privacy-policy

นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)

บริษัท ซิลค์สแปน จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซิลค์สแปน อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์เรจ จำกัด (รวมเรียกว่า “กลุ่มบริษัทฯ”) ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลอื่นอันเกี่ยวกับท่าน เพื่อให้ท่านสามารถเชื่อมั่นได้ว่า กลุ่มบริษัทฯ มีความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ จึงได้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงแก่ท่านถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผย (รวมเรียกว่า “ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งดำเนินการโดยกลุ่มบริษัทฯ รวมถึงเจ้าหน้าที่และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ผู้ดำเนินการแทนหรือในนามของกลุ่มบริษัทฯ โดยมีเนื้อหาสาระดังต่อไปนี้

กลุ่มบริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสิทธิในความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และความรับผิดชอบของกลุ่มบริษัทฯ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย (“การประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน กลุ่มบริษัทฯ จึงได้จัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับทราบ ดังนี้

1. บทนิยาม

       “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม
       “ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด ทั้งนี้ ในนโยบายฉบับนี้ จะรวมเรียกข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”

       “พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงประกาศ กฎ ระเบียบ หรือกฎหมายลำดับรองที่อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในการตราขึ้น และตามที่มีการแก้ไขเป็นครั้งคราว

       “คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

       “ประมวลผล” หมายความรวมถึง การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าด้วยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่ก็ตาม เช่น การเก็บรวบรวม การบันทึก การจัดระบบ การจัดโครงสร้าง การเก็บรักษา การปรับเปลี่ยนหรือการดัดแปลง การรับ การพิจารณา การใช้ การเปิดเผยโดยการส่งต่อ โอน การเผยแพร่ หรือการทำให้สามารถเข้าถึงหรือพร้อมใช้งานโดยวิธีใด ๆ การจัดเรียง การนำมารวมกัน การลบ หรือการทำลาย

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่กลุ่มบริษัทฯ จะเก็บรวบรวม

กลุ่มบริษัทฯ จะทำการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่ได้รับโดยตรงจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ หรือจากช่องทางการขาย/ให้บริการ/รับบริการต่าง ๆ ของกลุ่มบริษัทฯ เมื่อสามารถกระทำได้ตามเงื่อนไข/บนฐานตามที่กฎหมายกำหนด โดยพิจารณาจากสถานะของท่านที่มีต่อกลุ่มบริษัทฯ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวรวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลตามที่ปรากฏด้านล่างนี้ ซึ่งสามารถจำแนกได้ดังต่อไปนี้ 

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผล

ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป

ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน วัน/เดือน/ปีเกิด อายุ เพศ สถานภาพทางการสมรส รูปถ่าย หมายเลขโทรศัพท์บ้าน หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่เพื่อจัดส่งไปรษณีย์ เลขที่หนังสือเดินทาง เลขประจำตัวใบขับขี่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี หมายเลขประจำตัวคนต่างด้าว หมายเลขใบอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าว เลขที่ประจำตัวข้าราชการ/เจ้าหน้าที่รัฐ สัญชาติ อาชีพ ตำแหน่งงาน สถานที่ทำงาน รายละเอียดการจ้างงาน ประวัติการทำงาน ซึ่งอาจรวมถึงชื่อและที่อยู่ของนายจ้าง อีเมล ลายมือชื่อ เสียงสนทนา และรายละเอียดข้อมูลติดต่ออื่น ๆ 

ข้อมูลทางการเงิน

รายได้ แหล่งที่มาของรายได้ เลขบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชีธนาคาร ข้อมูลเกี่ยวกับภาษี รายละเอียดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคาร รายละเอียดเกี่ยวกับเงินกู้ ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุน รายละเอียดเกี่ยวกับบัตรเครดิต และรายละเอียดหรือข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงินอื่น ๆ

ข้อมูลการทำธุรกรรมประกันภัย

รายละเอียดผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการต่าง ๆ ที่เคยซื้อจากกลุ่มบริษัทฯ หรือผู้ประกอบธุรกิจประกันภัยอื่น ๆ เช่น ข้อมูลที่ระบุในใบคำขอเอาประกันภัย ใบแถลงข้อมูลสุขภาพ หมายเลขกรมธรรม์ จำนวนเงินเอาประกัน ทรัพย์สินที่เอาประกัน วันที่เริ่มและสิ้นสุดความคุ้มครอง การเปลี่ยนแปลง/การทำธุรกรรมเกี่ยวกับกรมธรรม์ วิธีการจ่ายเบี้ยประกันภัย ประวัติการชำระเบี้ยประกันภัย หรือประวัติเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน ผู้รับประโยชน์ การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน รวมถึงการใช้สิทธิต่าง ๆ ภายใต้กรมธรรม์ หรือผลิตภัณฑ์ หรือบริการอื่น ๆ ของกลุ่มบริษัทฯ หรือผู้ประกอบธุรกิจประกันภัยอื่น ๆ

ข้อมูลการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออินเตอร์เน็ต

ชื่อบนสื่อสังคมออนไลน์ (Username) IP Address MAC address คุกกี้ (cookies) ประเภทและเวอร์ชั่นของเบราว์เซอร์ การตั้งค่าเขตเวลา ประเภทของปลั๊กอินในเบราว์เซอร์ ระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์ม ข้อมูลผู้ใช้ (user profile) ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ ซึ่งรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ข้อมูลเครือข่ายไร้สายและข้อมูลเครือข่ายทั่วไป 

สถานะทางกฎหมาย

สถานะเกี่ยวกับการฟอกเงิน สถานะเกี่ยวกับการสนับสนุนเงินแก่การก่อการร้าย ภาวะล้มละลาย

ข้อมูลที่มีความอ่อนไหว

เชื้อชาติ ศาสนา ข้อมูลพันธุกรรม ประวัติความทุพลภาพ ประวัติสุขภาพผู้เอาประกันและ/หรือบุพการี แบบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพ ประวัติการรักษา ประวัติการบาดเจ็บ/อุบัติเหตุ ประวัติอาชญากรรม ประวัติการใช้สารเสพติด สำเนารายงานประจำวันตำรวจ ความเห็นพนักงานสอบสวน ใบรับรองแพทย์/ผลการรักษาพยาบาล ลายพิมพ์นิ้วมือ ภาพถ่ายหรือวีดิโอคลิปของการบาดเจ็บ/อุบัติเหตุ ประวัติการกระทำความผิด นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ อาจต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลข้อมูลชีวภาพ (Biometric) เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลอัตลักษณ์เสียง เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการที่ขอสมัคร และ/หรือทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล เว็บไซต์ Call Center หรือช่องทางอื่นใด และการผ่านเข้าออกและบันทึกเวลาทำงานของพนักงานของกลุ่มบริษัทฯ

ข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ

ข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์ เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และข้อมูลอื่น ๆ ที่เก็บรวบรวมและใช้เพื่อการประกอบการประมวลผลสำหรับการประกันภัย ซึ่งรวมถึง การพิจารณาการรับประกัน การพิจารณาการชดใช้ค่าสินไหมและคำวินิจฉัย และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัย ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล ทะเบียนรถยนต์/จักรยานยนต์ เลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์

  ทั้งนี้การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจะมีแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ท่านได้ซื้อ/รับจากกลุ่มบริษัทฯ หรือทำธุรกรรม นิติกรรมสัญญากับกลุ่มบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ จะประมวลผลข้อมูลของท่านเท่าที่จำเป็น ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในเอกสารฉบับนี้เท่านั้น 

  การให้ข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอกแก่กลุ่มบริษัทฯ (ซึ่งบุคคลภายนอกดังกล่าว รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงผู้เอาประกันภัย สมาชิกในครอบครัว ผู้ชำระเงินตามกรมธรรม์ หรือผู้รับประโยชน์) กลุ่มบริษัทฯ ขอให้ท่านแจ้งสิทธิตามเอกสารฉบับนี้ต่อบุคคลเหล่านั้น และ/หรือขอรับความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้นด้วยตัวท่านเอง ก่อนจะมอบข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่กลุ่มบริษัทฯ หากท่านไม่สามารถให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นสาระสำคัญต่อการพิจารณาการทำนิติกรรมตามที่กลุ่มบริษัทฯ ได้แจ้งไว้ได้อย่างครบถ้วน อาจส่งผลต่อการพิจารณาการทำนิติกรรมระหว่างกลุ่มบริษัทฯ กับท่าน รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง 

3. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

กลุ่มบริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยวิธีต่อไปนี้

(1) เมื่อท่านแสดงเจตนาจะซื้อหรือใช้ประกันภัยส่วนบุคคล ประกันภัยกลุ่ม และ/หรือเมื่อท่านเข้าถึงหรือใช้เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน และ/หรือบริการต่าง ๆ ทางออนไลน์ บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ หรือทางโทรศัพท์ หรือบริการอื่น ๆ ของกลุ่มบริษัทฯ (“ผลิตภัณฑ์” หรือ “บริการ”)
(2) เมื่อท่านส่งเอกสารและใบคำขอเอาประกันภัยเพื่อซื้อหรือใช้ หรือเมื่อท่านให้ข้อมูล ขณะที่พิจารณาจะซื้อหรือใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการต่าง ๆ ของกลุ่มบริษัทฯ
(3) เมื่อท่านติดต่อสื่อสารกับกลุ่มบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารเป็นหนังสือหรือวาจา โดยไม่คำนึงว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ติดต่อฝ่ายนั้นก่อนหรือไม่ก็ตาม
(4) เมื่อท่านส่งคำร้องขอให้มีการเปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่ท่านซื้อหรือบริการที่ท่านใช้ หรือคำร้องขออื่นใดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ท่านซื้อหรือบริการที่ท่านใช้ รวมถึงการส่งแบบฟอร์มและเอกสารเกี่ยวกับการขอรับบริการที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัทฯ
(5) เมื่อท่านติดต่อกับบุคลากร เจ้าหน้าที่บริการลูกค้า พนักงานขาย ตัวแทนประกันภัย นายหน้า คนกลางประกันภัย ผู้รับจ้าง คู่ค้า ผู้ให้บริการ ผู้รับมอบอำนาจ ผู้กระทำการแทน หรือบุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องของกลุ่มบริษัทฯ (เรียกรวมกันว่า “บุคลากรและคู่ค้าของกลุ่มบริษัทฯ”) ผ่านทางเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน สื่อสังคมออนไลน์ โทรศัพท์ อีเมล การพบปะกันโดยตรง การสัมภาษณ์ ข้อความสั้น (SMS) โทรสาร ไปรษณีย์ หรือโดยวิธีการอื่นใด
(6) เมื่อกลุ่มบริษัทฯ ได้รับการแนะนำเกี่ยวกับท่าน หรือเมื่อกลุ่มบริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคลากรและคู่ค้าของกลุ่มบริษัทฯ
(7) เมื่อท่านส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่กลุ่มบริษัทฯ เพื่อเข้าร่วมในกิจกรรมทางการตลาด การประกวด การจับฉลากชิงโชค งานอีเว้นท์ หรือการแข่งขันต่าง ๆ ที่จัดขึ้นโดยหรือในนามของกลุ่มบริษัทฯ และ/ หรือบุคลากรและคู่ค้าของกลุ่มบริษัทฯ
(8) เมื่อกลุ่มบริษัทฯ ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลภายนอกเกี่ยวกับท่าน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการได้รับข้อมูลจากการตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลที่เป็นสาธารณะ แหล่งข้อมูลส่วนตัว หรือแหล่งข้อมูลเชิงพาณิชย์ เว็บไซต์ แหล่งข้อมูลสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ให้บริการข้อมูล (Data Providers) แหล่งข้อมูลทางการแพทย์ สถานบริการสาธารณสุข โรงพยาบาล แพทย์ บุคลากรผู้ประกอบวิชาชีพสาธารณสุขอื่น ผู้ประกอบธุรกิจประกันภัยอื่น สมาคมหรือสมาพันธ์ของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ท่านซื้อหรือบริการที่ท่านใช้ ใบคำขอเอาประกันสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ท่านซื้อหรือบริการที่ท่านใช้ การรับประกันความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ที่ท่านซื้อ การร้องเรียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และ/หรือผลิตภัณฑ์และบริการของกลุ่มบริษัทฯ ที่ซื้อหรือใช้โดยท่าน (“แหล่งข้อมูลที่เป็นบุคคลภายนอก”)
(9) เมื่อกลุ่มบริษัทฯ ได้รับข้อมูลส่วนบุคลจากบุคคลภายนอกเกี่ยวกับท่านเพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามกฎหมาย และเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกำกับดูแลในประการอื่น ๆ ตลอดจนเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น กลุ่มบริษัทฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
(10)  กรณีที่กลุ่มบริษัทฯ ทราบว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมในการเก็บรวบรวมเป็นของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ กลุ่มบริษัทฯ จะไม่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจนกว่าจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ หรือผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ตามแต่กรณี
(11)  เมื่อท่าน รวมถึงบุคลากรและ/หรือพนักงานของท่าน (กรณีเป็นนิติบุคคล) ให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อขอเข้าทำ หรือเข้าทำสัญญาหรือธุรกรรมกับกลุ่มบริษัทฯ หรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการดำเนินการที่เกี่ยวเนื่องกับสัญญาหรือธุรกรรมที่ทำไว้กับกลุ่มบริษัทฯ และส่งมอบเอกสารและสำเนาเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่าน รวมถึงบุคลากรและ/หรือพนักงานของท่าน

4. วัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

กลุ่มบริษัทฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

(1) เพื่อดำเนินการก่อนเข้าทำสัญญาประกันภัย และการดำเนินการตามสัญญา ได้แก่

(ก) พิจารณาการรับประกันภัย เมื่อท่านแสดงเจตนาจะซื้อหรือใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการของกลุ่มบริษัทฯ หรือนำส่งใบคำขอเอาประกันภัยและเอกสารที่เกี่ยวข้องแก่กลุ่มบริษัทฯ รวมถึง การออกใบเสนอราคาเพื่อเสนอการรับประกันภัย
(ข) การปฏิบัติตามสัญญาประกันภัย การประกันภัยร่วม การประกันภัยต่อ และการประกันภัยต่อช่วง
(ค) การสำรวจภัย การประเมินความเสียหาย และการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย
(ง) การแจ้งต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัย
(จ) การดำเนินธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาประกันภัย
(ฉ) การดำเนินการเพื่อติดต่อ แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการของบริษัทประกันภัย
(ช) การดำเนินการทางกฎหมาย กรณีต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกหรือรับช่วงสิทธิเรียกร้องกับบุคคลภายนอก

(2) เพื่อดำเนินการในการสมัครผลิตภัณฑ์สินเชื่อ เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อรถยนต์ หรือบัตรกดเงินสด หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นใด และการดำเนินการตามสัญญา

(ก) พิจารณาการอนุมัติสินเชื่อ เมื่อท่านแสดงเจตนาจะสมัครสินเชื่อผ่านการเป็นนายหน้าสินเชื่อของกลุ่มบริษัทฯ
(ข) การส่งต่อข้อมูลให้แก่สถาบันการเงินเพื่ออนุมัติสินเชื่อต่อไป
(ค) การแจ้งผลการสมัครสินเชื่อ
(ง) การดำเนินการเพื่อติดต่อ แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการของกลุ่มบริษัทฯ

(3) เพื่อการติดต่อสื่อสารกับท่าน ซึ่งรวมถึงการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการและข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบัญชีใด ๆ ที่ท่านอาจมีกับกลุ่มบริษัทฯ การให้การสนับสนุนทางเทคนิคเกี่ยวกับเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของกลุ่มบริษัทฯ หรือการสื่อสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่จะมีขึ้นต่อนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ใน
(4) เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย และ/หรือ นโยบายกลุ่มบริษัทฯ ได้แก่ การดำเนินการใด ๆ

(ก) เพื่อการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (“สำนักงาน คปภ.”) เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลและส่งเสริมธุรกิจประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย ตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงาน คปภ. ซึ่งสามารถตรวจดูได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงาน คปภ. (https://www.oic.or.th)
(ข) เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการตรวจสอบธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบภายใน หรือการตรวจสอบผู้สอบบัญชี
(ค) เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อตกลง หรือนโยบายที่ใช้บังคับ ซึ่งกำหนดขึ้นโดยหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ หน่วยงานที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานรัฐ หน่วยงานที่มีหน้าที่ระงับข้อพิพาท หน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย และหน่วยงานอื่น ๆ
(ง) เพื่อวัตถุประสงค์ของการบังคับใช้กฎหมาย การให้ความช่วยเหลือ การให้ความร่วมมือ การรายงานข้อมูล ตามข้อกำหนดของกฎหมาย หรือตามที่มีข้อตกลงร่วมกันกับหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ ในประเทศและในต่างประเทศ หรือการดำเนินการตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานของรัฐ
(จ) เพื่อการดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดภายใต้นโยบายภายในของกลุ่มบริษัทฯ ที่ยึดถือปฏิบัติ

(5) เพื่อการวิเคราะห์และจัดทำสถิติ ได้แก่ การรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์วิจัยทางด้านสถิติ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ การคำนวณอัตราเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยง การทำวิจัยทางการตลาด การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง และการทำวิจัยเชิงสถิติหรือคณิตศาสตร์ประกันภัย การรายงานหรือการประเมินผลทางการเงิน การตรวจสอบและป้องกันการทุจริตด้านประกันภัย รวมไปถึงวัตถุประสงค์ของการรับประกันภัยต่อ
(6) เพื่อการป้องกันการฉ้อโกง ได้แก่ การสืบสวนหรือป้องกันการกระทำที่เกี่ยวกับการฉ้อโกง การปกปิดข้อความจริง และการกระทำผิดอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำผิดจริง หรือการกระทำที่สงสัยว่าจะเป็นการกระทำผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อการติดต่อสื่อสารกับกลุ่มบริษัทต่าง ๆ ในธุรกิจบริการทางการเงินและการประกันภัย ตลอดจนเพื่อการติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัทฯ
(7) เพื่อการปรับโครงสร้างของกลุ่มบริษัทฯ กล่าวคือ เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับโครงสร้างองค์กรของกลุ่มบริษัทฯ และเพื่อการทำธุรกรรมของกลุ่มบริษัทฯ รวมถึงการซื้อ หรือขายธุรกิจไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทฯ (หากมี)
(8) เพื่อการให้บริการช่องทางการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ในการเข้าถึงเนื้อหาในเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ หรือบริการอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นการเฉพาะ โดยกลุ่มบริษัทฯ อาจประมวลผลพฤติกรรมการใช้เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อการวิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ของท่าน และการทำความเข้าใจลักษณะการใช้งานที่ท่านชอบ เพื่อจัดทำให้เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์เหล่านั้นตอบสนองอย่างเหมาะสมกับท่านโดยเฉพาะ เพื่อการประเมิน หรือดำเนินการ และการปรับปรุงเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์เหล่านั้น หรือผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของกลุ่มบริษัทฯ การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ การแนะนำผลิตภัณฑ์และ/ หรือบริการที่เกี่ยวข้อง และการจัดโฆษณาบนเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และช่องทางอื่น ๆ ตามกลุ่มเป้าหมาย
(9) เพื่อการบริหารจัดการข้อมูล ได้แก่ เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการ จัดเก็บ บันทึก สำรอง หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
(10) เพื่อพัฒนาการผลิตภัณฑ์และการให้บริการของกลุ่มบริษัทฯ การออกแบบผลิตภัณฑ์และ/ หรือบริการใหม่ของกลุ่มบริษัทฯ หรือการเสริมเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์และ/ หรือบริการที่มีอยู่ของกลุ่มบริษัทฯ รวมถึง การตรวจสอบและเพิ่มคุณภาพ รวมทั้งการฝึกอบรม เมื่อมีการบันทึกการติดต่อสื่อสารของกลุ่มบริษัทฯ
(11) เพื่อการดำเนินการส่งเสริมการขาย รวมถึง การดำเนินการให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์ และการบริการที่เหมาะสมแก่ท่าน ซึ่งอาจรวมถึงการให้คำแนะนำและข้อมูลในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการประกัน ตลอดจนถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์และการบริการ เช่น โปรแกรมให้รางวัล/ให้ผลประโยชน์สำหรับการเป็นลูกค้าที่มีความภักดีต่อแบรนด์/ให้สิทธิพิเศษ กิจกรรมการกุศล/กิจกรรมที่ไม่หวังผล และการจัดกิจกรรมทางการตลาด งานอีเว้นท์ และกิจกรรมอื่น ๆ ซึ่งท่านเลือกที่จะเข้าร่วม
(12) เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาอื่นใด นอกเหนือจากสัญญาประกันภัย ซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา
(13) เพื่อความปลอดภัยหรือระงับอันตราย ต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพอนามัยของบุคคล
(14) เพื่อประกอบการรับสมัครงานกับกลุ่มบริษัทฯ
(15) เพื่อการจำเป็นอื่นใดเพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย
(16) อื่น ๆ กล่าวคือ เพื่อการดำเนินการอื่น ๆ ที่จำเป็น ซึ่งเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ใด ๆ ข้างต้น ซึ่งมีกฎหมายหรือฐานกฎหมายอื่นให้อำนาจกลุ่มบริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากท่าน

5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น กลุ่มบริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ให้แก่บุคคลต่าง ๆ เท่าที่จำเป็น ดังนี้

(1) บุคคลที่เป็นคู่ค้า พันธมิตรของกลุ่มบริษัทฯ หรือบุคคลภายนอกที่มีความเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีการเสนอขายให้แก่ท่าน หรือผลิตภัณฑ์ที่ท่านอาจสนใจ เช่น บริษัทประกันภัย บริษัทประกันภัยต่อ บริษัทจัดการการลงทุน ธนาคาร สถาบันการเงิน สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ หรือบริษัทอื่นใดที่เป็นคู่ค้า หรือพันธมิตรของกลุ่มบริษัทฯ
(2) ผู้เอาประกันภัย ผู้ถือกรมธรรม์ ในกรณีของผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบกลุ่ม ผู้ชำระเบี้ยประกันภัย พยาน ผู้รับผลประโยชน์ ทายาทโดยธรรม ผู้มีส่วนได้เสีย คู่พิพาท คู่กรณี ผู้เสียหาย ผู้รับมอบอำนาจ เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ของกลุ่มบริษัทฯ บุคคลอื่นใดที่มีความสัมพันธ์ ธุรกรรม หรือติดต่อกับทางกลุ่มบริษัทฯ เป็นต้น
(3) บุคคลผู้ดำเนินการเชิญชวน ชักชวน ชี้ช่อง จัดการให้ทำ เสนอขาย ขาย จัดจำหน่าย หรือให้บริการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการที่เสนอโดยกลุ่มบริษัทฯ ให้แก่ท่าน ได้แก่ ตัวแทนประกันภัย นายหน้าประกันภัย รวมถึงบุคลากรของนายหน้าประกันภัยซึ่งเป็นนิติบุคคล
(4) บุคลากรและคู่ค้าของกลุ่มบริษัทฯ ไม่ว่ารายใดก็ตาม ซึ่งให้บริการเกี่ยวกับการจัดการต่าง ๆ หรือการให้บริการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ บริการเกี่ยวกับกระบวนการทางธุรกิจ บริการเกี่ยวกับการชำระเงิน การทวงหนี้ หรือบริการโทรคมนาคม บริการด้านเทคโนโลยี บริการคลาวด์ บริการจัดหาผู้รับจ้างปฏิบัติงาน บริการคอลเซ็นเตอร์ บริการจัดเก็บของ การดำเนินการเกี่ยวกับเอกสาร บริการเก็บบันทึกข้อมูล บริการสแกนเอกสาร บริการรับส่งไปรษณีย์ บริการจัดพิมพ์ บริการส่งพัสดุหรือบริการรับส่งพัสดุโดยพนักงานรับส่งพัสดุ บริการวิเคราะห์ข้อมูล บริการทำการตลาด บริการทำการวิจัย บริการบริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน บริการทาง กฎหมาย หรือบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ หรือการจัดให้มีการบริหารจัดการ การดำเนินการ การปฏิบัติตามขั้นตอน หรือการจัดการต่าง ๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของกลุ่มบริษัทฯ ให้แก่ท่าน
(5) ผู้ให้บริการก่อนรับการประกันภัย เช่น ผู้สำรวจภัยก่อนรับประกันภัย เป็นต้น
(6) ผู้ให้บริการเพื่อชดใช้สินไหมทดแทน เช่น ผู้ประเมินวินาศภัย ผู้สำรวจอุบัติเหตุ ศูนย์บริการรถยนต์ อู่ โรงพยาบาล สถานเวชกรรม คลีนิค แพทยสภา ศูนย์กู้ชีพ บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ศูนย์บริหารจัดการกล้องวงจรปิด ผู้ให้บริการด้านการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทน (TPA) เป็นต้น
(7) ผู้ประกอบธุรกิจประกันภัยรายอื่น ๆ รวมถึงสาขาในประเทศไทยของบริษัทประกันภัยต่างประเทศ
(8) สมาคมหรือสมาพันธ์ในภาคธุรกิจประกันภัย
(9) หน่วยงานที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย คณะกรรมการต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย หน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานที่มีหน้าที่ระงับข้อพิพาท หรือบุคคลอื่นใดในประเทศที่กลุ่มบริษัทฯ ต้องเปิดเผยข้อมูลให้ตามหน้าที่ตามกฎหมาย
(10) ผู้ให้คำปรึกษาของกลุ่มบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ เช่น ทนายความ แพทย์ ผู้ตรวจสอบบัญชี หรือที่ปรึกษา
(11) บุคคลหรือหน่วยงานใด ๆ ที่ท่านให้ความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลหรือหน่วยงานนั้น ๆ ได้
(12) ผู้เข้าทำธุรกรรม หรือจะเข้าทำธุรกรรมกับกลุ่มบริษัทฯ โดยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจเป็นส่วนหนึ่งของการซื้อหรือขาย หรือเป็นส่วนหนึ่งของการเสนอซื้อหรือเสนอขายของกิจการของกลุ่มบริษัทฯ (หากมี)
(13) บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

6. การโอนข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกโอนไป ถูกจัดเก็บไว้ หรือประมวลผลโดยกลุ่มบริษัทฯ หรือผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์ (server) หรืออาจถูกส่งให้แก่บุคคลภายนอก รวมถึงบุคคลหรือหน่วยงานใด ๆ ตามรายละเอียดในข้อ 5 เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการให้บริการแก่ท่าน ซึ่งอาจมีที่ตั้งหรือให้บริการอยู่ในประเทศไทยหรือนอกประเทศไทย ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ จะดำเนินการเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอตามมาตรฐานสากล หรือดำเนินการตามเงื่อนไขเพื่อให้สามารถส่งหรือโอนข้อมูลนั้นได้ตามกฎหมาย รวมถึงจะดำเนินการให้บุคคลหรือหน่วยงานใด ๆ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้บริการแก่ท่าน ต้องปฏิบัติตามมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด

7. ระยะเวลาในการจัดเก็บ

กลุ่มบริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็น เพื่อการดำเนินการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุข้างต้น ทั้งนี้กลุ่มบริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจนกว่าท่านจะถอนความยินยอมในการให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นการเก็บเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกลุ่มบริษัทฯ มีความจำเป็นในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ตามอายุความของกฎหมายในการฟ้องร้องและการบังคับคดี เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้น กลุ่มบริษัทฯ จะดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมเพื่อทำการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

8. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

      กลุ่มบริษัทฯ มีมาตรการในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นอย่างดีตามมาตรฐานสากล และเป็นไปตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ประกาศกำหนด ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ มาตรการป้องกันด้านเทคนิค และมาตรการป้องกันทางกายภาพ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และสภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล ป้องกันการสูญหาย ทำลาย เปลี่ยนแปลง แก้ไข ใช้ เปิดเผย หรือเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ มีการกำหนดมาตรการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้งานอุปกรณ์ สำหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลตามความจำเป็นในการใช้งานเท่านั้น

      โดยกลุ่มบริษัทฯ จะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นอย่างน้อย ดังนี้

(1) การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและอุปกรณ์ในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยคำนึงถึงการใช้งานและความมั่นคงปลอดภัย
(2) การกำหนดเกี่ยวกับการอนุญาตหรือกำหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
(3) การบริหารจัดการการเข้าถึงของผู้ใช้งานเพื่อควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตแล้ว
(4) การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งานเพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต การเปิดเผย การล่วงรู้ หรือการลักลอบทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล การลักขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และ
(5) การจัดให้มีวิธีการเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ลบ หรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคล

      นอกจากนี้ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษา และผู้รับข้อมูลจากกลุ่มบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องรักษาความลับข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรการรักษาความลับที่กลุ่มบริษัทฯ กำหนดขึ้นอย่างเคร่งครัด

      กรณีเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคล กลุ่มบริษัทฯ จะรายงานต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับจากทราบเหตุละเมิดเท่าที่จะสามารถกระทำได้ ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล กลุ่มบริษัทฯ จะแจ้งเหตุการละเมิดแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ พร้อมแนวทางในการเยียวยา โดยไม่ชักช้าด้วย

9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

      ท่านมีสิทธิดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้

สิทธิตามกฎหมาย

รายละเอียด

สิทธิขอถอนความยินยอม

หากท่านได้ให้ความยินยอมให้กลุ่มบริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับกลุ่มบริษัทฯ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่

สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล

ท่านมีสิทธิเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของกลุ่มบริษัทฯ และขอให้กลุ่มบริษัทฯ เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม

สิทธิขอโอนย้ายข้อมูล

ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือขอให้กลุ่มบริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคล/องค์กรอื่น หรือขอดูข้อมูลส่วนบุคคลที่กลุ่มบริษัทฯ ได้โอนไปยังบุคคล/องค์กรอื่น เว้นแต่กลุ่มบริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของท่านด้วยเหตุทางเทคนิค

สิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูล

ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเวลาใดก็ได้ เว้นแต่เป็นการดำเนินการที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของกลุ่มบริษัทฯ หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น โดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์

สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิในการขอให้กลุ่มบริษัทฯ ทำการลบข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลด้วยเหตุบางประการได้

สิทธิขอให้ระงับการประมวลผลข้อมูล

ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่กลุ่มบริษัทฯ อยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่กลุ่มบริษัทฯ หมดความจำเป็นที่กลุ่มบริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้กลุ่มบริษัทฯ ระงับการใช้แทน

สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล

ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

สิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการ

ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สิทธิขอตรวจสอบกรณีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล

ท่านมีสิทธิขอตรวจสอบกรณีที่เกิดเหตุข้อมูลส่วนบุคคลของท่านรั่วไหล และท่านเชื่อว่าเป็นการรั่วไหลในขณะที่กลุ่มบริษัทฯ กำลังประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่

      นอกจากนี้ ท่านอาจใช้สิทธิตามกฎหมายเพิ่มเติม ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดในภายหลัง

การใช้สิทธิของท่านดังกล่าวข้างต้นอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่กลุ่มบริษัทฯ อาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น หากกลุ่มบริษัทฯ ปฏิเสธ คำขอข้างต้น กลุ่มบริษัทฯ จะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย

10. การติดต่อสอบถามหรือใช้สิทธิ

หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะหรือข้อกังวลเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของ กลุ่มบริษัทฯ หรือเกี่ยวกับนโยบายนี้ หรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องการใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller)

ชื่อ :

บริษัท ซิลค์สแปน จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซิลค์สแปน อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์เรจ จำกัด

สถานที่ติดต่อ :

เลขที่ 555 อาคาร เอส เอส พี ชั้น 27 ซอยสุขุมวิท 63(เอกมัย) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ
เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

ช่องทางการติดต่อ :

02-392-5500 (Call center) 8.30 – 18.00 น. จันทร์-เสาร์

อีเมล :

dpo@silkspan.com

LINE ID :

@SILKSPAN

นโยบายความเป็นส่วนตัว

กำลังโหลด