ประกันรถยนต์ชั้น2+ เริ่มต้มเพียงแค่ 609 บาท

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถคืออะไร มีวิธีเรียกร้องอย่างไร


ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

        การทำประกันรถยนต์คงจะได้ยินคำว่า “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่เคยได้ยิน และก็ไม่แน่ใจว่าคำนี้แปลว่าอะไร ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถเกี่ยวกับทำประกันรถยนต์อย่างไร จะได้รับสิทธินี้ หรือใช้สิทธินี้เมื่อเมื่อไหร่ จะได้รับสิทธิเฉพาะการทำประกันด้วยช่องทางปกติ แล้วการทำประกันออนไลน์สามารถใช้สิทธินี้ด้วยได้หรือไม่ การเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจะสามารถเรียกร้องได้ในกรณีใด มีขั้นตอนอย่างไรในการทำเรื่องขอค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ วันนี้ SILKSPAN รวบรวมมาไว้แล้วที่นี่

 

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไร

        “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” คืออะไร สำหรับผู้ที่ทำประกันให้กับรถยนต์ของคุณ อาจเคยได้ยินคำๆ นี้ผ่านหูมาบ้าง สำหรับ ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ในความหมายที่เข้าใจง่ายๆ คือ เงินที่เป็นค่าชดเชยจากทางบริษัทประกันรถยนต์ของรถยนต์ที่ฝ่ายผิดได้ทำการจ่ายเพื่อชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุที่รถยนต์คันดังกล่าวได้กระทำไว้ และเป็นเหตุให้คู่กรณีที่เป็นฝ่ายถูก หรือเป็นคุณเองที่โดนชน และเป็นฝ่ายถูก รถยนต์จำเป็นต้องส่งซ่อม และไม่มีรถยนต์ไว้ใช้งานในระหว่างที่ส่งซ่อม เกิดการสูญเสียหายได้ หรือเกิดการขาดประโยชน์ระหว่างที่รถยนต์เข้าศูนย์ซ่อม คู่กรณีที่เป็นฝ่ายถูกจะต้องเป็นฝ่ายเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถกับทางบริษัทประกันรถยนต์ที่เป็นฝ่ายผิด และจะสามารถเรียกร้องได้ในกรณีที่ฝ่ายผิดทำประกันประเภทสมัครใจเท่านั้น อาจสามารถเรียกร้องค่าชดเชยเป็นค่าเดินทางในระหว่างรถกำลังส่งซ่อมนั่นเอง

        สำหรับใครที่ทำประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันชั้น 2+, ประกันชั้น 3+ และประกันชั้น 3 หากมีการชนแบบมีคู่กรณี และคุณเป็นฝ่ายถูก ก็จะสามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้

 

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ สามารถเรียกร้องได้ในกรณีไหนบ้าง

กรณีชนแบบมีคู่กรณี

        เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น และฝ่ายเราเป็น “ฝ่ายถูก” และมีคู่กรณี ไม่ว่ารถยนต์ของเรา จะมีประกันรถยนต์ หรือไม่ได้ทำประกันรถยนต์เอาไว้ เมื่อรถยนต์ได้รับความเสียหาย และจำเป็นต้องทำการส่งซ่อมที่อู่ซ่อม หรือศูนย์บริการ สามารถทำการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถกับทางบริษัทประกันของคู่กรณีได้ โดยสามารถดำเนินการเรียกร้องได้ด้วยตัวเองในฐานะของการเป็นผู้เสียหาย หากคู่กรณีมีประกันรถยนต์ บริษัทประกันจะให้ความคุ้มครองชดเชยค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่เกิดการสูญเสีย หรือเกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอก โดยทางบริษัทประกันจะต้องให้การดูแล 

        แต่ถ้าเป็นในกรณีที่คู่กรณีไม่มีประกันคุ้มครอง หรือไม่ได้ทำประกันรถยนต์เอาไว้ก็ยังสามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจากคู่กรณีโดยตรงได้เช่นกัน แต่ก็ควรมีหนังสือระบุเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจนเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ จ่ายภายในระยะเวลาไหน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยืนยันในภายหลังถ้าหากไม่ได้มีการชดใช้ตามที่ระบุไว้

กรณีชนแบบไม่มีคู่กรณี

        สำหรับการชนไม่มีคู่กรณี จะไม่สามารถดำเนินการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้ เนื่องจากการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อต้องการเรียกร้องจากฝ่ายคู่กรณีเท่านั้น แต่ถ้ารถยนต์ของคุณได้ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ก็สามารถสบายใจได้ เนื่องจากประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุในกรณีที่ไม่มีคู่กรณีก็สามารถทำการเคลมได้เช่นกัน แต่สำหรับประกันรถยนต์ชั้น 2+, ประกันรถยนต์ชั้น 3+ และประกันรถยนต์ชั้น 3 อาจไม่ได้มีความคุ้มครองในส่วนนี้ และต้องเป็นฝ่ายเราเองที่ต้องทำการดำเนินการซ่อม และจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเอง

 

วิธีเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

        เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น และคุณเป็นฝ่ายถูก เกิดความเสียหายขึ้นกับรถยนต์ของคุณ และทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องส่งรถยนต์ของคุณเข้าซ่อมที่ศูนย์ หรืออู่ซ่อม และอาจทำให้คุณเกิดความเสียหายในการทำงาน มีค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นต้องจ่ายเพิ่มขึ้นมาในช่วงเวลาดังกล่าว และอาจทำให้คุณเสียประโยชน์ในการใช้ชีวิต หรือการทำงานขึ้นได้ จึงต้องทำการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถกับทางบริษัทประกันคู่กรณี และเมื่อต้องการที่จะเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจากบริษัทประกันของคู่กรณีสามารถเตรียมตัวได้ง่ายๆ ได้ดังนี้

1.ถ่ายรูปสภาพรถยนต์ของคุณหลังจากเกิดอุบัติเหตุให้เห็นร่องรอยความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนโดยรอบคันรถ

2.ทำการสำเนาใบเคลมของคู่กรณีจากบริษัทประกันรถยนต์ รวมไปถึงสำเนาใบเคลมของประกันฝ่ายเราไว้ด้วยเช่นกัน

3.ทำการสำเนาข้อมูลรายละเอียดในการส่งซ่อมรถ สำเนาใบรับรถ ที่มีการระบุวันที่ส่งมอบรถคืนที่ชัดเจน

4.ดำเนินการยื่นเรื่องเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถกับทางบริษัทคู่กรณี โดยการแจ้งว่าต้องการเรียกร้อง “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ”

5.ส่งเอกสารที่แจ้งไว้ในข้างต้น รวมไปถึงสำเนาทะเบียนรถยนต์ และสำเนาบัตรประชาชนของผู้ส่งคำร้อง รวมไปถึงเอกสารอื่นๆ หากบริษัทประกันต้องการเรียกขอ พร้อมระบุรายละเอียดความเสียหายที่เกิดขึ้นในระหว่างการซ่อม พร้อมชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ในกรณีที่ต้องการติดต่อเพื่อขอข้อมูล หลักฐาน หรือเอกสารเพิ่มเติม

6.บริษัทประกันภัยรถยนต์ของคู่กรณีทำการพิจารณาค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เมื่อทำการพิจารณาเสร็จสิ้นทางบริษัทประกันคู่กรณีจะทำการแจ้งว่าจะได้รับค่าชดเชยเท่าไหร่ ในขั้นตอนนี้คุณสามารถทำการเจรจาต่อรองกับทางบริษัทประกันได้

7.เมื่อหาข้อสรุป และทำการตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว ก็สามารถรอรับค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้ภายในประมาณ 7 วัน

รถใช้ระหว่างซ่อม

 

เอกสารเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

        ในขั้นตอนของการเรียกร้อง “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” กับทางบริษัทประกันภัยรถยนต์คู่กรณี จำเป็นจะต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ที่ทางบริษัทประกันคู่กรณีต้องใช้งานในการพิจารณาการเรียกร้องค่าชดเชย โดยมีเอกสารดังนี้ที่ต้องเตรียมไว้

  • ใบเสนอรายการความเสียหายของรถยนต์
  • ใบเคลม (ใบรองรับความเสียหายต่อทรัพย์สิน)
  • สำเนาตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
  • สำเนาทะเบียนรถยนต์
  • สำเนาใบขับขี่รถยนต์
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • ใบรับรถ หรือหนังสือส่งมอบรถเสร็จ
  • รูปถ่ายตอนซ่อม
  • รูปถ่ายความเสียหาย
  • หนังสือเรียกร้องสินไหมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อม
  • สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารของผู้เอาประกัน

 

ประกันรถยนต์ชั้น 1 เบี้ยเริ่มต้นที่ 750 บาท

 

วิธีคำนวณค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

        โดยปกติจะสามารถแบ่งค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถออกได้เป็น 3 กลุ่มดังนี้

กลุ่มที่ 1 รถยนต์มีที่นั่งไม่เกิน 7 คน (รวมตัวผู้ขับ) 

        ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถขั้นต่ำไม่น้อยกว่าวันละ 500 บาท

กลุ่มที่ 2 รถยนต์รับจ้างสาธารณะมีที่นั่งไม่เกิน 7 คน (รวมตัวผู้ขับ)

        ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถขั้นต่ำไม่น้อยกว่าวันละ 700 บาท

กลุ่มที่ 3 รถยนต์ที่นั่งรวมผู้ขับขี่เกิน 7 คน 

        ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถขั้นต่ำไม่น้อยกว่าวันละ 1,000 บาท และถ้าหากเป็นรถประเภทอื่นๆ เช่น รถจักรยานยนต์ ให้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถเป็นได้ตามที่ได้เรียกร้อง และเป็นในจำนวนที่ตกลงกัน โดยมีการพิจารณาไปเป็นกรณีไป

        สำหรับการชดเชยค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจากทางบริษัทประกัน โดยทั่วไปมักจะคำนวณให้ประมาณ 500-1,000 บาท และคุ้มครองค่าชดเชยให้ภายในระยะเวลาซ่อม 20-30 วันเท่านั้น ซึ่งถ้าคำนวณง่ายๆ ว่าได้วันละ 500 บาท เป็นจำนวน 30 วัน ก็จะได้รับค่าชดเชยเป็นจำนวน 15,000 บาท

        แต่ในกรณีที่รถยนต์เกิดความเสียหายหนัก และจำเป็นจะต้องมีการสั่งซื้ออะไหล่ และต้องทำการรออะไหล่จัดส่งมาถึงมืออู่ซ่อม หรือจะเป็นในกรณีที่อู่ซ่อมที่คิวในการซ่อมที่ต้องรถเป็นเวลานาน และอาจทำให้ระยะเวลาเกิน 20-30 วัน เช่นถ้าสมมติว่าต้องรออะไหล่ และใช้เวลาซ่อมถึง 3 เดือน ก็ยังสามารถทำการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ 90 วันที่เป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นได้เช่นกัน ในปัจจุบันหากมีการใช้เวลาในการซ่อมเกิน 45 วัน แต่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นการสั่งซ่อมจริง สามารถทำเรื่องเรียกร้องค่าชดเชยได้ ซึ่งการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถสามารถเรียกร้องได้นับตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ แต่จะสามารถเรียกร้องได้เฉพาะค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถเท่านั้น โดยไม่รวมค่าขาดรายได้จากการทำงาน ซึ่งจะได้รับเป็นจำนวนต่อวันเท่าไหร่ และจำนวนทั้งเท่าไหร่ จะต้องอยู่ที่การต่อรองกับทางบริษัทประกันของคู่กรณี แต่ถ้าหากการต่อรองมีปัญหา ไม่สามารถสรุปข้อตกลงกันได้ สามารถนำเรื่องนี้ไปติดต่อขอเจรจาต่อที่สำนักงานคปภ.ได้

 

เรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ใช้เวลากี่วันจึงจะได้เงิน

        การเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถโดยทั่วไป เมื่อทางฝ่ายเรา หรือฝ่ายถูกที่ต้องการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถกับทางบริษัทประกันคู่กรณีได้ทำการเตรียมเอกสาร หลักฐานได้ครบถ้วนแล้ว ก็ทำการส่งข้อมูลต่างๆ ที่ได้ทำการเตรียมมา พร้อมทำการยื่นคำร้องขอรับค่าชดเชย ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เมื่อบริษัทประกันคู่กรณีได้ทำการรับเรื่อง และเอกสารเป็นที่เป็นเรียบร้อยแล้ว บริษัทจะใช้เวลาในการพิจารณา และทำการเจรจาหาข้อสรุปค่าชดเชยที่จะต้องทำการจ่ายให้ เมื่อได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็สามารถรอรับค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้จากบริษัทประกันภัยรถยนต์คู่กรณีได้ภายในเวลา 7 วันทำการ

 

ตัวอย่างแบบฟอร์มเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

แบบฟอร์มเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

 

ตัวอย่างสถานการณ์การเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

        สมมุติว่า รถยนต์ของนางสาว ก.ถูกชน และได้รับความเสียหาย ไม่สามารถทำการใช้งานได้ จำเป็นต้องทำการส่งซ่อมที่อู่ ซึ่งมีต้องเวลาในการรออะไหล่ และคิวซ่อมทั้งหมดรวม 90 วัน ในกรณีนี้ นางสาว ก. สามารถทำการเรียกร้องค่าชดเชยค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้ทั้งหมดกี่วัน

        โดยปกติรถยนต์โดยทั่วไปที่จำนวนที่นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง จะได้รับค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถวันละประมาณ 500 บาท ในกรณีนี้ บริษัทประกันคู่กรณีได้ให้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถเป็นจำนวน 500 บาทตามทั่วไป แต่ทางบริษัทประกันคู่กรณีได้ทำการตีระยะเวลาซ่อมแค่ 20 วัน ในกรณีนี้ นางสาว ก. สามารถเรียกร้องค่าเสียหายเต็มจำนวน 90 วันได้ โดยทั่วไปอู่มักใช้เวลาในการซ่อมประมาณ 15-30 วัน แต่ในกรณีนี้เกิดความล่าช้าในการสั่งซื้ออะไหล่ และการรอคิวการซ่อมทำให้เกิดความล่าช้าไปถึง 90 วัน ซึ่งถ้าในปัจจุบันหากมีการซ่อมที่กินเวลาเกิน 45 วัน แต่ฝ่ายที่เสียหายเป็นฝ่ายถูก และมีหลักฐานในการยืนยันว่าเกิดความล่าช้าในการซ่อมจริง สามารถทำการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว แต่จะได้รับเพียงค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถเพียงเท่านั้น ในส่วนของค่าขาดรายได้ในการไม่ได้ทำงาน ไม่สามารถทำการเรียกร้องได้ ในขั้นตอนนี้ทางฝ่ายนางสาว ก.จะต้องทำการเจรจากับทางบริษัทประกันภัยรถยนต์ของคู่กรณี เพื่อหาข้อสรุป และจำนวนเงินที่ทางบริษัทประกันจะทำการชดเชยให้ ซึ่งถ้าหากไม่สามารถเจรจาหาข้อสรุปลงได้นั้น สามารถนำเรื่องเข้ามาให้ทางสำนักงานคปภ.ช่วยทำการดูแล และไกล่เกลี่ยได้

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างเกิดความเสียหายบางส่วนกับความเสียหายสิ้นเชิง แตกต่างกันหรือไม่?

        ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจะสามารถเรียกร้องขอสิทธิดังกล่าวเมื่อรถยนต์เกิดความเสียหาย และจำเป็นต้องมีการส่งซ่อมเข้าศูนย์ซ่อม หรืออู่ซ่อม ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการเกิดความเสียหายเพียงบางส่วน หรือความเสียหายที่ใหญ่ที่จำเป็นต้องส่งซ่อม สามารถทำการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้เช่นเดียวกัน

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ รถประเภทไหนบ้างที่สามารถเรียกร้องได้?

        รถยนต์ที่สามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถสามารถเรียกร้องได้ จะต้องเป็นรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ และเป็น “ฝ่ายถูก” ซึ่งสามารถแบ่งได้ออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ

กลุ่มที่ 1 รถยนต์มีที่นั่งไม่เกิน 7 คน (รวมตัวผู้ขับ) 

กลุ่มที่ 2 รถยนต์รับจ้างสาธารณะมีที่นั่งไม่เกิน 7 คน (รวมตัวผู้ขับ)

กลุ่มที่ 3 รถยนต์ที่นั่งรวมผู้ขับขี่เกิน 7 คน 

และรวมไปถึงรถประเภทอื่นๆ ที่เป็นฝ่ายถูก เช่น รถจักรยานยนต์ก็สามารถทำการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้เช่นเดียวกัน

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ประกันชั้นไหนที่สามารถเรียกร้องได้บ้าง?

        สำหรับค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ไม่ว่ารถยนต์ของคุณจะทำประกันชั้น1 ประกันชั้น2 ประกันชั้น2+ ประกันชั้น3 และประกันชั้น3+ หรือแม้แต่ถ้าหากคุณไม่ได้ทำประกันภัยให้กับรถยนต์ของคุณ แต่รถยนต์ของคุณเป็น “ฝ่ายถูก” ในอุบัติเหตุนั้นๆ สามารถทำการเรียกร้องกับทางบริษัทประกันภัยรถยนต์ของคู่กรณีเพื่อทำการเรียกร้องสิทธิค่าชดเชย ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้

        แต่ถ้าหากฝ่ายคู่กรณีไม่ได้ทำประกันภัยรถยนต์ไว้ ก็ยังสามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้เช่นกัน โดยสามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้โดยตรงกับคู่กรณี แต่ควรมีการทำเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเป็นหลักฐานในการชดเชย และระยะเวลาที่จะทำการจ่ายค่าชดเชย

ถ้าเราเป็นฝ่ายผิดจะสามารถเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้หรือไม่?

        ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถเป็นสิทธิการคุ้มครองที่จะให้การคุ้มครองแก่เฉพาะผู้ที่เป็น “ฝ่ายถูก” เท่านั้น หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น และคุณเป็น “ฝ่ายผิด” จะไม่สามารถทำการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้เลย แต่ถ้าหากเป็นฝ่ายผิดจะได้รับการคุ้มครองตามสิทธิการคุ้มครองที่ประกันภัยรถยนต์ที่ทำไว้ให้กับรถยนต์เพียงเท่านั้น เช่น ถ้าหากเป็นฝ่ายผิดในเหตุการณ์นี้ แต่ได้ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ไว้แม้ว่าจะไม่สามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้ แต่ก็สามารถได้รับการคุ้มครองในกรณีรถชนรถตามวงเงินประกันที่รถยนต์ของคุณได้รับ

 

สรุปค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไร สำคัญอย่างไร

        ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถเป็นค่าชดเชยที่สามารถทำการเรียกร้องได้ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ และเป็น “ฝ่ายถูก” สามารถทำการเรียกร้องได้กับทางบริษัทประกันภัยรถยนต์ของคู่กรณี โดยทั่วไปจะทำการชดเชยค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถประมาณ 20-30 วัน แต่ถ้าในกรณีที่มีการล่าช้าจากคิวในการซ่อม หรือการสั่งซื้ออะไหล่ มีระยะเวลาเกินกว่า 45 วัน แต่สามารถพิสูจน์ได้จริงก็สามารถทำการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้ ในกรณีถ้าไม่สามารถทำการเจรจาหาข้อสรุปกับทางบริษัทประกันได้ สามารถติดต่อ และส่งเรื่องไปให้ให้ทางสำนักงานคปภ.ทำการเจรจาให้ได้เช่นกัน และในกรณีที่คู่กรณีที่เป็นฝ่ายผิดไม่ได้ทำประกันภัยรถยนต์ไว้ก็สามารถทำการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้โดยตรงกับทางคู่กรณี โดยอาจมีการทำหนังสือ หรือเอกสารที่มีรายละเอียดการชดเชยเพื่อให้เป็นที่รับทราบ และเป็นเอกสารอ้างอิง

        และสำหรับค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถนี้ ผู้ที่สามารถทำการเรียกร้องนี้จะทำการเรียกร้องค่าชดเชยนี้ จะต้องเป็นฝ่ายผู้เสียหายเท่านั้น ผู้ที่เป็น “ฝ่ายผิด” ในอุบัติเหตุนั้นๆ จะไม่สามารถสามารถทำการเรียกร้องขอค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้ จะสามารถได้รับความคุ้มครองได้กับทางบริษัทประกันภัยในกรณีแบบรถชนรถ และได้รับวงเงินในการซ่อมตามวงเงินทุนประกันที่ได้มีระบุไว้ตามแต่ละประกันแต่ละชั้นที่มีความแตกต่างกันไป

 


เขียนโดย : Ecomoney
เผยแพร่วันที่ : 24/04/2023
โปรโมชั่นแนะนำ
“เช็คเบี้ยกับเราซิคะ”