ประกันชั้น 1

หากเกิดเหตุรถจมน้ำ จะเอาตัวรอดอย่างไร


หากเกิดเหตุรถจมน้ำ จะเอาตัวรอดอย่างไร

เชื่อว่าหลายคนอาจจะรู้สึกว่า การที่เกิดอุบัติเหตุรถจมน้ำนั้น เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ยาก และเป็นเรื่องไกลตัว เพราะมั่นใจว่าตัวเองขับขี่รถด้วยความไม่ประมาท แต่ลองคิดดูสิว่า หากวันหนึ่งคุณตกอยู่ในสถานการณ์นี้ หรือต้องเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่เกิดอุบัติเหตุรถตกน้ำ แต่กลับไม่มีความรู้เกี่ยวกับการเอาตัวรอดเลยจะเป็นอย่างไร

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไกลตัวเพียงใด แต่การมีความรู้เกี่ยวกับการเอาตัวรอดเมื่อรถจมน้ำ ก็จะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์ในการรอดชีวิตเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์นั้น ๆ ได้ ซึ่งในบทความนี้ SILKSPAN ก็ได้รวบรวมวิธีเอาตัวรอดเมื่อรถจมน้ำมาแบ่งปันให้คุณได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน

 

สาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุรถจมน้ำ

อุบัติเหตุรถจมน้ำ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถจมน้ำก็คือ การขับรถบนเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย และป้ายบอกทางที่ไม่ชัดเจน รวมถึงอุปกรณ์นำทางที่เกิดความผิดพลาด ซึ่งเรามักจะพบเห็นได้บ่อย ๆ ตามข่าว

ส่วนสาเหตุรองลงมาก็คือ ความไม่พร้อมของผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการเมาแล้วขับ มีอาการง่วง หรือไม่คุ้นเคยกับรถที่ขับ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดอุบัติเหตุรถจมน้ำได้เช่นกัน และปัจจัยข้อสุดท้ายก็คือ ภัยธรรมชาติ และถนนหนทางที่เกิดความเสียหาย จนเป็นเหตุให้ผู้ขับขี่อย่างเรา ๆ เกิดอุบัติเหตุขึ้น เช่น น้ำไหลหลากฉับพลัน ไหล่ทางชำรุด สะพานพังเสียหาย เป็นต้น

 

7 วิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดเหตุรถตกน้ำ

เมื่อได้ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถจมน้ำกันไปแล้ว อันดับต่อไปเราก็มาดูกันดีกว่า วิธีเอาตัวรอดเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์รถจมน้ำมีอะไรบ้าง เพื่อให้คุณสามารถเอาตัวรอด รวมถึงให้ความช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้ได้

1.ตั้งสติ พร้อมปลดเข็มขัดนิรภัย

เมื่อเกิดอุบัติเหตุจนรถตกน้ำ สิ่งแรกที่ควรทำก็คือ ตั้งสติ เพื่อให้คุณสามารถแก้ไขและรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อตั้งสติได้แล้ว ให้รีบปลดเข็มขัดนิรภัยออกในทันที เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการหนีเอาตัวรอดออกจากรถที่จมน้ำอยู่ รวมถึงเพื่อช่วยเหลือผู้โดยสารคนอื่น ๆ ที่อยู่ในรถ

2.ลดกระจกลงทั้ง 4 ด้าน

ในปัจจุบันรถยนต์ส่วนใหญ่ที่ใช้งานกันจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเมื่อรถจมน้ำคุณจะมีเวลาเพียงแค่ 5-10 นาทีก่อนที่ระบบไฟฟ้าของรถยนต์จะหยุดทำงาน ดังนั้น หลังจากตั้งสติและปลดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่คุณควรทำเป็นลำดับต่อไปก็คือ ลดกระจกทั้ง 4 ด้านลง

3.อย่าพยายามเปิดประตูขณะเพิ่งจม

การเปิดประตูควรจะเป็นทางเลือกสุดท้ายในการหนีออกมาจากรถที่จมน้ำ เพราะเมื่อเปิดประตู น้ำจะทะลักเข้ารถอย่างรวดเร็ว และเกิดแรงดันที่อาจทำให้คุณสำลักน้ำหรือมองไม่เห็นทางออกจากฟองอากาศจำนวนมากได้

4.เปิดไฟภายในรถยนต์ (หากเป็นช่วงกลางคืน)

ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุในช่วงกลางคืน แนะนำให้รีบเปิดไฟภายในรถยนต์เพื่อให้คุณสามารถมองเห็นภายในรถได้มากขึ้น และสามารถหาทางออกได้อย่างทันท่วงที

5.ใช้ที่พิงศีรษะในการทำกระจกให้แตก

ในกรณีที่ระบบไฟฟ้าของรถยนต์หยุดทำงานแล้ว แนะนำว่าให้ใช้ของแข็ง หรือที่พิงศีรษะทุบกระจกให้แตกเพื่อหาทางออก โดยแนะนำว่า ควรจะทุบบริเวณกระจกด้านหลังหรือด้านข้างที่มีความแข็งแรงน้อยกว่ากระจกบริเวณที่นั่งคนขับ

6.ลองเปิดประตูรถเพื่อหนีออกมา (กรณีรถจมน้ำเกือบมิดคัน)

ขณะที่รถกำลังจม แรงดันน้ำจากภายนอกจะทำให้เปิดประตูลำบาก ดังนั้น ให้ตั้งสติและรอให้ระดับน้ำภายในรถสูงเกือบระดับคอ หรือเกือบถึงหลังคา แล้วค่อยเปิดประตูออกไป

7.ว่ายน้ำเข้าฝั่งถ้าทำได้

หากคุณสามารถพาตัวเองออกมาจากรถที่จมน้ำได้แล้ว และอยู่ไม่ห่างจากฝั่งเท่าไหร่นัก รวมถึงประเมินแล้วว่า ยังมีกำลังเพียงพอ แนะนำว่าให้รีบว่ายน้ำเข้าฝั่งในทันที เพราะหากลอยคออยู่บริเวณใกล้ ๆ กับรถที่จมน้ำ อาจจะถูกดูดลงไปด้านล่างอีกครั้งได้ แต่หากไม่สามารถว่ายเข้าฝั่งได้ ให้รีบหาสิ่งของที่ช่วยให้ลอยคออยู่ในน้ำได้โดยเร็วที่สุด

ท้าพิสูจน์ คุณกำลังจ่ายเบี้ยประกันรถแพง

 

อุปกรณ์ที่ควรมีติดรถเมื่อเกิดเหตุรถจมน้ำ

จะเห็นได้ว่า การนำตัวเองออกมาจากรถที่จมน้ำ จำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์มากพอสมควร ดังนั้น เราไปดูกันดีกว่าว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้าง

  • ไฟฉาย เพื่อใช้ในการส่องสว่างในกรณีที่เกิดเหตุตอนกลางคืน รวมถึงรถตกลงไปในน้ำที่ความขุ่น
  • ตัวทุบกระจก เพื่อใช้ในการทุบกระจก และหาทางออกมาจากรถที่จมน้ำ
  • ที่ตัดสายรัดเข็มขัดนิรภัยฉุกเฉิน เพราะตัวล็อกสายรัดเข็มขัดนิรภัยอาจเกิดการชำรุดได้ ดังนั้น ที่ตัดสายรัดเข็มขัดนิรภัย จึงเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้คุณสามารถนำตัวเองออกมาจากรถได้ทันท่วงที

 

รถจมน้ำ ประกันรับเคลมไหม? รับผิดชอบแค่ไหน?

ในกรณีที่รถจมน้ำซึ่งเกิดอุบัติเหตุ บริษัทประกันส่วนใหญ่จะให้การดูแลตามรูปแบบของกรมธรรม์ที่คุณซื้อไว้ แต่จะมีข้อบังคับหรือรูปแบบการพิจารณาที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถแจกแจงการเคลมประกันได้ 2 รูปแบบ ดังนี้

  • ความเสียหายอย่างสิ้นเชิง คือกรณีที่บริษัทประกันเห็นว่าการซ่อมแซมรถเป็นไปได้น้อยมาก และไม่คุ้มค่า บริษัทประกันจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันเต็มจำนวนเงินเอาประกันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ โดยจะจ่ายให้กับผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ และหากเจ้าของรถทำทุนประกันไว้มากกว่า 80% ของมูลค่ารถ บริษัทจะคืนเงินทุนประกันให้เต็มจำนวน แต่บริษัทประกันจะเป็นเจ้าของซากรถคันนั้น
  • ความเสียหายไม่สิ้นเชิง กรณีที่สามารถซ่อมแซมรถได้ บริษัทประกันจะรับเคลมประกันตามค่าซ่อมรถ แต่ไม่เกินจำนวนทุนประกันและความคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

แม้ว่าอุบัติเหตุรถจมน้ำ จะไม่ใช่อุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ แต่หากคุณมีความรู้เกี่ยวกับวิธีเอาตัวรอดเมื่อรถจมน้ำ สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อตัวคุณและผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณไม่ต้องถูกซ้ำเติมไปมากกว่าเดิมก็คือ การทำประกันรถยนต์เอาไว้ ก็จะทำให้คุณได้รับความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายจากความเสียหายของรถยนต์ได้

 


เขียนโดย : SILKSPAN SPECIALIST
เผยแพร่วันที่ : 15/12/2023
โปรโมชั่นแนะนำ

กำลังโหลด