ่งตามวัตถุประสงค์การใช้งานนี้เป็นรูปแบบที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย และเราจะมาให้ข้อมูลรายละเอียดเจาะลึกของแต่ละประเภทในหัวข้อถัดไป

ประกันภัยบุคคล (Insurance of the person)
ประกันภัยบุคคล Insurance คือประกันที่เน้นคุ้มครองตัวบุคคลโดยตรง ครอบคลุมความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับร่างกาย สุขภาพ และชีวิต แบ่งออกเป็น 3 แบบหลัก ดังนี้
ประกันชีวิต
ประกันชีวิต คือการสร้างหลักประกันทางการเงินให้ตนเองและครอบครัว ชดเชยรายได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยประกันชีวิตมี 4 แบบหลัก ดังนี้
- ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ : คุ้มครองตลอดช่วงชีวิต จ่ายเงินสินไหมให้ผู้รับประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต เหมาะสำหรับผู้ต้องการส่งต่อมรดกหรือสร้างหลักประกันให้ครอบครัว
- ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา : กำหนดระยะเวลาคุ้มครองชัดเจน เบี้ยประกันถูกกว่า เหมาะกับผู้ต้องการความคุ้มครองในช่วงเวลาที่มีภาระทางการเงินสูง เช่น ช่วงผ่อนบ้านหรือเลี้ยงดูบุตร
- ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ : ผสมระหว่างการออมเงินและความคุ้มครองชีวิต ได้รับเงินคืนตามเงื่อนไขกรมธรรม์เมื่อครบกำหนด เหมาะกับผู้ต้องการออมระยะยาวควบคู่กับความคุ้มครอง
- ประกันชีวิตแบบบำนาญ : เน้นการออมเงินเพื่อการเกษียณ จ่ายเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนด และเริ่มรับเงินบำนาญสม่ำเสมอเป็นรายปีหรือรายเดือนตั้งแต่อายุ 55-60 ปี ไปจนถึงอายุ 85-90 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนสร้างรายได้ประจำหลังเกษียณ และต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม
ประกันสุขภาพ
ประกันสุขภาพ เน้นคุ้มครองค่าใช้จ่ายทางการแพทย์และค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดการเจ็บป่วย
- ประกันสุขภาพรายบุคคล : คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ค่าผ่าตัด ค่าห้อง และค่ายา ทั้งแบบผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีสวัสดิการหรือต้องการวงเงินความคุ้มครองเพิ่ม
- ประกันโรคร้ายแรง (CI) : จ่ายเงินก้อนเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยด้วยโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคไต เหมาะกับผู้ที่มีประวัติครอบครัวมีความเสี่ยงและต้องการเงินสำรองระหว่างหยุดงาน
- ประกันสุขภาพกลุ่ม: นายจ้างจัดให้พนักงานเป็นสวัสดิการเพื่อกระจายความเสี่ยงและคุ้มครองความเจ็บป่วยเบื้องต้น เหมาะสำหรับองค์กรและพนักงานบริษัท
ประกันอุบัติเหตุ
ประกันอุบัติเหตุ คุ้มครองความเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัยภายนอกและเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน
- ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) : คุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ และค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ ราคาเบี้ยถูกและเหมาะสำหรับทุกวัย
- ประกันการเดินทาง: คุ้มครองอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน เที่ยวบินดีเลย์ และกระเป๋าเดินทางสูญหาย เหมาะสำหรับผู้เดินทางท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ
การประกันภัยทรัพย์สิน (Property Insurance)
ประกันภัยทรัพย์สิน หรือ ประกันทรัพย์สิน คือประกันที่คุ้มครองความเสียหายของสิ่งของและทรัพย์สินที่คุณเป็นเจ้าของ แบ่งเป็นประเภทหลัก ดังนี้
ประกันภัยรถยนต์
ประกันรถยนต์ คือ สัญญารับเสี่ยงภัยแทนเจ้าของรถจากอุบัติเหตุบนท้องถนน แบ่งออกเป็นภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจ ดังนี้
- ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ: คุ้มครองซ่อมรถเรา รถคู่กรณี รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม โดยเฉพาะ ประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่คุ้มครองครอบคลุมที่สุดแม้ไม่มีคู่กรณี นอกจากนี้ยังมีประเภทของประกันภัยรถยนต์ให้เลือกอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2, 2+, 3, 3+
- ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.): กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องทำ คุ้มครองเฉพาะค่ารักษาพยาบาลและการเสียชีวิตของคน เหมาะสำหรับการได้รับสิทธิคุ้มครองขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย
ไขข้อสงสัย: สำหรับคำว่า “ประกันประเภท 5” ที่หลายคนคุ้นหูในวงการรถยนต์ แท้จริงแล้วเป็นศัพท์เทคนิคทางประกันภัยที่ใช้เรียก ประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ ประกันรถยนต์ชั้น 3+ ซึ่งให้ความคุ้มครองซ่อมรถเราเมื่อเกิดอุบัติเหตุชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น
ประกันอัคคีภัย
ประกันอัคคีภัยทั่วไป คุ้มครองความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า และแก๊สระเบิด เบี้ยประกันราคาประหยัด เหมาะสำหรับเจ้าของบ้าน อาคารพาณิชย์ และสถานประกอบการ
ประกันที่อยู่อาศัย
ประกันภัยสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินในบ้าน คุ้มครองครอบคลุมทั้งไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ (น้ำท่วม ลมพายุ) และการโจรกรรมทรัพย์สินมีค่า เหมาะสำหรับเจ้าของบ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม และผู้ผ่อนบ้านกับธนาคาร
ประกันสินค้าทางทะเล
ประกันภัยการขนส่งสินค้า คุ้มครองความเสียหายหรือสูญหายของสินค้าระหว่างการขนส่งทางเรือ เครื่องบิน หรือทางบก เหมาะสำหรับผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก และธุรกิจโลจิสติกส์
ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมาย (Liability Insurance)
ประกันประเภทนี้คุ้มครองความรับผิดชอบที่ผู้เอาประกันมีต่อบุคคลภายนอก กรณีที่การกระทำของตนก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น ได้แก่
ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
ประกันความรับผิดทั่วไป ชดใช้ค่าสินไหมและค่ารักษาพยาบาลแทนผู้เอาประกัน เมื่อไปก่อความเสียหายแก่ชีวิตหรือทรัพย์สินของผู้อื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปและเจ้าของสถานที่เปิดบริการ
ประกันความรับผิดของผู้ประกอบวิชาชีพ
ประกันความรับผิดวิชาชีพเฉพาะทาง คุ้มครองความผิดพลาดจากการปฏิบัติงาน ค่าธรรมเนียมศาล และการถูกฟ้องร้องทางแพ่ง เหมาะสำหรับแพทย์ ทนายความ สถาปนิก และวิศวกร
ประกันความรับผิดของนายจ้าง
ประกันความรับผิดต่อลูกจ้าง คุ้มครองภาระชดเชยของนายจ้างเมื่อลูกจ้างประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วย หรือเสียชีวิตจากการทำงาน เหมาะสำหรับเจ้าของโรงงาน ผู้รับเหมา และผู้ประกอบการที่มีลูกจ้าง
เลือกประกันภัยอย่างไรดี
การเลือกประกันให้เหมาะสมไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่ต้องพิจารณาหลายปัจจัยประกอบกัน ดังนี้
- ประเมินความเสี่ยงของตัวเอง : ก่อนเลือกประกัน ให้ตอบคำถามว่าความเสี่ยงในชีวิตตอนนี้คืออะไร เช่น มีรถยนต์ก็ควรมีประกันรถยนต์ที่เหมาะสม มีบ้านก็ควรพิจารณาประกันอัคคีภัย
- กำหนดงบประมาณที่จ่ายได้ : เบี้ยประกันที่ต้องจ่ายสม่ำเสมอต้องสอดคล้องกับรายได้ ไม่ควรซื้อประกันแพงเกินจนกระทบการออม
- อ่านเงื่อนไขความคุ้มครองให้ละเอียด : โดยเฉพาะข้อยกเว้นที่ประกันไม่จ่าย เพราะบางกรมธรรม์อาจไม่ครอบคลุมโรคที่เป็นอยู่ก่อนหน้า
- เปรียบเทียบหลายบริษัท : อย่าซื้อกับบริษัทแรกที่เจอ ควรเปรียบเทียบวงเงินคุ้มครอง เบี้ย และเงื่อนไขจากหลายแห่งก่อนตัดสินใจ
- เลือกให้ครอบคลุมชีวิต : ไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่าง แต่ควรมีอย่างน้อยประกันสุขภาพและประกันชีวิตเป็นพื้นฐาน จากนั้นค่อยเพิ่มความคุ้มครองด้านอื่นตามความจำเป็น
- ทบทวนประกันทุกปี : ความต้องการด้านประกันภัยเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงชีวิต ควรทบทวนว่าความคุ้มครองที่มียังเพียงพอหรือไม่
ประกันภัยมีประโยชน์อย่างไร

การมีประกันภัยที่เหมาะสมให้ประโยชน์ทั้งต่อตัวคุณและคนรอบข้างในหลายด้าน
1. ประกันภัยบุคคล
- ลดภาระค่ารักษาพยาบาลที่อาจสูงหลักแสนหรือหลักล้านบาท
- สร้างความมั่นคงให้ครอบครัวหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
- ประกันชีวิตบางแบบยังช่วยออมเงินและลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย
2. การประกันภัยทรัพย์สิน
- ชดเชยมูลค่าทรัพย์สินที่เสียหายโดยไม่ต้องใช้เงินสำรองส่วนตัวทั้งหมด
- ช่วยให้เคลมประกันค่าซ่อมรถได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ โดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพียงลำพัง
- ลดความกังวลเรื่องภัยธรรมชาติหรือเหตุการณ์ที่ควบคุมไม่ได้
3. ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมาย
- ป้องกันความเสียหายทางการเงินจากการถูกฟ้องร้องหรือเรียกค่าเสียหาย
- ช่วยให้ผู้ประกอบวิชาชีพและเจ้าของกิจการดำเนินงานได้อย่างมั่นใจ
- ลดความเสี่ยงทางการเงินในระยะยาวสำหรับธุรกิจทุกขนาด
รับข้อเสนอพิเศษ
สรุป ประกันภัยมีกี่ประเภท เลือกให้เหมาะกับคุณ
ประกันภัยมีกี่ประเภทนั้น สรุปได้ว่ามี 3 ประเภทหลักคือ ประกันภัยบุคคล ประกันภัยทรัพย์สิน และประกันภัยความรับผิดตามกฎหมาย แต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์และขอบเขตความคุ้มครองที่แตกต่างกันชัดเจน การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้คุณวางแผนทางการเงินได้อย่างรอบคอบและเลือกประกันที่ตอบโจทย์ชีวิตได้จริง
สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นจากประกันภัยรถยนต์ SILKSPAN พร้อมช่วยเปรียบเทียบแผนประกันจากบริษัทชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, ประกันรถยนต์ 3+ หรือประกันรถยนต์ชั้น 3 เพื่อให้คุณได้ความคุ้มครองที่เหมาะสมในราคาที่คุ้มค่าที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประเภทประกันภัย
ประเทศไทยมีประกันภัยกี่ประเภท
ตามกฎหมาย คปภ. แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ประกันชีวิต และประกันวินาศภัย แต่หากแบ่งตามการใช้งานทั่วไปจะแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ประกันภัยบุคคล ประกันภัยทรัพย์สิน และประกันภัยความรับผิดตามกฎหมาย
เป็นโรคเบาหวานความดัน ทำประกันได้ไหม
ทำได้ โดยบริษัทประกันจะมีเงื่อนไขพิเศษ เช่น อาจยกเว้นความคุ้มครองโรคที่เป็นอยู่ก่อน (Pre-existing Condition) หรือคิดเบี้ยประกันสูงกว่าปกติ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและผลการตรวจสุขภาพ
ซึมเศร้า ทำประกันได้ไหม
ทำได้ โดยต้องเปิดเผยประวัติการรักษาอย่างครบถ้วน บริษัทอาจมีความคุ้มครองข้อยกเว้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต หรือปรับเพิ่มเบี้ยประกันตามระดับความเสี่ยง
ประกันภัยมีกี่ประเภทตามกฎหมาย คปภ.?
มี 3 ประเภทหลักคือ ประกันภัยบุคคล ประกันภัยทรัพย์สิน และประกันภัยความรับผิดตามกฎหมาย แต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์และขอบเขตความคุ้มครองที่แตกต่างกัน
ประกันวินาศภัยกับประกันชีวิตต่างกันอย่างไร?
ประกันชีวิตชดเชยเงินกรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือจ่ายคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา ส่วนประกันวินาศภัยเน้นชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงแก่ทรัพย์สิน ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ หรือไฟไหม้
คนทำงานประจำควรมีประกันอะไรบ้าง?
ควรมีประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงเพื่อเสริมสวัสดิการบริษัท ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล และประกันภัยรถยนต์หากมีการขับขี่รถยนต์เป็นประจำ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- Facebook : SILKSPAN
- Instagram : silkspan
- Line Official : @SILKSPAN
- X (twitter) : SILKSPAN
- Youtube : SILKSPAN
- TikTok : silkspan
