ฝนตกหนัก ถนนลื่น ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยมากที่สุด?
เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน หลายพื้นที่ในประเทศไทยมักเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน โดยเฉพาะวันที่ฝนตกหนัก ซึ่งมักจะมาพร้อมกับถนนลื่น และทัศนวิสัยที่ไม่ดี การขับรถในสภาพเช่นนี้อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายหากไม่ระมัดระวังอย่างเพียงพอ เพื่อสร้างความเข้าใจและปลอดภัยในการขับรถวันฝนตก บทความนี้จะพาไปสำรวจเทคนิคและข้อควรระวังที่คนขับรถทุกคนควรรู้
Key Takeaways
- อันตรายในการขับขี่เวลาฝนตกหนักมักเกิดอุบัติเหตุเสมอ เวลาฝนกตกการควบคุมพวงมาลัยและระยะเบรกของรถจะยากเสมอ
- ควรตรวจสภาพรถก่อนขับลุยฝนตกหนักช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นโดยเฉพาะ ยางรถยนต์และไฟหน้ารถ
- รวมเทคนิคขับรถป้องกันถนนลื่นเมื่อเจอฝนตกหนัก
- จัดการปัญหาเวลาขับรถลุยฝนตกหนัก กระจกฝ้า ยางเหินน้ำ ทำอย่างไรมีคำตอบ
ฝนตกหนัก และ ถนนลื่น ปัจจัยที่ทำให้การขับรถกลายเป็นเรื่องอันตรายยิ่งกว่าที่เคย
หลายคนอาจมองว่าฝนตกเป็นเรื่องปกติ แต่รู้หรือไม่ว่าหลังฝนตกหนัก สิ่งสกปรกบนพื้นผิวถนน เช่น น้ำมันหรือฝุ่นละออง จะลอยขึ้นมาผสมกับน้ำฝน ทำให้ถนนลื่นมากกว่าปกติ การควบคุมพวงมาลัยและระยะเบรกของรถจะยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องเบรกกะทันหัน ทัศนวิสัยที่ลดลงทำให้การมองเห็นยากยิ่งขึ้น อีกทั้งรถบางคันก็อาจเกิดสถานการณ์ กระจกรถเป็นฝ้าในขณะขับรถตอนฝนตก ดังนั้นจึงต้องมีความระมัดระวังและเตรียมพร้อมมากกว่าปกติ
เตรียมรถให้พร้อม ก่อน “ขับรถตอนฝนตกหนัก”
เมื่อมีความจำเป็นต้องขับรถวันฝนตกหนัก สิ่งแรกที่ต้องให้ความสำคัญก็คือการเตรียมความพร้อมของรถยนต์ที่ใช้ โดยมีสิ่งที่ต้องตรวจสอบ ดังนี้
ตรวจสอบสภาพ “ยางรถยนต์” สำคัญกว่าที่คิด
ยางรถยนต์ที่พร้อมต่อการขับขี่ในวันฝนตก ต้องมีดอกยางลึกพอสำหรับรีดน้ำออกจากพื้นถนน หากดอกยางสึกหรือแข็งเกินไป จะทำให้รถลื่นและเสี่ยงต่อการเหินน้ำ โดยสิ่งที่ควรตรวจสอบคือ
- ความลึกของดอกยางไม่ควรต่ำกว่า 3 มม.
- อายุการใช้งานไม่เกิน 4-5 ปี
- ไม่มีรอยแตกหรือบวม
- เติมลมยางให้อยู่ในระดับที่พร้อมใช้งาน
ระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต้องพร้อมใช้งาน
เมื่อฝนตกหนักการมองเห็นจะลดลง ดังนั้นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า ไฟหน้า ไฟท้าย และไฟเบรกทำงานปกติ นอกจากนี้ควรตรวจสอบด้วยว่าไฟฉุกเฉินสามารถเปิดได้ทันทีในกรณีรถเสีย และสิ่งสำคัญคือไฟเลี้ยวต้องชัดเจน ไม่หรี่หรือดับ การที่มีระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณที่พร้อมใช้งานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็นเมื่อต้องขับรถตอนฝนตกหนักได้ดียิ่งขึ้น
ยางปัดน้ำฝนและระบบไล่ฝ้าทำงานสมบูรณ์
หากกระจกรถเป็นฝ้าระหว่างขับรถจะทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลงอย่างมาก ควรตรวจสอบระบบปัดน้ำฝนที่ดีและระบบไล่ฝ้าว่าสามารถทำงานได้ตามปกติหรือไม่ จะช่วยให้คุณมองเห็นชัดเจนตลอดเส้นทาง
รวมเทคนิคเด็ดพิชิตถนนลื่นเมื่อฝนตกหนักเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย
นอกจากการเตรียมความพร้อมของรถยนต์แล้ว ผู้ขับขี่เองก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการขับรถในวันฝนตกหนักถนนลื่นด้วย โดยใช้เทคนิคต่อไปนี้
ลดความเร็วลง ปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์
การขับเร็วในขณะฝนตกทำให้รถเบรกไม่อยู่หรือเสียหลักได้ง่าย ควรลดความเร็วลงอย่างน้อย 20-30% จากปกติ เพื่อให้มีเวลาตัดสินใจมากขึ้น หากเป็นเส้นทางที่ไม่คุ้นชินควรหลีกเลี่ยงการขับด้วยความเร็วสูง และพยายามขับชิดซ้ายหรืออยู่ในเลนกลางดีที่สุด
รักษาระยะห่างจากรถคันหน้า ให้มากขึ้น
ในสภาพการขับขี่ที่ถนนลื่น ควรรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างน้อย 2-3 เท่าจากระยะปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหากรถหน้าเบรกกะทันหัน และการรักษาระยะห่างยังช่วยให้มีระยะเบรกเพิ่มขึ้นด้วย
หลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหันและเปลี่ยนเลนบ่อย
การเบรกแรง ๆ หรือเปลี่ยนเลนบ่อยจะเพิ่มความเสี่ยงที่รถจะลื่นหรือเสียการควบคุม หากจำเป็นต้องเบรกให้ค่อย ๆ เหยียบเบรก และควรใช้เกียร์ต่ำในการชะลอความเร็วด้วย
เปิดไฟหน้าเสมอเมื่อฝนตกหนัก
แม้จะไม่ใช่การขับขี่ในช่วงค่ำมืด แต่หากระหว่างเส้นทางมีฝนตกหนักก็ควรเปิดไฟหน้ารถ เพราะไฟหน้าจะช่วยให้รถคันอื่นมองเห็นคุณได้ง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงจากการเฉี่ยวชนในสภาพแสงน้อยและทัศนวิสัยไม่ดีได้
ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อ ขับรถตอนฝนตกหนัก และวิธีแก้ไข

หลายคนอาจประสบปัญหาเหล่านี้ หรือมีความสงสัยเมื่อต้องขับรถท่ามกลางฝนตก โดยเฉพาะมือใหม่หัดขับที่อาจมีความกังวลก่อนสตาร์ทรถออกจากบ้านในวันฝนตก ซึ่งเราได้รวบรวมคำแนะนำมาให้ตามรายละเอียดต่อไปนี้
กระจกรถเป็นฝ้า” ทำอย่างไรดี?
เมื่อฝนตกหนักมักจะเกิดความชื้นสะสมในห้องโดยสาร และมีอุณหภูมิที่แตกต่างกันอาจทำให้กระจกรถเป็นฝ้า สิ่งที่ควรทำเพื่อลดการเกิดฝ้าและช่วยให้มองเห็นเส้นทางได้มากขึ้น คือ
- เปิดแอร์แบบลมเย็นให้พัดไปที่กระจกหน้าตรง ๆ
- หากมีฟังก์ชันไล่ฝ้าควรเปิดใช้งานทันที
- หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าที่มีความเปียกชื้นในการเช็ดฝ้า เพราะจะทิ้งคราบและรบกวนการมองเห็น
รถเหินน้ำ (Hydroplaning) รับมืออย่างไร?
อาการนี้เกิดจากยางรถยนต์สัมผัสกับชั้นน้ำบนถนนจนทำให้เสียการควบคุม ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น สิ่งที่ควรทำคือ
- ตั้งสติ และอย่ารีบเหยียบเบรกกะทันหัน
- ค่อย ๆ ปล่อยคันเร่งช้า ๆ เพื่อลดระดับความเร็ว
- ควบคุมพวงมาลัยให้อยู่ในทิศทาง อย่าพยายามหักเลี้ยวด้วยความรุนแรงหรือเร็วเกินไป
- รอจนกว่ายางจะสัมผัสพื้นถนนอีกครั้งจึงค่อยควบคุมรถตามปกติ
ขับรถตอนฝนตก ความพร้อมและสติคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
ฝนตกหนักไม่ใช่อุปสรรคของการเดินทาง หากคุณเตรียมพร้อมทั้งรถและความพร้อมในการขับขี่อย่างเหมาะสม เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ขับรถตอนฝนตกได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ประมาท ขับอย่างมีสติ และรู้เท่าทันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจร้ายแรงได้
อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้น อย่าลืมพิจารณาเลือกทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้ด้วย เมื่อเกิดปัญหาหรือความเสียหายก็ยังช่วยสร้างความสบายใจให้กับเจ้าของรถได้ และช่วยลดค่าใช้จ่ายเมื่อต้องเคลมประกันด้วย
สรุปขับรถเวลาฝนตกหนัก
การขับรถในช่วง ฝนตกหนัก และสภาพ ถนนลื่น มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงเนื่องจากระยะเบรกที่ยาวขึ้นและทัศนวิสัยที่ลดลง ผู้ขับขี่จึงควรเตรียมความพร้อมของรถยนต์พร้อมตรวจสอบระบบไฟส่องสว่างและที่ปัดน้ำฝนให้ใช้งานได้ดีเสมอและเปิดไฟหน้าเพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นได้ชัดเจน หากเผชิญปัญหากระจกรถเป็นฝ้าให้เปิดระบบไล่ฝ้าหรือปรับแอร์เป่ากระจกหน้าทันที และที่สำคัญที่สุดคือการขับขี่อย่างมีสติ ไม่เบรกกะทันหัน รวมถึงการมีประกันรถยนต์ไม่ว่าจะเป็น ประกันรถยนต์ชั้น1 ,ประกันรถยนต์ชั้น2+ ที่ SILKSPAN ก็จะช่วยคุ้มครองครอบคลุมจะช่วยเพิ่มความอุ่นใจและลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันบนท้องถนนได้