ประกันรถยนต์ชั้น2+ เริ่มต้มเพียงแค่ 609 บาท

เบี้ยประกันภัย คือ อะไร สำคัญอย่างไร มารู้จักกับเบี้ยประกันภัย


เบี้ยประกันภัย คืออะไร

        เบี้ยประกันภัย คืออะไร มีความหมาย และมีความสำคัญอย่างไร สำหรับผู้ที่ทำประกันอาจมีคำถามว่าเบี้ยประกันภัยกับทุนประกันภัยแตกต่างกันอย่างไร และเบี้ยประกันภัยจะราคาถูก หรือแพงขึ้นอยู่กับอะไร เบี้ยประกันภัยสำคัญอย่างไรในการซื้อประกันรถยนต์ วันนี้ SILKSPAN พร้อมจะไขข้อข้องใจให้กับคุณ

 

เบี้ยประกันภัย คืออะไร มารู้จักเบี้ยประกันก่อนตัดสินใจทำประกันรถ

        เบี้ยประกัน หรือ เบี้ยประกันภัย คือ เงินที่ผู้ทำประกันภัยต้องจ่ายให้กับบริษัทประกันเพื่อใช้ซื้อความคุ้มครองแก่สิ่งของ หรือสิ่งที่ต้องการซื้อความคุ้มครองให้ เบี้ยประกันภัยสามารถเลือกจ่ายได้ทั้งแบบรายปี และรายเดือนตามที่ตกลงกันในสัญญา หรือว่าสามารถทำความเข้าใจง่ายๆ ว่าหากมีการซื้อประกันภัยรถยนต์ไปจำนวน 20,000 บาทต่อปี เงิน 20,000 บาทนี้ก็คือ เงินประกัน หรือค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์นั่นเอง ซึ่งเงินจำนวน 20,000 บาทนี้ที่เป็นเบี้ยประกันก็จะต่างกับทุนประกัน ที่จะเป็นยอดที่ทางบริษัทประกันรถยนต์ให้ความคุ้มครองรถยนต์ของเรา โดยทุนประกันภัยรถยนต์ก็จะเริ่มตั้งแต่ 100,000-300,000 บาทขึ้นไปตามวงเงินประกันของรถยนต์แต่ละคัน

 

คลายข้อสงสัย เบี้ยประกันกับทุนประกัน เกี่ยวข้องกันไหม?

        สำหรับผู้ที่เคยสมัครประกันภัย ไม่จะเป็นประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือแม้แต่ประกันรถยนต์เองก็อาจเคยมีข้อสงสัยกันอยู่ว่า “เบี้ยประกัน” และ “ทุนประกัน” มีความเหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร คำทั้งสองคำนี้ดูคล้ายกันจนเกิดความสับสนว่าเป็นสิ่งเดียวกันหรือไม่ SILKSPAN มีคำตอบให้คุณ

เบี้ยประกันภัย คืออะไร

        จำนวนเงินที่จ่ายให้กับบริษัทประกันภัย เพื่อซื้อความคุ้มครองตามแผนประกันภัยที่ต้องการ และได้ทำการเลือกไว้ โดยสามารถเลือกจ่ายเป็นรายปี หรือจ่ายเป็นรายเดือนเป็นงวดๆ ตามกำหนดของตามรายละเอียดในสัญญากรมธรรม์ โดยปกติหากทำการแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ ค่าประกัน หรือเบี้ยประกันภัยก็จะเป็นมีการแบ่งให้จ่ายในจำนวนที่เท่ากันๆ ทุกงวด

ทุนประกันภัย คืออะไร

        และสำหรับทุนประกันภัย เป็นจำนวนเงิน หรือวงเงินที่ได้จากบริษัทประกันภัยในการคุ้มครองในกรณีต่างๆ สำหรับประกันรถยนต์ และจะได้รับเมื่อครบกำหนดสัญญา เมื่อครบกำหนด หรือเสียชีวิตก็จะได้รับเช่นกัน

เบี้ยประกันภัย และทุนประกันภัย แตกต่างกันอย่างไร

        การทำประกันภัยรถยนต์ทุกครั้งก็จะต้องมีการจ่ายค่าประกัน ซึ่งนั่นก็คือ “เบี้ยประกันภัย” ที่จะต้องจ่ายไปเพื่อให้ความได้รับความคุ้มครองตามวงเงิน “ทุนประกันภัย” นั่นเอง การที่รถต้องการการคุ้มครองที่สูงขึ้น เพิ่มมากขึ้น ทุนประกันภัยก็จะสูงขึ้นตามความต้องการ และเงื่อนไขในการคุ้มครองด้วยเช่นกัน และเมื่อทุนประกันภัยเพิ่มสูงขึ้นเพื่อรองรับความคุ้มครองแล้ว เบี้ยประกันภัยก็จะสูงตามไปด้วยยอดความคุ้มครองที่ได้รับเช่นกัน

 

ค่าเบี้ยประกัน

 

เบี้ยประกันจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง

        การซื้อประกันภัยรถยนต์ หลากหลายคนก็มักจะเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ที่มีความคุ้มครองในเงื่อนไขที่ครอบคลุมกับความต้องการที่แตกต่างกัน ยิ่งมีความต้องที่จะให้รถยนต์ได้รับความคุ้มครองที่มาก ทุนประกัน และเบี้ยประกันก็จะสูงขึ้นตามความต้องการด้วยเช่นกัน แต่นอกจากนี้ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อค่าเบี้ยประกันภัยที่สามารถทำให้ค่าเบี้ยเพิ่ม และลดลงไปได้เช่นกัน

ค่าเสียหายส่วนแรก

        สำหรับคำว่าค่าเสียหายส่วนแรก หลายคนอาจกำลังสับสนระหว่างคำว่า “Deduct” กับ “Excess” ทั้งสองคำนี้มีความคล้าย และแตกต่างกันอยู่ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ล้วนมีผลต่อค่าเบี้ยประกัน และค่าเสียหายที่ต้องจ่ายเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน

        ค่าเสียหายส่วนแรก หรือ Deductible เป็นค่าเสียหายส่วนแรกที่สามารถใช้ระบุเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันรถยนต์ได้ สามารถระบุได้ตั้งแต่ 1,000-5,000 บาท สามารถใช้เป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันได้ตามจำนวนที่ระบุ เหมาะสำหรับคนที่ขับรถดี ไม่ค่อยเกิดอุบัติเหตุ แต่จะต้องจ่ายทุกครั้งเมื่อเป็นฝ่ายผิด หรือ เคลมแบบไม่มีคู่กรณี

        ส่วนคำว่า Excess หลายครั้งก็จะถูกเรียกด้วยคำว่า ค่าเสียหายส่วนแรก ด้วยเช่นกัน แต่ก็สามารถเรียกให้เข้าใจได้ง่ายว่า “ค่าเสียหายที่ต้องจ่ายร่วม” ค่า Excess ไม่ต้องระบุจำนวนลงไปในกรมธรรม์ จ่ายค่าส่วนแรก เมื่อเกิดการ “เคลมแบบไม่มีคู่กรณี” หรือ “ไม่สามารถระบุสาเหตุได้” เป็นค่าเสียหายที่จ่ายร่วมกับบริษัทประกัน จ่ายให้ประกัน 1,000 บาท/เหตุการณ์ และสูงสุดไม่เกิน 8,000 บาท/ครั้ง จ่ายตามบริษัทประกันเรียกเก็บ

 

ประกันรถยนต์ชั้น 1 เบี้ยเริ่มต้นที่ 750 บาท

 

อายุหรือประสบการณ์ของผู้ขับขี่

        อายุ และประสบการณ์ของผู้ขับขี่ มีผลต่อการเลือก “ระบุผู้ขับขี่” ลงไปในกรมธรรม์ เป็นการระบุคนขับ เพื่อลดความเสี่ยงในการใช้งาน ยิ่งคนใช้น้อย ก็ยิ่งเกิดความเสี่ยงน้อยลง 

เงื่อนไขในการระบุผู้ขับขี่เพื่อค่าเบี้ยประกันภัย คือ

1.สามารถระบุได้ไม่เกิน 2 คน และต้องมีใบขับขี่ทั้งคู่

2.สามารถระบุผู้ขับขี่ได้เฉพาะรถเก๋ง และกระบะ 4 ประตู

3.ได้รับส่วนลดตามช่วงอายุ โดยคิดส่วนลดจากคนที่อายุน้อยที่สุด

 

ช่วงอายุ

ลดได้

18-24

5%

25-35

10%

36-50

15%
51++

20%

 

        และถ้าหากคนอื่นเอารถของคุณไปขับ เกิดอุบัติเหตุ และฝ่ายคุณเป็นฝ่ายผิด หรือไม่มีคู่กรณี จะต้องเสียค่าปรับตามจริง ไม่เกิน 8,000 บาท แบ่งเป็น 6,000 บาท ค่าเสียหายรถตัวเอง และ 2,000 รถคู่กรณี และหากเกินจาก 8,000 บาทประกันจะเป็นฝ่ายออกให้

ประเภทของรถ

        รถยนต์มีหลากหลายประเภท และหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลต่อค่าเบี้ยประกันด้วยเช่นกัน หากเป็นรถยนต์ที่มีราคาสูง เป็นรถนำเข้า หรือรถยนต์รุ่นพี่ที่ต้องสั่งประกอบ ก็ย่อมที่จะต้องการการคุ้มครองที่

ครอบคลุมในกรณีต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับรถยนต์ได้ ดังนั้นทุนประกันรถยนต์ก็จะมีจำนวนที่สูงขึ้น ซึ่งนั่นก็จะทำให้ค่าเบี้ยประกันรถยนต์สูงขึ้นตามด้วยเช่นกัน

ประวัติการขับขี่รถ

        การขับขี่รถยนต์ในแต่ละปีก็จะถูกเก็บเป็นประวัติด้วยเช่น โดยเฉพาะประวัติเสีย หรือประวัติการเคลมที่จะถูกบันทึกเก็บไว้ทุกครั้งเมื่อมีเกิดการเคลมขึ้นกับรถยนต์คันดังกล่าว แต่สำหรับผู้ที่ขับรถดี ก็มีโอกาสได้รับส่วนลดประวัติดีได้ด้วยเช่นกันด้วยเงื่อนไขดังนี้

1.ทำประกันรถยนต์ต่อเนื่องกับบริษัทประกันเดิม

2.ปีที่แล้วไม่มีการแจ้งเคลมว่าเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี”

3.ประกันรถยนต์ต้องขาดไม่เกิน 3 เดือน

 

%ที่ลด

ปีที่

20% ไม่มีเคลมในปีแรก

30%

ไม่มีเคลม 2 ปีติดกัน
40%

ไม่มีเคลม 3 ปีติดกัน

50%

ไม่มีเคลม 4 ปีติดกัน

 

การต่อประกันก่อนล่วงหน้า

        การต่อประกันก่อนล่วงหน้าก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สามารถทำให้ราคาประกันรถยนต์ถูก หรือลดลงได้เช่นกัน หากยิ่งมีการต่อประกันรถยนต์ล่วงหน้าได้นาน 30-120 วัน ก็จะยิ่งได้รับสิทธิส่วนลดเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

 

ต่ออายุก่อนหมด

(วัน)

6,000 10,000 12,000 15,000

30

70 100 100 200
60 100 200 200

300

90

200 300 300 400
120 300 300 400

500

 

รวมคำถามที่พบบ่อย เบี้ยประกันภัย คืออะไร

        SILKSPAN รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวข้องกับเบี้ยประกันภัยที่จะทำให้คุณเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น

ทำไมราคาเบี้ยประกันภัยแต่ละบริษัทไม่เท่ากัน?

        การซื้อประกันภัยรถยนต์ หลายคนอาจเกิดคำถามขึ้นมาทำการเปรียบเทียบค่าเบี้ยประกันไปว่า ทำไมค่าเบี้ยประกันรถยนต์ของแต่ละบริษัทถึงมีจำนวนที่ไม่เท่ากัน การที่ค่าเบี้ยประกันไม่เท่ากันเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ

ความคุ้มครองที่แตกต่างกัน

        ประกันภัยรถยนต์ของแต่ละบริษัทต่างก็มีรายละเอียดในความคุ้มครอง และทุนประกันภัยรถยนต์ที่แตกต่างกัน ด้วยเรื่องของรายละเอียดต่างๆ ในความคุ้มครอง รวมไปถึงบริษัทพิเศษที่มีให้เฉพาะของแต่ละบริษัทก็จะทำให้ค่าเบี้ยประกันมีราคาที่แตกต่างกัน

ซื้อกับที่ไหน

        การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์กับตัวบริษัทเองโดยตรง หรือผ่านบริษัทตัวแทน ก็มีผลเช่นกันกับราคาค่าเบี้ยประกันรถยนต์ บริษัทตัวแทนที่ถูกก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ดี และบริษัทที่แพงเองก็ไม่ได้หมายความว่าจะดีเสมอไป

อายุ / เพศ / สถานะสมรส

        สิ่งเหล่านี้ก็มีผลต่อการขับขี่ อายุน้อยก็อาจมีประสบการณ์ในการขับขี่ที่น้อยกว่า มีความใจร้อนมากกว่า เหมือนกับคนที่สถานะสมรสแล้ว ไม่ได้เป็นคนโสดก็อาจมีความระมัดระวังในการขับขี่มากขึ้น ซึ่งก็จะทำให้ค่าเบี้ยประกันภัยถูก หรือแพงขึ้นได้เช่นกัน

อายุการใช้งานของรถยนต์ที่ทำประกัน

        อายุของตัวรถยนต์มีผลต่อการต่อประกันภัยรถยนต์อย่างแน่นอน สำหรับรถยนต์ที่มีอายุ 1-7 สามารถทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าเกิน 7 ปีแล้วก็อาจจะต้องย้ายไปทำประกันภัยรถยนต์ในชั้นอื่นๆ ซึ่งทุนประกันรถยนต์จะลดลง และมีค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกลงด้วยเช่นกัน

เบี้ยประกันต้องจ่ายตอนไหน?

        ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์จะสามารถเลือกจ่ายเป็นเงินก้อนเมื่อทำการต่อ หรือทำประกันรถยนต์ได้ในทันที หรือก็สามารถเลือกผ่อนเป็นรายเดือนเพื่อลดค่าใช้จ่ายได้เช่นกัน สำหรับ SILKSPAN สำหรับเลือกชำระแบบรายเดือน จ่ายรายเดือนสบายๆ โดยไม่ต้องมีบัตรเครดิตก็ได้เช่น และไม่ว่าจะเลือกจ่ายเป็นเงินก้อน หรือผ่อนแบบรายเดือนก็จะได้รับความคุ้มครองตั้งแต่วันแรกที่อนุมัติประกัน

 

สรุปเบี้ยประกันภัย คืออะไร

        สรุปแล้วเบี้ยประกันภัย คือ ค่าประกันภัยรถยนต์ที่คุณต้องจ่าย อาจเป็นเงินก้อนรายปี หรือรายเดือนตามที่ตกลงไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งค่าเบี้ยประกันภัยจะสูง หรือต่ำก็จะต้องขึ้นอยู่กับทุนประกันภัยของรถแต่ละคัน ที่ต้องประเมินจากการใช้งาน สภาพรถ รุ่น รถ ปีที่ผลิตเป็นต้น รวมไปถึงความต้องการในการคลุมครองรถยนต์คันดังกล่าวว่ามีมากน้อยเพียงใด ก็จะทำให้ทุนประกันภัยสูงขึ้น และเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นตามด้วยนั่นเอง

 


เขียนโดย : Ecomoney
เผยแพร่วันที่ : 06/02/2023
โปรโมชั่นแนะนำ
“เช็คเบี้ยกับเราซิคะ”