เบี้ยดีโดนใจ ประกันภัยชั้น 1 เบี้ยเริ่ม 750 บาท/เดือน พิเศษรับส่วนลดสูงสุด 30% เช็กเบี้ยที่นี่ กับ SILKSPAN

ค่า Deductible ลดค่าเบี้ยเยอะไหม เลือกจ่ายเท่าไหร่ถึงคุ้มค่า?


Deductible คืออะไร ลดค่าเบี้ยได้แค่ไหน จ่ายเท่าไหร่ถึงคุ้ม

เมื่อต้องการซื้อประกันภัยไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ ประกันสุขภาพ หรือประกันอื่น ๆ หนึ่งในคำหรือข้อความที่พบหรือได้ยินบ่อยๆ ก็คือ “Deductible” หรือ “ค่าความรับผิดชอบส่วนแรก” ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ผู้ซื้อประกันสามารถเลือกได้อย่างมีอิสระ แต่ก็มีข้อดีในเรื่องช่วยลดค่าเบี้ยประกันได้เช่นกัน

แต่หลายคนอาจสงสัยว่า ค่า Deductible จะช่วยลดค่าเบี้ยได้หรือไม่และควรเลือกจ่าย Deductible เท่าไหร่ถึงจะคุ้มค่า? บทความนี้จะช่วยคุณทำความเข้าใจและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจในการเลือกจ่าย Deductible กัน

Deductible คืออะไร?

Deductible คือ ค่าเสียหายส่วนแรกภาคสมัครใจ (Voluntary Excess) ซึ่งเป็นเงื่อนไขข้อตกลงในกรมธรรม์ประกันรถยนต์ที่ผู้เอาประกันภัยยินยอมระบุไว้ ว่าจะรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกด้วยตนเองเป็นจำนวนเงินเท่าใด เมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการชนที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด หรือไม่มีคู่กรณี ก่อนที่บริษัทประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนในส่วนที่เหลือให้ตามทุนประกัน เพื่อนำเงื่อนไขข้อนี้ไปใช้เป็นส่วนลดในการคำนวณเบี้ยประกันรถยนต์รายปีให้มีราคาถูกลง

ตัวอย่างเช่น หาก Deductible อยู่ที่ 5,000 บาท และค่าเสียหายหรือค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดอยู่ที่ 10,000 บาท กรณีนี้ ผู้ที่ทำประกันจะต้องจ่าย 5,000 บาทในส่วนแรก และส่วนที่อีกเหลือ 5,000 บาท บริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนนี้ทั้งหมด

Deductible แปลว่าอะไรในมุมมองของผู้ใช้?

ในมุมมองของผู้ทำประกัน Deductible หรือค่าความรับผิดชอบส่วนแรก คือความรับผิดชอบของผู้เอาประกันภัยที่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายบางส่วนหากเกิดเหตุการณ์ที่ต้องเคลมประกัน ซึ่งการจ่ายความรับผิดชอบส่วนแรกก็จะจ่ายตามที่มีตกลงกันไว้ ซึ่งในมุมของผู้เอาประกันภัยเอง แม้ว่าจะเป็นตัวเลือกที่ช่วยให้ค่าเบี้ยประกันถูกลงก็จริง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมเงินสำรองไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุหรือความเจ็บป่วยด้วยเหมือนกัน

Deductible vs Excess ต่างกันอย่างไร

แม้ว่าทั้ง Deductible และ Excess จะถูกเรียกรวม ๆ ว่า “ค่าเสียหายส่วนแรก” แต่ในทางกฎหมายและเงื่อนไขกรมธรรม์ ทั้งสองคำนี้มีความหมายและลักษณะการบังคับใช้ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้

  • Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกภาคสมัครใจ – Voluntary Excess) : เป็นเงื่อนไขที่ผู้เอาประกัน “เลือกได้เอง” ว่าจะระบุหรือไม่ระบุในกรมธรรม์ หากเลือกระบุ จะได้ส่วนลดค่าเบี้ยประกันทันที แต่จะต้องจ่ายเงินจำนวนนี้เมื่อเกิดอุบัติเหตุชนแล้วเราเป็นฝ่ายผิด
  • Excess (ค่าเสียหายส่วนแรกภาคบังคับ – Compulsory Excess) : เป็นเงื่อนไขในแบบมาตรฐานตามประกาศ คปภ. ซึ่งผู้เอาประกันจะต้องจ่ายเริ่มต้น 1,000 บาทต่อเหตุการณ์ เมื่อมีการแจ้งเคลมประกันในลักษณะที่ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ ไม่ทราบวันเวลาเกิดเหตุที่แน่ชัด หรือเหตุที่ไม่ได้เกิดจากการชน โดยค่า Excess จะไม่มีผลต่อการนำไปลดเบี้ยประกันใด ๆ

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่าง Deductible vs Excess

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนและเห็นภาพรวมของค่า deductible vs excess มากยิ่งขึ้น สามารถดูข้อแตกต่างได้จากตารางเปรียบเทียบนี้

 

หัวข้อเปรียบเทียบ

Deductible (ภาคสมัครใจ)

Excess (ภาคบังคับ)

นิยาม Voluntary Excess ที่เลือกรับเงื่อนไขได้เอง Compulsory Excess ที่บังคับตามมาตรฐานกรมธรรม์
บังคับหรือไม่ ไม่บังคับ (เลือกใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) บังคับใช้ (เงื่อนไขพื้นฐาน)
ใครกำหนด ผู้เอาประกันภัย คปภ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย)
จ่ายเมื่อไหร่ เกิดอุบัติเหตุเป็นฝ่ายผิด และมีการระบุเงื่อนไขไว้ เคลมซ่อมรถแบบไม่มีคู่กรณี หรือไม่สามารถระบุสาเหตุและคู่กรณีได้

Deductible มีผลต่อค่าเบี้ยประกันอย่างไร?

การเลือก Deductible มีผลโดยตรงต่อค่าเบี้ยประกัน เพราะยิ่งผู้เอาประกันภัยเลือกจ่าย Deductible สูงขนาดไหน ค่าเบี้ยประกันจะยิ่งถูกปรับลดลงด้วย เช่น

  • กรณีเลือก Deductible 0 บาท หรือไม่มีการจ่ายค่าความรับผิดชอบในส่วนแรก กรณีนี้ค่าเบี้ยประกันอาจอยู่ที่ 15,000 บาทต่อปี (ขึ้นอยู่กับความคุ้มครองและช่วงอายุ)
  • กรณีที่เลือกจ่าย Deductible 5,000 บาท ค่าเบี้ยประกันอาจถูกปรับลดลงเหลือ 12,000 บาทต่อปี
  • กรณีที่เลือกจ่าย Deductible 10,000 บาท ค่าเบี้ยประกันอาจลดเหลือเพียง 10,000 บาทต่อปี

จากตัวอย่างนี้ หากเลือกความเสียหายส่วนแรกหรือความรับผิดชอบส่วนแรกที่ 10,000 บาท ก็สามารถประหยัดค่าเบี้ยประกันได้ถึง 5,000 บาทต่อปี ซึ่งการที่ผู้เอาประกันภัยเลือกจ่ายค่ารับผิดชอบส่วนแรก คือ วิธีที่ช่วยให้เซฟค่าใช้จ่ายในส่วนเบี้ยประกันได้ และหากไม่มีการเคลมประกันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจ่าย Deductible ถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและน่าสนใจอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

รับข้อเสนอพิเศษ ให้ประกันรถคุ้มครองทุกการเดินทาง ผ่อนประกันรถชั้น 1 0% ที่ SILKSPAN

Deductible คุ้มค่าหรือไม่?

การเลือก Deductible คุ้มค่าหรือไม่นั้นอาจจะต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้านด้วยกัน เพราะอย่างที่ได้บอกไปตอนต้นแล้วว่าค่าความรับผิดชอบส่วนแรกนั้นจะต้องจ่ายก็ต่อเมื่อมีการเคลมประกันเกิดขึ้น ส่วนคุ้มหรือไม่นั้นอาจพิจารณาได้จาก 3 ข้อต่อไปนี้

1. ความถี่ในการเคลม

หากผู้เอาประกันภัยคาดการณ์ว่าจะไม่เคลมบ่อยแน่นอน เช่น เป็นคนขับรถระมัดระวังและเคารพกฎจราจรอยู่เสมอ หรือมีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว การเลือกจ่ายค่า Deductible สูงอาจมีความคุ้มค่าได้มากกว่า เพราะจะช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันได้ค่อนข้างมาก

2. ความสามารถในการรับความเสี่ยง

กรณีที่มีการวางแผนเกี่ยวกับการเก็บเงินสำรองสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การเลือก Deductible สูงก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นเดียวกัน เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินที่ต้องเคลมประกันก็ยังมีค่าจ่ายสำหรับความรับผิดชอบส่วนแรกเอาไว้แล้ว แต่หากไม่ได้วางแผนสำหรับเงินฉุกเฉินหรือไม่สามารถรับความเสี่ยงได้ การเลือก Deductible ต่ำหรือไม่เลือกจ่ายความผิดชอบส่วนแรกอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า

3. เปรียบเทียบค่าเบี้ยประกัน

ลองคำนวณดูว่าค่าเบี้ยที่ถูกปรับลดลงเมื่อเลือก Deductible สูงขึ้นนั้นคุ้มกับความเสี่ยงที่ต้องรับผิดชอบในส่วนแรกหรือไม่ หากส่วนลดค่าเบี้ยประกันอยู่ในระดับที่คุ้มค่าและไม่มีความจำเป็นต้องเสี่ยงต่อการเคลมประกันบ่อยๆ การเลือก Deductible สูงก็เป็นตัวเลือกคุ้มค่าและตอบโจทย์แน่นอน

วิธีคำนวณเงินที่ต้องจ่ายจริงเมื่อเลือก Deductible

เพื่อป้องกันความสับสนเวลาเกิดอุบัติเหตุ สามารถดูตัวอย่างการคำนวณวิธีจ่ายเงินค่าเสียหาย เมื่อเราเป็นฝ่ายผิดและได้ระบุค่า Deductible ไว้ในหน้ากรมธรรม์ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • ตัวอย่างที่ 1 :
    • เกิดอุบัติเหตุประเมินค่าเสียหายของตัวรถอยู่ที่ 28,000 บาท
    • ผู้เอาประกันระบุค่า Deductible ไว้ที่ 2,000 บาท
    • วิธีคิดยอดจ่ายจริง : ผู้เอาประกันจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาท และบริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมดจำนวน 26,000 บาท
  • ตัวอย่างที่ 2 :
    • เกิดอุบัติเหตุประเมินค่าเสียหายของตัวรถอยู่ที่ 65,000 บาท
    • ผู้เอาประกันระบุค่า Deductible ไว้ที่ 5,000 บาท
    • วิธีคิดยอดจ่ายจริง : ผู้เอาประกันจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก 5,000 บาท และบริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมดจำนวน 60,000 บาท

(หมายเหตุ: หากอุบัติเหตุนั้นผู้เอาประกันเป็น “ฝ่ายถูก” และมีคู่กรณีที่สามารถรับผิดชอบได้ ผู้เอาประกันจะไม่ต้องจ่ายค่า Deductible แต่อย่างใด)

 

Deductible คืออะไร ลดค่าเบี้ยได้แค่ไหน จ่ายเท่าไหร่ถึงคุ้ม

 

วิธีเลือก Deductible ให้เหมาะสม

เพื่อให้เลือกค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น ต่อไปนี้คือวิธีเลือก Deductible ที่นำไปใช้ในการเลือกได้อย่างเหมาะสมและตรงกับความต้องการมากที่สุดได้

1. วิเคราะห์งบประมาณ

ตรวจสอบงบประมาณที่มีสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉินเพื่อกรณีเคลมประกันสำหรับความผิดชอบส่วนแรก ซึ่งถ้ามีงบประมาณในส่วนนี้พร้อมก็สามารถเลือก Deductible ที่สูงขึ้นได้

2. เปรียบเทียบข้อเสนอจากบริษัทประกัน

ลองเปรียบเทียบค่าเบี้ยประกันและ Deductible จากหลายบริษัทประกัน เพื่อหาตัวเลือกที่เหมาะสมและมีความคุ้มค่ามากที่สุด รวมถึงเรื่องของความคุ้มครองที่เพิ่มเติมในแต่ละบริษัท ซึ่งจะช่วยให้การจ่ายค่าเบี้ยประกันได้อย่างสบายใจมากที่สุด

3. ประเมินความเสี่ยงของตัวเอง

สำคัญที่สุดคือประเมินจากไลฟ์สไตล์ของตัวเองด้วย ว่ามีความเสี่ยงต่ำหรือสูงในเรื่องนี้หรือไม่ เช่น ขับรถทางไกลเป็นประจำหรือไม่ และมีสุขภาพร่างกายโดยรวมอย่างไร หากมีความเสี่ยงต่อความเจ็บป่วยและอุบัติเหตุสูง การเลือก Deductible ต่ำหรือเลือกจ่ายค่าเบี้ยประกันเต็มจำนวนจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด แต่หากมีการสำรองเงินในส่วนนี้และเป็นผู้ที่มีประกันอื่นหรือสวัสดิการอื่นๆ อยู่แล้ว สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ก็ได้ความคุ้มค่ามากขึ้นไปได้อีก

 

พฤติกรรมการใช้รถ ค่า Deductible ที่แนะนำ

เหตุผลประกอบการตัดสินใจ

มือใหม่ ขับในเมือง ไม่แนะนำให้ระบุ (0 บาท) มือใหม่มักกะระยะไม่ชำนาญ มีโอกาสเฉี่ยวชนเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นฝ่ายผิดได้ง่าย การไม่ระบุจะช่วยประหยัดเงินได้มากกว่า
ใช้รถไม่บ่อย ขับน้อย 1,000 – 2,000 บาท โอกาสเกิดอุบัติเหตุน้อยลงตามความถี่ในการใช้งานรถ เลือกระบุในเกณฑ์เริ่มต้นเพื่อแลกส่วนลดเบี้ยประกันแบบพอดี
ใช้รถบ่อย ขับทางไกล (ประสบการณ์สูง) 3,000 – 5,000 บาท มีความชำนาญในการขับขี่สูง โอกาสเป็นฝ่ายผิดน้อยมาก เหมาะกับการรับความเสี่ยงสูงเพื่อแลกกับส่วนลดเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุด

ค่า Deductible สูงสุดเท่าไหร่?

ปกติแล้ว Deductible จะเริ่มต้นตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทของประกันและบริษัทประกันภัย ซึ่งการเลือก Deductible มีผลต่อค่าเบี้ยประกันอย่างเห็นได้ชัด เพราะหากเลือก Deductible สูง ค่าเบี้ยประกันจะลดลง แต่ผู้ทำประกันต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าความเสี่ยงและความสามารถในการจ่ายค่า Deductible ของตัวเองเหมาะสมกับการลดค่าเบี้ยประกันหรือไม่ ดังนั้น การเลือก Deductible ที่เหมาะสมจะช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันได้ในระยะยาวแน่นอน

บทส่งท้าย

ค่าความเสียหายส่วนแรกเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ผู้ใช้รถควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจซื้อประกันภัยรถยนต์ โดยสรุปแล้ว Deductible คือค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจที่ช่วยให้คุณประหยัดค่าเบี้ยประกันรายปีได้มากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ขับรถอย่างระมัดระวังและมั่นใจในฝีมือการขับขี่ของตนเอง ในขณะที่ Excess คือค่าเสียหายส่วนแรกภาคบังคับที่ต้องจ่ายเมื่อเคลมประกันแบบไม่มีคู่กรณี ดังนั้น การประเมินพฤติกรรมการใช้รถและเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณบริหารจัดการความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาประกันภัยรถยนต์เพื่อเพิ่มความคุ้มครองตลอดการเดินทาง สามารถเข้ามาเปรียบเทียบเบี้ยประกันและเช็กโปรโมชันดี ๆ เพื่อพิจารณาว่า ประกันรถยนต์บริษัทไหนดี ได้ที่ SILKSPAN เพื่อความคุ้มค่าและความอุ่นใจทุกครั้งที่สตาร์ทรถ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่า Deductible

ควรเลือก Deductible เท่าไหร่

ควรพิจารณาจากสไตล์การขับขี่และความถี่ในการใช้รถเป็นหลัก หากเป็นผู้ที่ต้องการลดค่าเบี้ยประกันรายปี และขับขี่อย่างระมัดระวัง ไม่เคยเฉี่ยวชนกับใคร ควรเลือก Deductible สูง เช่น 3,000 – 5,000 บาท แต่หากเป็นมือใหม่หัดขับ หรือยังไม่ชำนาญ ควรเลือก Deductible ต่ำ หรือไม่เลือกเลย เช่น 0 – 2,000 บาท

เปลี่ยน Deductible ได้ไหม

ไม่สามารถเปลี่ยนได้ในระหว่างปีที่กรมธรรม์ยังคุ้มครองอยู่ แต่สามารถแจ้งตัวแทนหรือบริษัทประกันเพื่อปรับเพิ่ม ลบ หรือแก้ไขจำนวนค่า Deductible ได้ในรอบการต่ออายุประกันภัยปีถัดไป

หากเกิดอุบัติเหตุแล้วคู่กรณีเป็นฝ่ายผิด ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่

ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกใด ๆ ทั้งสิ้น หากคุณเป็นฝ่ายถูกและสามารถระบุตัวคู่กรณีให้มารับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นได้


เขียนโดย : SILKSPAN MKT
เผยแพร่วันที่ : 09/10/2026
รับข้อเสนอพิเศษ

จองสิทธิ์ประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์ รับส่วนลดสูงสุด 30% กว่า 20 บริษัทชั้นนำ

  1. ต่ออายุล่วงหน้า รับส่วนลดเพิ่ม สูงสุดกว่า 500 บาท
  2. ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนเงินสด ได้สูงสุด 10 เดือน
  3. ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
  4. ฟรีรถใช้ระหว่างซ่อม หรือ เบิกค่าเดินทาง 1,000 บาท

กรอกข้อมูล เพื่อ “รับข้อเสนอพิเศษ” ต่อประกันรถยนต์

ปรึกษาประกันรถยนต์ สอบถามได้เลยผ่าน LINE SILKSPAN

กำลังโหลด