เบี้ยดีโดนใจ ประกันภัยชั้น 1 เบี้ยเริ่ม 750 บาท/เดือน พิเศษรับส่วนลดสูงสุด 30% เช็กเบี้ยที่นี่ กับ SILKSPAN

ใบขับขี่หมดอายุ ต้องต่อภายในกี่วัน? เช็กวิธีเตรียมตัว และเรื่องต้องรู้


ใบขับขี่หมดอายุ

อย่างที่รู้ ๆ กันดี ว่า “ใบขับขี่” นั้นเป็นเอกสารสำคัญของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน และเป็นข้อกฎหมายที่บังคับ ว่าผู้ที่ขับขี่รถยนต์จะต้องพกใบขับขี่ติดตัวอยู่เสมอ แต่ถ้าเกิดใบขับขี่หมดอายุขึ้นมาล่ะ ควรจะต้องทำอย่างไรต่อไป? ต่อใบขับขี่หมดอายุได้อีกทีตอนไหน ใบขับขี่หมดอายุต้องต่อภายในกี่วัน หรือใบขับขี่หมดอายุขับรถได้ไหม? 

บทความนี้เราจะมาไขทุกข้อสงสัยที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรณีใบขับขี่หมดอายุ 1 เดือน , ใบขับขี่หมดอายุ 3 เดือน ,ใบขับขี่หมดอายุ 6 เดือน หรือใบขับขี่หมดอายุ ไม่เกิน 1 ปี ต้องทำอะไรบ้าง รวมถึงคำถามว่าใบขับขี่หมดอายุมีโทษอย่างไร และใบขับขี่หมดอายุปรับเท่าไหร่? พร้อมแนะนำข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการใช้รถอย่างถูกต้อง ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลย!

Key Takeaways

  • รีบต่ออายุใบขับขี่ทันที หากใบขับขี่หมดอายุควรรีบดำเนินการต่อทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงโทษปรับและขั้นตอนยุ่งยาก ควรต่อล่วงหน้า 90 วัน
  • ระยะเวลาหมดอายุมีผลต่อขั้นตอน การต่อใบขับขี่จะแตกต่างกันไป หากหมดอายุเกิน 1 ปีต้องสอบข้อเขียนใหม่ และเกิน 3 ปีต้องสอบทั้งข้อเขียนและปฏิบัติ
  • อบรมออนไลน์ได้สะดวก กรมการขนส่งทางบกมีบริการอบรมต่ออายุใบขับขี่หมดอายุผ่านทางออนไลน์ ช่วยให้คุณดำเนินการได้ง่ายขึ้น
  • ขับขี่ขณะใบขับขี่หมดอายุมีโทษ แม้ประกันรถยนต์ยังคุ้มครองอุบัติเหตุ แต่การขับรถโดยใบขับขี่หมดอายุมีโทษปรับตามกฎหมาย
  • ต่อภาษีและ พ.ร.บ. ก็สำคัญ นอกจากใบขับขี่แล้ว การต่อภาษีรถยนต์ และต่อพ.ร.บ.รถยนต์ให้ตรงเวลาก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม

ใบขับขี่หมดอายุ ต้องต่อใหม่ภายในกี่วัน?

ใบขับขี่หมดอายุ ต้องต่อใหม่ภายในกี่วัน

ใบขับขี่หมดอายุ ต้องต่อภายในกี่วัน? คำตอบคือ ไม่มีกำหนดจำนวนวัน แต่หากหมดอายุเกิน 1 ปี จะต้องทำการสอบข้อเขียนและสอบขับรถใหม่

ทั้งนี้ เงื่อนไขและขั้นตอนการต่อใบขับขี่จะแตกต่างกันไปตามระยะเวลาที่ปล่อยให้หมดอายุ เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนและเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง เราขอสรุปมาให้เป็นหัวข้อดังต่อไปนี้

หมดอายุไม่เกิน 1 ปี

หมดอายุเกิน 1 ปี – 3 ปี

หมดอายุเกิน 3 ปีขึ้นไป

การทดสอบสมรรถภาพ ต้องทดสอบ ต้องทดสอบ ต้องทดสอบ
การอบรม (e-Learning) อบรม 1 ชั่วโมง อบรม 1 ชั่วโมง อบรม 2 ชั่วโมง (หลักสูตรขอใหม่)
การสอบข้อเขียน ไม่ต้องสอบ ต้องสอบใหม่ (ผ่าน 45/50) ต้องสอบใหม่ (ผ่าน 45/50)
การสอบขับรถปฏิบัติ ไม่ต้องสอบ ไม่ต้องสอบ ต้องสอบปฏิบัติใหม่ (3 ท่า)
เอกสารที่ต้องใช้ บัตรประชาชนจริง, ใบขับขี่เดิม, ใบรับรองแพทย์ บัตรประชาชนจริง, ใบขับขี่เดิม, ใบรับรองแพทย์ บัตรประชาชนจริง, ใบขับขี่เดิม, ใบรับรองแพทย์
ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ประมาณ 3-4 ชั่วโมง ประมาณ 1-2 วันทำการ

กรณีใบขับขี่หมดอายุไม่เกิน 1 ปี

หากใบขับขี่หมดอายุ ไม่เกิน 1 ปี รวมไปถึงถ้าใบขับขี่หมดอายุ 1 เดือน ,ใบขับขี่หมดอายุ 2 เดือน, ใบขับขี่หมดอายุ 3 เดือน ก็จะนับว่าใบขับขี่หมดอายุ ไม่เกิน 1 ปี และจะถือว่าเป็นโทษสถานเบาอยู่ ยังคงสามารถต่ออายุใบขับขี่ตามกระบวนการเดิมโดยยังไม่มีโทษปรับ แต่ในระหว่างช่วงเวลาที่อยู่ในสถานะ “ใบขับขี่หมดอายุ” แน่นอนว่าเมื่อคุณถูกเรียกตรวจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็จะมีความผิดที่ปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุ และขอบอกเลยว่าความผิดนี้นับเป็นกระทง ถูกตรวจพบอีกก็ถูกปรับอีก ถูกตัดคะแนนความประพฤติอีก ถ้าโดนบ่อย ๆ อาจถูกระงับใบขับขี่ได้เลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามการก็อาจจะมีคำถามว่าใบขับขี่หมดอายุ 3 เดือน ต้องสอบใหม่ไหม ตอบได้เลยว่า ไม่ต้องสอบใหม่ และยังไม่ต้องเสียค่าปรับใด ๆ

เอกสารที่ต้องใช้ :

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ใบขับขี่เดิมที่หมดอายุ
  • ใบรับรองแพทย์ (อายุไม่เกิน 1 เดือน)

กรณีใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี

ถ้าใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ยังไม่เกินกว่า 3 ปี กรณีนี้จะเริ่มมีความยุ่งยากเพิ่มขึ้นมาแล้ว เพราะจากเดิมที่คุณสามารถอบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ จากนั้นเดินเข้าไปยื่นเอกสารการต่ออายุใบขับขี่ แล้วก็เข้ารับการตรวจสมรรถภาพร่างกาย เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ แต่ในกรณีที่ใบขับขี่หมดอายุนานกว่า 1 ปีคุณจะต้องเพิ่มขั้นตอนของการ “สอบข้อเขียนใหม่” ซึ่งเป็นเหมือนกับการสอบเพื่อให้ได้ใบขับขี่มา และจะต้องทำคะแนนอย่างน้อย 45 จาก 50 คะแนนเต็ม ถ้าทำไม่ผ่านก็จะต้องสอบใหม่จนกว่าจะผ่าน

เอกสารที่ต้องใช้ :

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ใบขับขี่เดิมที่หมดอายุ
  • ใบรับรองแพทย์ (อายุไม่เกิน 1 เดือน)
  • ผลการอบรม (หากอบรมออนไลน์)

กรณีใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี

เมื่อใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี คุณจะเข้าสู่กรณีที่เลวร้ายที่สุด เพราะเหมือนกับคุณจะต้องเริ่มต้นทำใบขับขี่ใหม่ตั้งแต่ต้น นอกจากเตรียมเอกสารให้พร้อม เข้ารับการอบรม และทำการสอบข้อเขียนให้ได้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนด เท่านั้นยังไม่พอยังมี “การสอบปฏิบัติ” ซึ่งจะต้องทำ 3 ท่าพื้นฐานในการขับรถยนต์ให้ผ่าน อย่างเช่น การจอดรถให้ตรงกับจุดที่กำหนดเอาไว้, การถอยรถเข้าซองโดยที่สามารถหักพวงมาลัยได้ไม่เกิน 7 ครั้งเท่านั้น และการจอดรถเทียบขนานไปกับทางเท้า แน่นอนว่าต้องทำให้ผ่านเท่านั้น ถึงจะได้ใบขับขี่มาครอบครอง 

เอกสารที่ต้องใช้ :

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ใบขับขี่เดิมที่หมดอายุ (ถ้ามี)
  • ใบรับรองแพทย์ (อายุไม่เกิน 1 เดือน)
  • ผลการอบรม (หากอบรมออนไลน์)

และถ้าหากคุณมีแผนจะเปลี่ยนเจ้าของรถในช่วงที่ใบขับขี่หมดอายุ ควรตรวจสอบให้พร้อมทั้งเรื่องใบขับขี่ และเอกสารโอนรถ เพื่อให้การดำเนินการกับกรมการขนส่งทางบกเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ต้องเสียเวลาย้อนกลับมาทำเอกสารซ้ำซ้อน

ต่อใบขับขี่ใหม่ล่วงหน้าได้กี่เดือน? 

เพื่อความต่อเนื่องในการใช้งานและหลีกเลี่ยงปัญหาใบขับขี่หมดอายุ ผู้ขับขี่สามารถดำเนินการต่อใบขับขี่ล่วงหน้าได้ โดยทั่วไปแล้ว กรมการขนส่งทางบกอนุญาตให้ต่ออายุใบขับขี่ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 180 วัน หรือ 6 เดือน ก่อนวันหมดอายุจริง การดำเนินการล่วงหน้าจะช่วยให้คุณมีเวลาเตรียมตัวและเอกสารต่าง ๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าใบขับขี่หมดอายุแล้วจะถูกปรับ หรือมีปัญหาในการขับขี่

 

รับข้อเสนอพิเศษ ให้ประกันรถคุ้มครองทุกการเดินทาง ผ่อนประกันรถชั้น 1 0% ที่ SILKSPAN

ขั้นตอนการทดสอบสมรรถภาพร่างกายสำหรับต่อใบขับขี่

ในการต่ออายุใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่ง ไม่ว่าใบขับขี่ของคุณจะหมดอายุไม่เกิน 1 ปี, หมดอายุเกิน 1 ปี หรือหมดอายุเกิน 3 ปีขึ้นไป ผู้ขอต่อใบขับขี่ทุกคนจำเป็นต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายเหมือนกันทั้งหมด ถือเป็นด่านแรกสำคัญเพื่อยืนยันความพร้อมและสมรรถภาพทางร่างกายในการขับขี่อย่างปลอดภัย โดยมี 4 ด่านทดสอบดังนี้

  1. ทดสอบการมองเห็นสี (ตาบอดสี): มองจุดสีบนแผงทดสอบ (แดง, เหลือง, เขียว) แล้วตอบให้ถูกต้อง
  2. ทดสอบสายตาทางกว้าง: มองตรงไปข้างหน้าและบอกสีที่ปรากฏบริเวณหางตาทั้งซ้ายและขวาโดยไม่หันหน้า
  3. ทดสอบสายตาทางลึก: เลื่อนเสาโมเดลจำลอง 2 ต้นให้มาตั้งคู่ขนานกันในระยะที่กำหนด (คลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน 1 นิ้ว)
  4. ทดสอบปฏิกิริยาเท้า: เหยียบคันเร่งให้ไฟเขียวติดขึ้น เมื่อไฟแดงปรากฏต้องเหยียบเบรกทันทีภายในระยะเวลาไม่เกิน 0.75 วินาที

ขั้นตอนการสอบกรณีใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี

สำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี คุณจะต้องดำเนินการสอบข้อเขียนใหม่ที่กรมการขนส่งทางบก โดยมีขั้นตอนดังนี้ 

  • ยื่นคำขอ พร้อมเอกสาร เตรียมเอกสารที่จำเป็นทั้งหมด (บัตรประชาชน, ใบขับขี่เดิม, ใบรับรองแพทย์) และยื่นเรื่องที่สำนักงานขนส่ง
  • ทำการอบรมใบขับขี่ เข้ารับการอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด (สามารถอบรมออนไลน์ได้)
  • สอบข้อเขียน ทำการสอบข้อเขียนระบบ E-exam ให้ได้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนด (อย่างน้อย 45/50 ข้อ)
  • ตรวจสมรรถภาพร่างกาย ผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายตามเกณฑ์
  • ชำระค่าธรรมเนียม และรับใบขับขี่ เมื่อผ่านทุกขั้นตอน ก็สามารถชำระค่าธรรมเนียม และรอรับใบขับขี่ใหม่ได้เลย

ขั้นตอนการสอบข้อเขียนและภาคปฏิบัติใหม่ กรณีใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี

ในกรณีที่ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี คุณจะต้องทำขั้นตอนเหมือนการขอใบขับขี่ใหม่ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการสอบภาคปฏิบัติด้วย

  • ยื่นคำขอ พร้อมเอกสาร เตรียมเอกสารที่จำเป็นทั้งหมด (บัตรประชาชน, ใบขับขี่เดิม (ถ้ามี), ใบรับรองแพทย์) และยื่นเรื่องที่สำนักงานขนส่ง
  • ทำการอบรมใบขับขี่ เข้ารับการอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด (สามารถอบรมออนไลน์ได้)
  • สอบข้อเขียน ทำการสอบข้อเขียนระบบ E-exam ให้ได้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนด
  • ตรวจสมรรถภาพร่างกาย ผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายตามเกณฑ์
  • สอบภาคปฏิบัติ ทำการสอบขับรถภาคปฏิบัติ 3 ท่าพื้นฐานให้ผ่าน
  • ชำระค่าธรรมเนียม และรับใบขับขี่ เมื่อผ่านทุกขั้นตอน ก็สามารถชำระค่าธรรมเนียมและรอรับใบขับขี่ใหม่ได้เลย

เอกสารและอัตราค่าธรรมเนียมจริงในการต่อใบขับขี่ 2569

การเตรียมเอกสารและเงินค่าธรรมเนียมให้พร้อมจะช่วยให้กระบวนการทำบัตรเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยมีรายละเอียดดังนี้

เอกสารที่ต้องเตรียมในการต่อใบขับขี่

  • บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง (ยังไม่หมดอายุ)
  • ใบอนุญาตขับขี่ใบเดิมที่หมดอายุ (หรือสำเนา)
  • ใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันฉบับจริง (อายุไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันออก)
  • ผลการผ่านการอบรมออนไลน์จากระบบ DLT e-Learning (แคปหน้าจอที่มี QR Code)

อัตราค่าธรรมเนียมจริง (อัปเดตปี 2569)

  • ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชนิด 5 ปี: ค่าธรรมเนียมต่ออายุ 500 บาท + ค่าถ่ายรูปและพิมพ์บัตรพลาสติก 100 บาท + ค่าคำร้อง 5 บาท = รวมทั้งสิ้น 605 บาท
  • ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชนิด 5 ปี: ค่าธรรมเนียมต่ออายุ 250 บาท + ค่าถ่ายรูปและพิมพ์บัตรพลาสติก 100 บาท + ค่าคำร้อง 5 บาท = รวมทั้งสิ้น 355 บาท

ใบขับขี่หมดอายุ เสียค่าปรับเท่าไหร่? มีโทษอะไรบ้าง?

ใบขับขี่หมดอายุ เสียค่าปรับเท่าไหร่

การนำรถออกไปขับขี่ขณะที่ใบขับขี่หมดอายุ หรือไม่มีใบขับขี่ ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งมีอัตราโทษปรับชัดเจนดังนี้

  • กรณีใบขับขี่หมดอายุ (มาตรา 65): ผู้ใดขับรถโดยได้รับใบอนุญาตขับรถที่สิ้นอายุแล้ว ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
  • กรณีไม่มีใบขับขี่ หรือไม่เคยทำใบขับขี่ (มาตรา 64): ผู้ใดขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อบรมต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์อะไร? 

เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่สามารถดำเนินการต่อใบขับขี่สำหรับคนที่ใบขับขี่หมดอายุได้ง่ายขึ้น กรมการขนส่งทางบกได้เปิดให้มีการอบรมใบขับขี่ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบกโดยตรง (dlt-elearning.com) หรือผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue ซึ่งคุณสามารถเข้าอบรมได้ทุกที่ทุกเวลาตามความสะดวก เมื่ออบรมเสร็จสิ้นจะได้รับหลักฐานการอบรมเพื่อนำไปยื่นประกอบการต่ออายุใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่งต่อไป

วิธีจองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ผ่าน DLT Smart Queue

เพื่อไม่ต้องเสียเวลารอคิวที่สำนักงานขนส่งตลอดวัน กรมการขนส่งทางบกได้เปิดระบบจองคิวออนไลน์ล่วงหน้า โดยทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue (รองรับทั้ง iOS และ Android) หรือเข้าเว็บไซต์จองคิวของกรมขนส่งฯ (dlt-elearning.com)
  2. ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบด้วยหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน
  3. เลือกสำนักงานขนส่งพื้นที่ที่สะดวกเดินทางไปใช้บริการ
  4. เลือกประเภทงานบริการเป็น “งานใบอนุญาต” และเลือกหัวข้อต่ออายุใบอนุญาตขับรถ
  5. เลือกรอบวันและเวลาที่ต้องการ ยืนยันการจองคิว และแคปหน้าจอคิวไว้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ในวันนัดหมาย

ใบขับขี่หมดอายุ เคลมประกันได้ไหม?

คำถามที่หลายคนสงสัยคือใบขับขี่หมดอายุเคลมประกันได้ไหม หรือใบขับขี่หมดอายุ ประกันจ่ายไหม? โดยทั่วไปแล้ว หากเกิดอุบัติเหตุในขณะที่ใบขับขี่หมดอายุ บริษัทประกันภัยรถยนต์ยังให้ความคุ้มครองตามเดิมอยู่ รวมไปถึงในกรณีที่มีใบขับขี่ แต่ลืมพก หรือโดนยึดอยู่ ประกันรถยนต์ก็ยังให้ความคุ้มครองกับความเสียหายที่เกิดขึ้นเช่นกัน ดังนั้น การมีประกันรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1 ,ประกันรถยนต์ 2+ หรือประกันรถยนต์ 3+ ก็ถือว่าเป็นการเสริมความคุ้มครองให้กับตัวคุณ และรถได้ดียิ่งขึ้น

ใบขับขี่หมดอายุต่อยังไง? แนะนำโดย SILKSPAN

สรุปได้เลยว่า เมื่อใบขับขี่หมดอายุ สามารถดำเนินการต่ออายุได้เลยในทันที โดยไม่ต้องรอกำหนดเวลาใด ๆ ทั้งสิ้น ที่จริงแล้วไม่ค่อยปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด แต่ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นมาแล้วก็ต้องรีบดำเนินการแก้ไขให้เร็วที่สุด มิฉะนั้นคุณจะต้องเจอกับเรื่องราวน่าปวดหัวมากมาย รับประกันเลยว่า เวลาที่เสียไปกับการต่ออายุใบขับขี่ คุ้มค่ามากกว่าการเสียเงินค่าปรับ และ ขั้นตอนอันแสนยุ่งยากที่เพิ่มขึ้นมา อย่างแน่นอน

นอกจากการดูแลเรื่องใบขับขี่แล้ว ผู้ใช้รถควรให้ความสำคัญกับการต่อภาษีรถยนต์ และต่อพ.ร.บ.รถยนต์ ให้ตรงเวลา เพราะถือเป็นภาระหน้าที่ทางกฎหมายที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน รวมไปถึงการมีประกันภัยรถยนต์ดี ๆ มองหาประกันรถบริษัทไหนดี หรือจะซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดี ลองมาดูได้ที่ SILKSPAN เพราะเรามีทั้งประกันรถ วิริยะ ,ประกันรถ โตเกียวมารีน ,ประกันรถยนต์ ไทยวิวัฒน์ หรือประกันรถยนต์ กรุงเทพ ที่พร้อมให้คุณเช็กราคาได้ตลอด 24 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบขับขี่หมดอายุ

1. ใบขับขี่หมดอายุ ต้องต่อภายในกี่วัน?

กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนวันสิ้นสุดบังคับไว้ แต่ควรต่ออายุภายใน 1 ปีนับจากวันหมดอายุ เพื่อไม่ต้องสอบข้อเขียนใหม่ และไม่เสียค่าปรับเมื่อขับขี่บนถนน

2. ใบขับขี่หมดอายุ 1 ปี หรือ 2 ปี ต้องทำอย่างไร?

กรณีหมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี (ครอบคลุมทั้ง 1 ปี และ 2 ปี) ต้องทดสอบสมรรถภาพ อบรม 1 ชั่วโมง และสอบข้อเขียนใหม่ผ่านระบบ E-Exam ให้ผ่าน 45 จาก 50 คะแนน

3. ใบขับขี่หมดอายุ 3 ปีขึ้นไป ต้องทำอย่างไร?

ต้องทำกระบวนการใหม่ทั้งหมด ทั้งทดสอบสมรรถภาพ อบรม สอบข้อเขียน E-Exam และสอบขับรถภาคปฏิบัติใหม่ทุกท่า

4. ต่อใบขับขี่ช้า ต้องเสียค่าปรับที่ขนส่งไหม?

สำนักงานขนส่งไม่มีการเก็บค่าปรับกรณีต่อใบขับขี่ช้า ชำระเพียงค่าธรรมเนียมทำบัตรตามปกติ (รถยนต์ 605 บาท) แต่หากนำใบขับขี่หมดอายุไปขับบนถนนแล้วโดนตำรวจจับ มีโทษปรับตามกฎหมายไม่เกิน 2,000 บาท

5. ใบขับขี่หมดอายุแล้วขับรถ เกิดอุบัติเหตุ ประกันจ่ายไหม?

ประกันภัยยังคงคุ้มครองตามปกติทั้งรถเราและคู่กรณี หากผู้ขับขี่เคยมีใบขับขี่ถูกต้องตามกฎหมายมาก่อน (ต่างจากกรณีไม่เคยมีใบขับขี่เลย ซึ่งประกันจะไม่คุ้มครองรถผู้เอาประกัน)

6. ใบขับขี่หมดอายุ ยังใช้แทนบัตรประชาชนได้ไหม?

ใช้ไม่ได้ เนื่องจากสถานะของบัตรทางกฎหมายสิ้นสุดลงแล้ว ไม่สามารถใช้ยืนยันตัวตนกับหน่วยงานราชการ สถาบันการเงิน หรือการเดินทางบินภายในประเทศได้

7. ใบขับขี่แบบ 2 ปี กับ 5 ปี ต่างกันอย่างไรตอนต่ออายุ?

แบบ 2 ปีเป็นการต่อจากชนิดชั่วคราวเป็น 5 ปี (ยื่นเอกสารและตรวจสมรรถภาพได้เลย ไม่ต้องอบรม) ส่วนแบบ 5 ปีเป็นการต่ออายุเป็น 5 ปีตามเดิม ซึ่งต้องผ่านการอบรม 1 ชั่วโมงด้วย

8. ต่อใบขับขี่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ไหม?

ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ฉบับจริงที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันออก เป็นเอกสารบังคับสำหรับการต่ออายุใบขับขี่ทุกกรณี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม


เขียนโดย : SILKSPAN MKT
เผยแพร่วันที่ : 10/09/2026
รับข้อเสนอพิเศษ

จองสิทธิ์ประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์ รับส่วนลดสูงสุด 30% กว่า 20 บริษัทชั้นนำ

  1. ต่ออายุล่วงหน้า รับส่วนลดเพิ่ม สูงสุดกว่า 500 บาท
  2. ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนเงินสด ได้สูงสุด 10 เดือน
  3. ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
  4. ฟรีรถใช้ระหว่างซ่อม หรือ เบิกค่าเดินทาง 1,000 บาท

กรอกข้อมูล เพื่อ “รับข้อเสนอพิเศษ” ต่อประกันรถยนต์

taff-call
“เช็คเบี้ยประกันรถฟรี 24 ชม.”
line

กำลังโหลด