ประกันชั้น 1

คนมีรถต้องรู้! ประกันรถยนต์ไม่ให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง?


ห้ามทำ 7 สิ่งนี้ ประกันรถยนต์ไม่คุ้มครอง

คนมีรถทุกคนที่ทำประกันรถยนต์ให้กับรถที่คุณรัก ไม่ว่าจะเป็นการทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+, ประกันภัยรถยนต์ชั้น3+ หรือชั้นไหนๆ ทุกคนก็อยากให้รถยนต์ของคุณได้รับการดูแล และความคุ้มครองอย่างเต็มที่ที่สุด แต่การเกิดอุบัติเหตุต่างๆ กับรถยนต์ของคุณก็ย่อมเป็นที่มาคู่พร้อมกับการใช้งานรถที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่หลายคนคงอาจไม่รู้ว่ายังมีและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ และเหตุผลบางประการที่อยู่นอกเหนือจากการคุ้มครองของบริษัทประกันภัย หรือเรียกง่ายๆ ว่าถ้าเกิดความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วประกันจะไม่รับเคลมนั่นเอง แล้วเหตุผล และสาเหตุต่างๆ นั้นมีอะไรบ้าง วันนี้ SILKSPAN ทำการสรุปมาให้คุณแล้วที่นี่

ประกันรถยนต์ไม่ให้ความคุ้มครองกรณีไหนบ้าง?

1.ไม่มีใบขับขี่ ประกันรถยนต์ไม่ให้ความคุ้มครอง

ถ้าหากคุณไม่มีใบขับขี่ ไม่เคยทำมาก่อน หรือไม่เคยสอบใบขับขี่ ถ้าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ทางบริษัทประกันภัยจะไม่ได้ให้ความคุ้มครองในทุกกรณี แต่ให้การชดเชยเฉพาะแค่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคคลภายนอกตามที่ประกันภัยรถยนต์แต่ละชั้นให้ความคุ้มครอง แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ของคุณ และตัวคุณเอง ประกันภัยรถยนต์จะไม่ได้ให้ความคุ้มครอง เพราะถือว่าคุณได้ทำผิดกฎกติกา ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายจราจร และผิดสัญญาการใช้งานรถยนต์ที่ได้มีการตกลงกันไว้แล้วตั้งแต่เริ่มทำประกันรถยนต์

2.ประกันรถยนต์ไม่คุ้มครองกรณีที่จัดฉากทำลายทรัพย์สิน

การจัดฉากทำลายทรัพย์สิน หรือการสร้างสถานการณ์ที่เป็นการประสบอุบัติเหตุที่ไม่จริง หรือแจ้งเรื่องเคลมกับจุดเกิดขึ้น แต่เป็นการแจ้งเคลมเท็จ เป็นการสร้างเรื่อง สมมติสถานการณ์ขึ้นมา หากทางบริษัทประกันภัยสืบทราบก็จะไม่ให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ของคุณอย่างแน่นอน และในกรณีนี้ทางบริษัทประกันมีโอกาสที่สามารถทำการฟ้องร้องค่าเสียหายกลับทางเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวที่จัดฉากทำลายทรัพย์สินเพื่อทำเรื่องเคลมประกันรถยนต์ด้วยเช่นกัน

3.ใช้รถผิดประเภท ประกันรถยนต์ไม่ให้ความคุ้มครอง

เจ้าของรถยนต์หลายคันที่ทำการทำประกันภัยให้กับรถยนต์เป็นประกันรถยนต์ประเภทรถยนต์ใช้งานส่วนตัว แต่อาจมีการละเมิดข้อตกลง และแอบนำรถยนต์ไปใช้งานในเชิงพาณิชย์ เช่น การใช้งานในงานขนส่งสินค้า การใช้งานรถยนต์ในประเภทนี้ถือว่าเป็นการใช้งานรถยนต์ผิดระเภท หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น และต้องการทำเรื่องเคลมกับทางประกันจะไม่สามารถทำได้นั่นเอง

4.ใช้งานรถยนต์ผิดกฎหมาย เคลมประกันรถยนต์ไม่ได้

การใช้งานรถยนต์แบบผิดกฎหมาย เกิดขึ้นได้จากหลากหลายสถานการณ์ เช่น การเมาแล้วขับ ก็นับว่าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น และพบเจอได้ง่าย การเมาแล้วขับแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น ถึงแม้ว่าประกันรถยนต์จะยังให้การชดเชยกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคคลภายนอก แต่ตัวรถยนต์ของคุณ และความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ของคุณ ก็ยังต้องเป็นฝ่ายตนเองที่ต้องจัดการค่าเสียหาย และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามมา

รวมไปถึงเหตุการณ์เช่นการนำรถยนต์ไปใช้ในการแข่งขันประลองความเร็ว การแข่งขันประลองความเร็วก็เป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งที่ทางประกันภัยไม่ได้ให้ความคุ้มครองกับความเสียหายทีเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายจราจร ดังนั้นถ้าหากเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการแข่งรถแล้ว ประกันภัยรถยนต์ก็จะไม่ได้ให้ความคุ้มครองด้วยเช่นกัน

ท้าพิสูจน์ คุณกำลังจ่ายเบี้ยประกันรถแพง

5.โซนสงคราม/สงครามกลางเมือง ประกันรถยนต์ไม่ให้ความคุ้มครอง

โดยทั่วไปแล้วรถยนต์ที่ใช้งานโซนสงครามมักไม่ค่อยบริษัทประกันภัยบริษัทไหนให้ความคุ้มครอง หรือถ้ามีก็มักจะเป็นประกันภัยที่ทำมาเพื่อโซนพื้นที่นั้นโดยเฉพาะ หรือเป็นแผนประกันภัยรถยนต์ที่มีราคาที่สูงกว่าราคาโดยปกติ เนื่องจากมีการเพิ่มค่าความเสี่ยงที่อาจเกิดความเสียหายขึ้นได้จากเหตุสงครามได้ง่ายกว่าพื้นที่ส่วนอื่น นอกจากนี้แล้วหากเป็นในกรณีอื่น เช่น การปฏิวัติทางการเมือง ประชาชนก่อความว

6.ประกันรถยนต์ไม่ให้ความคุ้มครองที่เกิดอุบัติเหตุนอกประเทศไทย

ถึงแม้ว่าคุณจะมีประกันรถยนต์ชั้น 1 ก็ไม่ได้แปลว่าจะได้รับความคุ้มครองในกรณีที่คุณนำรถไปขับ และเกิดอุบัติต่างประเทศ หรือนอกเหนืออาณาเขตประเทศไทยนั่นเอง เช่น การที่นำรถยนต์ส่วนตัวที่มีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ขับไปเที่ยวเล่นที่ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นประเทศพม่า ลาว หรือมาเลเซียเป็นต้น และไปเกิดอุบัติเหตุโดยไม่ได้ตั้งใจ เกิดความเสียหายขึ้นกับตัวรถยนต์ ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารจึงมีความต้องการที่ทำการขอเคลมกับทางบริษัทประกันภัย ในกรณีนี้ไม่ได้ให้ความคุ้มครองเนื่องจากอยู่นอกอาณาเขตประเทศไทยแล้วนั่นเอง

แต่การเดินทางท่องเที่ยวผ่านการขับรถไปประเทศเพื่อนบ้านก็ยังสามารถได้รับความปลอดภัยได้ด้วยการซื้อประกันภัยการเดินทางที่ออกแบบการใช้งานที่คอยดูแล และอำนวยความสะดวกในยามเดินทางได้เช่นกัน

7.นำรถยนต์ไปใช้งานลากจูงรถ ประกันรถยนต์ไม่ให้ความคุ้มครอง

เมื่อรถยนต์ของคุณเกิดการเสียหายจากอุบัติเหตุบนท้องถึงขั้นที่ไม่สามารถทำการขับไปต่อได้ หรือถ้าหากฝืนขับต่อไปอาจสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์เพิ่มขึ้น และรวมไปถึงในกรณีที่รถยนต์ของเราอาจเสียขึ้นมาระหว่างทางในการเดินทางบนท้องถนน ในการเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่เสียนั้นก็จำเป็นจะต้องใช้บริการรถยก หรือรถลากเพื่อนำรถไปส่งที่อู่ซ่อม หรือศูนย์ซ่อมเพื่อทำการซ่อมรถในจุดที่เสียหาย การเรียกใช้บริการรถยก และรถลากนั้นในหลายๆ แผนประกันภัยรถยนต์อาจให้สิทธิประโยชน์ในการใช้งานบริการนี้ครอบคลุมรวมเข้าไปแล้ว แต่ในกรณีที่รถยนต์ของเราเกิดการเสียในนอกเขตพื้นที่ให้บริการ หรือประกันรถยนต์ที่เราทำอาจไม่มีสิทธิประโยชน์ส่วนนี้มารองรับ ก็อาจจะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการเรียกใช้งานบริการรถยก รถลากขึ้นนั่นเอง ซึ่งโดยทั่วไปมักมีค่าบริการเริ่มต้นที่ 1,000-3,000 บาท

หลายคนเลยมักจะใช้งานรถยนต์ส่วนตัวอีกคันมาทำการลากรถคันที่เสียนี้ไปยังอู่ซ่อมแทนการเรียกใช้บริการรถยก รถลากเพื่อหวังจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ถ้าหากเกิดความเสียหายกับรถที่นำมาใช้ลาก หรือเกิดความเสียหายกับรถที่ถูกลากในระหว่างทางการไปอู่ ประกันรถยนต์จะไม่ได้คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ ยกเว้นแต่กรณีที่เกิดความเสียหายจากรถลาก รถยก รถสไลด์ที่มาจากทางบริษัทประกันภัยจัดเตรียมมาให้โดยเฉพาะ ถ้าหากเป็นในกรณีนี้สามารถเคลมประกันกัยได้ตามปกติ

 

ถึงแม้ว่าการมีประกันภัยรถยนต์จะช่วยทำให้เราอุ่นใจกับค่าใช้จ่ายในตอนที่ต้องส่งรถยนต์เข้าซ่อมในส่วนหนึ่ง แต่ก็อย่าลืมสิ่งที่ประกันภัยรถยนต์ไม่ได้ให้ความคุ้มครองอย่าง 7 สิ่งนี้ที่กล่าวไปแล้วด้วยเช่นกัน นอกจากประกันภัยจะไม่รับคุ้มครองแล้ว เราเองยังต้องเป็นฝ่ายดูแลค่าใช้จ่าย ค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นเองอีกด้วย

ท้าพิสูจน์ คุณกำลังจ่ายเบี้ยประกันรถแพง


เขียนโดย : ECOMONEY
เผยแพร่วันที่ : 30/11/2023
โปรโมชั่นแนะนำ

กำลังโหลด