เบี้ยดีโดนใจ ประกันภัยชั้น 1 เบี้ยเริ่ม 750 บาท/เดือน พิเศษรับส่วนลดสูงสุด 30% เช็กเบี้ยที่นี่ กับ SILKSPAN

วิธีตรวจเช็คสภาพรถยนต์ หลังขับรถกลับจากเดินทางไกล


6 วิธีตรวจเช็คสภาพรถยนต์หลังจากเดินทางไกล ต้องดูอะไรบ้าง

สำหรับใครที่ต้องใช้รถยนต์ในการเดินทางไกลบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยว หรือทำงานข้ามจังหวัด การหมั่นตรวจเช็คสภาพรถยนต์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วหลังจากขับรถยนต์กลับจากเดินทางไกลแล้วต้องตรวจเช็คอะไรบ้าง? มีอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษหรือเปล่า? SILKSPAN ได้สรุปข้อมูลมาให้แล้ว

6 วิธีตรวจเช็คสภาพรถยนต์หลังการเดินทางไกล

เพื่อให้คุณสามารถใช้งานรถยนต์ครั้งถัดไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน หลังขับรถยนต์กลับจากเดินทางไกลแล้ว ควรตรวจเช็คสภาพรถยนต์ให้เรียบร้อยด้วย 6 วิธีต่อไปนี้

1. เช็คสภาพภายนอกของรถยนต์

สิ่งแรกที่คุณควรเช็คเลยก็คือ ตัวรถ หรือสีของรถมีรอยคราบ หรือรอยขีดข่วนหรือเปล่า เพราะในขณะที่เราขับรถยนต์ข้ามจังหวัด อาจมียางมะตอย น้ำยางต้นไม้ รอยหินดีด หรือขี้นกตกมาใส่รถได้ ถ้าปล่อยทิ้งไว้ ไม่รีบล้างทำความสะอาดตั้งแต่เนิ่นๆ ก็อาจทำให้สีรถด่างได้

2. เช็คสภาพยางรถยนต์

ยางรถยนต์เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้รถยนต์เคลื่อนไหวได้ หลังจากเดินทางไกลแล้ว อย่าลืมตรวจเช็คสภาพรถยนต์ให้เรียบร้อย เพราะถ้ายางมีปัญหา ก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ง่าย โดยวิธีเช็คสภาพยางรถยนต์เบื้องต้น มีดังนี้

  • เช็คอายุการใช้งาน : ปกติแล้ว ทางผู้ผลิตยางรถยนต์จะแนะนำให้เปลี่ยนยางทุกๆ 2 ปี หรือ 50,0000 กิโลเมตร นับจากวันที่ติดตั้งยาง
  • ตรวจสอบร่องดอกยาง : ยางทุกเส้นจะมีปุ่มในร่องดอกยางเพื่อวัดความลึกของร่องดอกยาง เรียกว่า “สะพานยาง” ถ้าเมื่อไหร่ที่ดอกยางสึกเท่ากับสะพานยาง แนะนำให้เปลี่ยนยางรถใหม่ เนื่องจากยางจะเกาะติดถนนไม่ดีเวลาที่ขับผ่านแอ่งน้ำ
  • ตรวจสอบไหล่ยาง : ไหล่ยางทั้งสองข้างควรสึกเสมอกัน ถ้าสึกไม่เท่ากัน หรือสึกเพียงข้างใดข้างหนึ่ง แสดงว่ามีลมยางอ่อน หรือช่วงล่างรถยนต์มีปัญหา
  • ตรวจสอบแก้มยาง : เป็นส่วนที่นิ่มที่สุด จึงมีความเสี่ยงเกิดความเสียหายได้ง่ายที่สุด ถ้าตรวจพบว่ามีรอยเบียด รอยบดเป็นเส้นรอบวง หรือบวมปูด ก็ควรเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่เช่นกัน

3. เช็คน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์

น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ หรือที่เรานิยมเรียกกันว่า “น้ำมันหล่อลื่น” หรือ “น้ำมันเครื่อง” เป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้รถยนต์ทำงานได้ตามปกติ และยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ เพราะสามารถช่วยหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์ เพื่อลดแรงเสียดทาน ช่วยระบายความร้อนเครื่องยนต์ ป้องกันสนิมและการกัดกร่อนได้ การตรวจเช็คน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์หลังเดินทางไกลจึงเป็นอีกหนึ่งข้อที่ทุกคนไม่ควรละเลย

สำหรับวิธีเช็คน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการดึงก้านตรวจวัดระดับน้ำมันเครื่องขึ้นมาดู โดยมีวิธีดูดังนี้

  • หากการแสดงผลโชว์ระดับน้ำมันเครื่องอยู่ระหว่างขีด F กับ L หรือ Max กับ Min แสดงว่าปกติ
  • หากการแสดงผลโชว์ระดับน้ำมันเครื่องอยู่ต่ำกว่า L หรือ Min แสดงว่า น้ำมันเครื่องอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ อาจทำให้เครื่องยนต์เกิดการสึกหรอได้
  • หากการแสดงผลโชว์ระดับน้ำมันเครื่องอยู่บนขีด F หรือ Max แสดงว่า น้ำมันเครื่องอยู่ในระดับมากกว่าปกติ อาจทำให้เกิดความร้อนสูงเกินไปจนทำให้สิ้นเปลืองพลังงานได้

หากสีน้ำมันเครื่องที่ติดอยู่บนก้านมีความดำมากผิดปกติ แสดงว่า น้ำมันเครื่องมีความสกปรก และอาจทำให้ประสิทธิภาพการหล่อลื่นลดลงได้

รับข้อเสนอพิเศษ ให้ประกันรถคุ้มครองทุกการเดินทาง ผ่อนประกันรถชั้น 1 0% ที่ SILKSPAN

4. เช็คน้ำยาหล่อเย็น

การเช็คน้ำมันหล่อเย็น หรือระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ก็เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ต้องดูให้ดีหลังขับรถยนต์จากการเดินทางไกล เพราะถ้ามีน้ำมันหล่อเย็นน้อยเกินไปก็อาจทำให้เครื่องยนต์โอเวอร์ฮีท (Over heat) ได้ โดยให้ดูที่หม้อพักน้ำยาหล่อเย็น จะต้องอยู่เหนือระดับ Min ถ้าน้อยกว่านั้น ให้เติมน้ำยาหล่อเย็นให้เรียบร้อยก่อนจะใช้งานรถยนต์ในครั้งถัดไป

5. เช็คระบบเบรกรถยนต์

การเช็คระบบห้ามล้อรถยนต์ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “เบรกรถยนต์” เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้ขับขี่รถยนต์ต้องให้ความสำคัญอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเดินทางใกล้ หรือไกล เพราะถ้าเบรกรถยนต์มีปัญหา ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ มั่นใจเลยว่าจะทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมาแน่นอน

สำหรับวิธีการเช็คระบบเบรกรถยนต์เบื้องต้นด้วยตนเอง มีดังนี้

  • ลองสังเกตเวลาเหยียบเบรก หากพบว่า ระยะเบรกที่เท้าลึกกว่าปกติ แสดงว่าเนื้อผ้าเบรกเริ่มสึกหรอแล้ว ควรเปลี่ยนผ้าเบรกใหม่
  • ตรวจสอบจานเบรก หากพบว่า มีคราบฝุ่น หรือสิ่งสกปรกเกาะติดอยู่ ก็ควรล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย เพราะจะส่งผลให้เบรกรถทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
  • หลังจากจอดรถแล้ว ในวันถัดไปให้ลองสังเกตดูว่า มีคราบน้ำมันหยดบริเวณล้อรถหรือเปล่า ถ้ามี แสดงว่าตัวระบบเบรกบางจุดที่รั่วซึมอยู่ ควรเอารถไปเข้าอู่ หรือศูนย์เพื่อตรวจเช็กให้เร็วที่สุด

6. เช็คการทำงานของไฟรถยนต์และที่ปัดน้ำฝน

นอกจากการเช็คระบบการทำงานของเครื่องยนต์แล้ว การทำงานของไฟรถยนต์และที่ปัดน้ำฝนก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรละเลย โดยคุณจะต้องเช็คให้ดีว่า ไฟรถยนต์ส่องสว่างได้ปกติหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า ไฟหลัง หรือไฟเลี้ยว และจะต้องเช็คการทำงานของที่ปัดน้ำฝนด้วย เพราะถ้าขับรถยนต์ครั้งถัดไปแล้วฝนตก แต่ที่ปัดน้ำฝนไม่สามารถใช้งานได้ ก็จะส่งผลต่อทัศนวิสัย และทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

6 วิธีตรวจเช็คสภาพรถยนต์หลังจากเดินทางไกล ต้องดูอะไรบ้าง

ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ SILKSPAN พร้อมคุ้มครองทุกการเดินทาง

จบกันไปแล้วกับการแนะนำ 6 วิธีตรวจเช็คสภาพรถยนต์หลังจากเดินทางไกล หวังว่าจะช่วยให้คุณสามารถดูแลและตรวจสภาพรถยนต์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม ทำให้การเดินทางในครั้งถัดไป ราบรื่น ปลอดภัย ไม่มีปัญหาอะไรมากวนใจ อย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แม้ว่าเราจะระมัดระวังแค่ไหนก็ตาม ดังนั้นทุกคนจึงควรทำประกันรถยนต์ และประกันอุบัติเหตุติดตัวไว้เสมอ ก็จะดีที่สุด

สำหรับใครที่มีรถยนต์ แล้วยังไม่ได้ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 หรือกำลังมองหาที่ต่อประกันรถยนต์ชั้น 1 อยู่ ให้ SILKSPAN เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ​ เรามีบริการผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน เบี้ยเริ่มต้นที่ 750 บาทต่อเดือนเท่านั้น! สามารถเปรียบเทียบราคาและความคุ้มครองที่ตนเองสนใจได้เลย รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน!


เขียนโดย : SILKSPAN ADVISOR
เผยแพร่วันที่ : 11/10/2024
รับข้อเสนอพิเศษ

จองสิทธิ์ประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์ รับส่วนลดสูงสุด 30% กว่า 20 บริษัทชั้นนำ

  1. ต่ออายุล่วงหน้า รับส่วนลดเพิ่ม สูงสุดกว่า 500 บาท
  2. ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนเงินสด ได้สูงสุด 10 เดือน
  3. ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
  4. ฟรีรถใช้ระหว่างซ่อม หรือ เบิกค่าเดินทาง 1,000 บาท

กรอกข้อมูล เพื่อ “รับข้อเสนอพิเศษ” ต่อประกันรถยนต์

ปรึกษาประกันรถยนต์ สอบถามได้เลยผ่าน LINE SILKSPAN

กำลังโหลด