เบี้ยดีโดนใจ ประกันภัยชั้น 1 เบี้ยเริ่ม 750 บาท/เดือน พิเศษรับส่วนลดสูงสุด 30% เช็กเบี้ยที่นี่ กับ SILKSPAN

ไล่ฝ้ากระจกหน้า คืออะไร ? มีประโยชน์ต่อการขับขี่รถยนต์มากน้อยแค่ไหน


ไล่ฝ้ากระจกหน้า ไล่ฝ้ากระจกหลังต่างกันไง

ช่วงนี้กำลังเป็นช่วงฤดูฝน ในบางวันที่ฝนตกในสภาพอากาศที่กำลังเย็นสภาพ ช่วยคลายร้อนไปได้เยอะ แต่ถ้าฝนตกขนาดขับรถ อาจทำให้รถของคุณเกิดปัญหา “ฝ้าขึ้นกระจก” ขึ้นได้ คุณรู้หรือไม่ ? มีวิธีการไล่ฝ้ารถยนต์ในรถที่เห็นผลแทบจะทันทีอยู่ด้วย บทความนี้เราจะมาแนะนำสำหรับใครที่ไม่เคยรู้มาก่อน พร้อมอธิบายว่า การไล่ฝ้ากระจกหน้า ต่างจากการไล่ฝ้ากระจกหลัง อย่างไร


ไล่ฝ้ากระจกหน้าคืออะไร ? สำคัญยังไงเวลาใช้รถ

การไล่ฝ้าในรถนั้นมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน หากวันใดที่คุณรู้สึกว่าทัศนวิสัยไม่ชัดเจน จากฝ้าที่ปรากฏขึ้นบนกระจกรถ ซึ่งมักจะเกิดในวันที่ฝนตก หรือวันที่มีอากาศเย็น การไล่ฝ้ากระจกหน้าคือการกำจัดฝ้าที่เกาะบนกระจกรถด้านหน้าออกไป ซึ่งรถยนต์ทุกรุ่นในปัจจุบันจะมี “ระบบไล่ฝ้า” ทั้งกระจกหน้าและหลัง มาทำความรู้จักกับระบบนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า

การทำงานของระบบไล่ฝ้ากระจกหน้า

ระบบไล่ฝ้ารถในบริเวณกระจกหน้ารถ จะทำงานก็ต่อเมื่อเปิดใช้ “ระบบไล่ฝ้ากระจกหน้า” ซึ่งจะอยู่บนแฝงคอนโซลหน้ารถ โดยมีสัญลักษณ์เป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู และลูกศรชี้เข้ามาในสี่เหลี่ยม พร้อมกับตัวอักษร FRONT เมื่อเปิดทำงานจะเป็นการปล่อยลมร้อนจากระบบปรับอากาศ พัดไปที่บริเวณกระจกหน้ารถ เป็นกลไกที่ทำให้ละอองน้ำที่เกาะเป็นฝ้าบนกระจกรถด้านหน้าระเหยหายไป

ทำไมต้องมีระบบไล่ฝ้าในรถ ?

ฝ้าบนกระจกรถยนต์นั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เกิดได้ทั้งด้านนอกและด้านในรถ มักเกิดในช่วงเวลาที่สภาพอากาศเย็น หรืออาจเกิดจากการเปิดแอร์ในรถเย็นเกินไป ซึ่งฝ้าที่เกาะบนกระจกนั้นจะบดบังทัศนวิสัยระหว่างการขับขี่ ส่งผลให้สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเพราะมองไม่ชัดได้ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ต้องใช้ระบบไล่ฝ้ากระจกหน้า เพื่อเคลียร์กระจกหน้าให้มองเห็นชัดเจนที่สุด และยังสะดวกไม่ต้องนำมือไปเช็ดกระจกระหว่างการขับขี่อีกด้วย


 

รับข้อเสนอพิเศษ ให้ประกันรถคุ้มครองทุกการเดินทาง ผ่อนประกันรถชั้น 1 0% ที่ SILKSPAN


ไล่ฝ้ากระจกหลังต่างจากกระจกหน้าอย่างไร ?

ระบบการไล่ฝ้าออกจากกระจกรถ ไม่ได้มีเฉพาะด้านหน้าเท่านั้น ด้านกระจกหลังเองก็มีระบบไล่ฝ้าเช่นเดียวกัน ซึ่งจะมีกลไกการทำงานที่แตกต่างจากการไล่ฝ้ากระจกหน้าอยู่พอสมควร เพราะจะใช้เป็น “กระจกไล่ฝ้า” มาทำความเข้าใจกับระบบไล่ฝ้าที่กระจกหลังให้มากขึ้นกันดีกว่า ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลย !

เส้นไล่ฝ้าบนกระจกหลังคืออะไร ?

“ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง” มีวัตถุประสงค์เหมือนกับการไล่ฝ้าที่กระจกหน้า เป็นการเคลียร์ฝ้าที่เกาะบนกระจก แล้วบดบังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ออกไป หลักการทำงานจะใช้กระจกไล่ฝ้า ซึ่งจะเป็นกระจกชนิดพิเศษที่มีการติดตั้ง “เส้นไล่ฝ้า” ที่หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นเพียงลวดลายบนกระจกเท่านั้น นั่นคือเส้นลวดที่จะเพิ่มอุณหภูมิเมื่อเปิดใช้ระบบไล่ฝ้า และจะทำให้ละอองน้ำที่เกาะตัวเป็นฝ้าระเหย จนเหลือแต่กระจกใส ๆ ที่มองเห็นได้ชัดเจน

วิธีไล่ฝ้ากระจกหลังแบบอัตโนมัติ

วิธีไล่ฝ้าในรถด้วย “ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง” ในยุคเก่า จะไม่มีระบบอัตโนมัติ เมื่อเปิดใช้งานแล้วจะต้องปิดด้วยตนเอง ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะลืมปิด แล้วจะทำให้กระจกเกิดความร้อนติดต่อกันนาน ๆ เสี่ยงที่กระจกจะเกิดการแตกร้าวได้ หรืออาจจะทำให้แบตเตอรี่รถยนต์หมด ก็เป็นได้ นั่นจึงทำให้รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ได้พัฒนาระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง เมื่อเปิดใช้งานแล้วสักระยะหนึ่ง ระบบจะปิดตัวลงไปเองอัตโนมัติ ผู้ขับขี่ไม่ปิดด้วยตนเองอีกต่อไป

เปรียบเทียบไล่ฝ้ากระจกหน้า vs กระจกหลัง

ถึงจะมีวัตถุประสงค์ที่เหมือนกันแบบเป๊ะ ๆ แต่ ระบบไล่ฝ้ากระจกหน้า และ ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง มีรูปแบบการทำงานที่ต่างกันสิ้นเชิง บริเวณกระจกหน้าจะเป็นการใช้ “ลมร้อน” เป่าไปที่กระจกเพื่อไล่ละอองน้ำที่เกาะอยู่ให้หายไปอย่างรวดเร็ว ส่วนในเบาะหลังจะเป็นการใช้ “ความร้อนจากเส้นลวด” ที่อยู่ภายในกระจกหลัง กว่าฝ้าจะหายไป จะใช้ระยะเวลานานกว่ากระจกหน้าอยู่พอสมควร


วิธีไล่ฝ้าในรถแบบง่าย ๆ ที่คุณทำได้เอง

วิธีไล่ฝ้าในรถ ไม่จำเป็นจะต้องใช้ “ระบบไล่ฝ้ากระจกหน้า” หรือ “ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง” เสมอไป เพราะในรถยนต์รุ่นเก่าบางคันอาจจะยังไม่มีระบบนี้ วิธีจัดการกับฝ้าที่เกาะบนกระจกรถทำได้ง่าย ๆ เพียง ลดความเย็นของแอร์ในลดลง หรือจะใช้โหมดลดความชื้นในรถก็ได้เช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันให้กดปุ่ม A/C เพื่อปิดการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ เพียงเท่านี้ฝ้าที่เกาะบนกระจกรถก็จะค่อย ๆ มลายหายไป อีกหนึ่งวิธีที่ง่ายไม่แพ้กัน คือการเปิดกระจกรถยนต์ ให้อากาศภายนอกเข้ามาภายใน แค่ไม่กี่วินาทีฝ้าก็หายไปจากกระจกแล้ว


ความสำคัญของการ “ไล่ฝ้ากระจก” เพื่อทัศนวิสัยที่ดีและความปลอดภัย

ไล่ฝ้ากระจกรถ

ผู้ที่ใช้รถเป็นประจำควรต้องรู้จัก “วิธีไล่ฝ้าในรถยนต์” ให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบไล่ฝ้ารถยนต์ หรือจะใช้วิธีอื่น ๆ เพื่อไล่ฝ้าก็ตาม เพราะฝ้าที่เกิดขึ้นกับกระจกรถ มักปรากฏในช่วงเวลาที่อากาศเย็น อาจจะเป็นช่วงกลางคืน หรือในช่วงเวลาฝนตก ซึ่งฝ้าจะบดบังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ ทำให้มองเห็นอะไรลำบาก เสี่ยงเป็นอย่างมากต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการ “ไล่ฝ้า” และเส้นไล่ฝ้า

“เส้นไล่ฝ้า” เสีย สังเกตอย่างไร ?

เมื่อเปิดใช้งานระบบไล่ฝ้ากระจกหลังไปแล้วสักประมาณ 5 นาที หากปรากฏว่าฝ้าที่เกาะอยู่บริเวณกระจกหลัง ยังไม่หายไปหรือลดน้อยลง มีโอกาสสูงมากที่เส้นไล่ฝ้าในกระจกหลังรถของคุณอาจจะชำรุด

ควรเปิดระบบ “ไล่ฝ้ารถ” ทิ้งไว้นานแค่ไหน ?

ระบบไล่ฝ้ารถยนต์ในกระจกหน้าเมื่อฝ้าหายไปแล้ว ก็สามารถปิดการทำงานของระบบได้ในทันที สำหรับกระจกหลัง หากเป็นรถยนต์รุ่นเก่า ไม่ควรเปิดใช้งานเกิด 15 นาที ส่วนรถรุ่นใหม่จะมีระบบอัตโนมัติที่ปิดการทำงานได้เอง


บทส่งท้าย

ระบบไล่ฝ้าในกระจก ไม่ว่าจะเป็นการไล่ฝ้ากระจกหน้าหรือกระจกหลัง ล้วนเป็นฟังก์ชันที่สำคัญไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาด เนื่องจากฝ้าที่เกาะด้านในกระจก แม้จะใช้ที่ปัดน้ำฝนก็ไม่ทำให้ฝ้าหายไป จะต้องใช้วิธีการไล่ฝ้าที่ถูกต้องเท่านั้น หวังว่าผู้อ่านจะได้ความรู้ดี ๆ จากบทความนี้ และสามารถขับขี่บนท้องถนนได้อย่างปลอดภัย ส่วนท่านใดที่ยังไม่ได้ “ต่อประกันภัยรถยนต์” หรือ ต่อประกันชั้น1 SILKSPAN ของเรามีข้อเสนอสุดพิเศษจากบริษัทประกันชั้นนำ พร้อมมอบบริการสุดพิเศษ และส่วนลดเบี้ยประกันกว่า 30% เพียงคุณกรอกข้อมูลด้านล่างบทความนี้เท่านั้น


เขียนโดย : SILKSPAN ADVISOR
เผยแพร่วันที่ : 18/08/2025
รับข้อเสนอพิเศษ

จองสิทธิ์ประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์ รับส่วนลดสูงสุด 30% กว่า 20 บริษัทชั้นนำ

  1. ต่ออายุล่วงหน้า รับส่วนลดเพิ่ม สูงสุดกว่า 500 บาท
  2. ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนเงินสด ได้สูงสุด 10 เดือน
  3. ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
  4. ฟรีรถใช้ระหว่างซ่อม หรือ เบิกค่าเดินทาง 1,000 บาท

กรอกข้อมูล เพื่อ “รับข้อเสนอพิเศษ” ต่อประกันรถยนต์

ปรึกษาประกันรถยนต์ สอบถามได้เลยผ่าน LINE SILKSPAN

กำลังโหลด