NCDs คืออะไร? รู้จัก "โรคติดพฤติกรรม" ภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด
ในอดีต มนุษย์เราหวาดกลัว “โรคติดต่อ” อย่างอหิวาตกโรค กาฬโรค หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ต่างๆ ที่คร่าชีวิตผู้คนไปมากมาย แต่ในโลกยุคปัจจุบัน ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดกลับไม่ใช่เชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียจากที่ไหน แต่เป็นศัตรูที่แฝงตัวอยู่ในจานข้าว แก้วน้ำหวาน และกิจวัตรประจำวันของเราเอง สิ่งนั้นเรียกว่ากลุ่มโรค ncds
มีสถิติที่น่าตกใจระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย ไม่ใช่อุบัติเหตุ ไม่ใช่โรคระบาด แต่คือกลุ่มโรค ncds ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 75% ของการเสียชีวิตทั้งหมด! และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยกลุ่มนี้เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ จากเดิมที่เป็นโรคของคนสูงวัย กลายมาเป็นโรคของคนวัยทำงานและวัยรุ่น
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ncds คืออะไร ทำไมมันถึงถูกเรียกว่า “โรคติดพฤติกรรม” และเราจะปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์อย่างไรให้ห่างไกลจากมัจจุราชเงียบเหล่านี้
Key Takeaways
- โรคที่คุณสร้างเอง: ncds ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เกิดจากพฤติกรรมการกินและใช้ชีวิตสะสมมานาน จนเรียกว่า “โรคติดพฤติกรรม”
- ภัยเงียบไร้สัญญาณ: ความน่ากลัวคือ ในระยะแรกจะไม่มีอาการเตือนใดๆ แต่โรคร้ายกำลังกัดกินอวัยวะภายในอย่างช้าๆ
- 4 โรค NCDs: เบาหวาน, ความดัน, หัวใจ, และมะเร็ง คือกลุ่มโรคหลักที่ต้องระวัง
- ชนะได้ด้วย Small Wins: ไม่ต้องหักโหม แค่ปรับพฤติกรรมเล็กน้อยอย่างต่อเนื่อง ก็ลดความเสี่ยงได้มหาศาล
เจาะลึกความหมาย: NCDs คืออะไร? ทำไมถึงไม่ใช่โรคติดต่อ?
คำว่า NCDs ย่อมาจาก Non-Communicable Diseases แปลเป็นไทยตรงตัวว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
คำนิยามของ ncd คือ กลุ่มโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค (No Pathogen) ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา นั่นหมายความว่า ต่อให้คุณนั่งกินข้าวร่วมกับผู้ป่วย ไอจามใส่กัน หรือสัมผัสตัวกัน คุณก็จะไม่ติดโรคนี้ไปจากเขา
แต่สาเหตุที่แท้จริงของ ncds คือ “พฤติกรรม” ของตัวเราเองที่ทำซ้ำๆ สะสมเป็นระยะเวลานาน (Chronic) จนระบบต่างๆ ในร่างกายเกิดความเสื่อมและเสียหายถาวร ทางการแพทย์จึงนิยมเรียกโรคกลุ่มนี้อีกชื่อหนึ่งว่า “โรคจากไลฟ์สไตล์” (Lifestyle Diseases) หรือ “โรคติดพฤติกรรม” นั่นเอง
พฤติกรรมเหล่านั้นได้แก่ การกินหวานจัด เค็มจัด ไขมันสูง การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การไม่ออกกำลังกาย และความเครียดสะสม
เช็กด่วน! โรค NCD มี โรค อะไร บ้าง? (กลุ่ม 4 โรคหลัก)
เมื่อพูดถึง โรค ncd มีอะไรบ้าง หลายคนอาจนึกชื่อโรคไม่ออก แต่ถ้าบอกชื่อไป รับรองว่าต้องร้องอ๋อ เพราะเป็นโรคยอดฮิตที่คนรอบตัวเรามักจะเป็นกัน โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดกลุ่มโรคหลักๆ ไว้ดังนี้:
1. โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus)
ไม่ใช่แค่เรื่องของคนกินหวาน แต่คือภาวะที่ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ตามปกติ ทำให้น้ำตาลตกค้างในกระแสเลือดสูง เปรียบเสมือนเลือดของเรากลายเป็นน้ำเชื่อมข้นๆ ไหลเวียนไปทำลายหลอดเลือดทั่วร่างกาย นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอย่าง เบาหวานขึ้นตา ไตวาย หรือแผลเรื้อรัง
2. โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension)
ได้ฉายาว่า “ฆาตกรเงียบ” ตัวจริง เพราะมักไม่มีอาการแสดง ผู้ป่วยจะใช้ชีวิตได้ปกติจนกระทั่งวันหนึ่งเส้นเลือดทนแรงดันไม่ไหว เกิดแตกหรือตีบตัน นำไปสู่โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือหัวใจวายเฉียบพลัน
3. โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง (Cardiovascular Diseases)
เป็นปลายทางของ โรคอ้วนลงพุง ไขมันในเลือดสูง และความดันสูง ทำให้หลอดเลือดตีบตัน เลือดไปเลี้ยงหัวใจหรือสมองไม่พอ เป็นสาเหตุการตายเฉียบพลันอันดับต้นๆ
4. โรคถุงลมโป่งพองและมะเร็งปอด (Chronic Respiratory Diseases)
เกิดจากการสูบบุหรี่หรือสูดดมมลพิษเป็นเวลานาน ทำให้เนื้อปอดถูกทำลาย ไม่สามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้เต็มที่ ผู้ป่วยจะทรมานจากการเหนื่อยหอบตลอดเวลา
นอกจากนี้ โรค ncds คืออะไร ที่รวมไปถึง โรคอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome) ซึ่งเป็นประตูบานแรกที่เปิดรับโรคอื่นๆ เข้ามาสู่ร่างกายอีกด้วย
ทำไม NCDs ถึงอันตราย? (ความน่ากลัวที่มองไม่เห็น)
ความอันตรายของ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ไม่ได้อยู่ที่ความรุนแรงของเชื้อโรค แต่อยู่ที่ “ความเงียบ” และ “ความเรื้อรัง” ของมัน
1. ไม่แสดงอาการในระยะแรก (Asymptomatic)
นี่คือกับดักที่น่ากลัวที่สุด โรคความดันโลหิตสูง หรือ โรคเบาหวาน ในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยจะรู้สึก “สบายดี” ทุกอย่าง กินได้ นอนหลับ ใช้ชีวิตได้ปกติ ทำให้ชะล่าใจและไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กว่าจะรู้ตัวอีกทีคือตอนที่ล้มวูบ หรือไตทำงานเหลือเพียง 30% แล้ว
2. ทำลายอวัยวะอย่างถาวร
เมื่อเป็นแล้ว มักจะไม่หายขาด (Chronic) ผู้ป่วยต้องกินยาควบคุมอาการไปตลอดชีวิต และโรคเหล่านี้จะค่อยๆ กัดกินอวัยวะภายในไปเรื่อยๆ เช่น น้ำตาลในเลือดที่สูงจะไปทำลายเส้นประสาทและหลอดเลือดฝอยที่ตาและไต ทำให้ตาบอดหรือไตวายในบั้นปลายชีวิต
3. ค่าใช้จ่ายมหาศาล
การรักษาโรค NCDs ไม่ใช่การจ่ายครั้งเดียวจบเหมือนไข้หวัด แต่เป็นการรักษาต่อเนื่องนับสิบปี ค่าหมอ ค่ายา ค่าฟอกไต ค่ากายภาพบำบัด รวมกันแล้วอาจกลายเป็นเงินหลายล้านบาทที่กัดกินเงินเก็บวัยเกษียณจนหมด
ต้นตอของปัญหา: พฤติกรรมเสี่ยงที่คุณอาจทำโดยไม่รู้ตัว
เพื่อให้เข้าใจว่า ncds คือ อะไรอย่างแท้จริง เราต้องดูที่ต้นเหตุ หากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้ คุณกำลังสะสมแต้มแลกโรคอยู่:
- กินตามใจปาก: ติดหวาน (ชานมไข่มุก, ขนมหวาน), ติดเค็ม (น้ำปลาพริก, ซุปก้อน, อาหารแปรรูป), ติดมัน (ของทอด, หนังไก่)
- เนือยนิ่ง (Sedentary Lifestyle): นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์วันละ 8-10 ชั่วโมง ขยับตัวน้อย ไม่ออกกำลังกาย
- ดื่มจัด สูบจัด: แอลกอฮอล์และบุหรี่คือตัวเร่งปฏิกิริยาการอักเสบในร่างกายชั้นดี
- เครียดสะสม: ความเครียดกระตุ้นฮอร์โมนที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและความดันพุ่งปรี๊ด
- นอนดึก: การนอนดึก หรือนอนน้อยทำให้ระบบเผาผลาญพัง และฮอร์โมนความอิ่มรวน ทำให้หิวบ่อยและอ้วนง่าย
ปรับไลฟ์สไตล์ต้านโรค: เริ่มต้นง่ายๆ ด้วย Small Wins

ข่าวดีคือ NCDs เป็นโรคที่เรา “ป้องกันได้” เกือบ 100% หากเรารู้ตัวและเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่จำเป็นต้องหักดิบเปลี่ยนชีวิตหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ให้ใช้หลักการ Small Wins หรือชัยชนะเล็กๆ ในแต่ละวัน
1. ปฏิวัติจานอาหาร (Dietary Change)
อาหารเพื่อสุขภาพ ไม่ได้แปลว่าต้องกินคลีนรสจืดชืด แต่คือการเลือกกินให้ฉลาดขึ้น
- ลดหวาน: สั่งเครื่องดื่ม “หวานน้อย” หรือ “ไม่หวาน” จนชินลิ้น ลดการปรุงน้ำตาลในก๋วยเตี๋ยว
- ลดเค็ม: ชิมก่อนปรุง หลีกเลี่ยงการซดน้ำซุปจนหมดชาม (เพราะโซเดียมกองอยู่ที่ก้นชาม) และลดอาหารแปรรูปอย่างไส้กรอก หมูยอ
- เพิ่มผัก: ให้ผักเป็น 50% ของจานอาหารในทุกมื้อ เพื่อเพิ่มกากใยที่ช่วยดูดซับน้ำตาลและไขมัน
2. ขยับเท่ากับออกกำลังกาย (Active Living)
ถ้าไม่มีเวลาเข้ายิม ให้สะสมการขยับตัวระหว่างวัน
- เดินขึ้นบันไดแทนลิฟต์ 1-2 ชั้น
- จอดรถไกลขึ้นเพื่อเดินมากขึ้น
- ลุกขยับตัวยืดเหยียดทุกๆ 1 ชั่วโมงที่นั่งทำงาน
- เป้าหมายคือการเดินให้ได้วันละ 8,000 – 10,000 ก้าว หรือออกกำลังกายจนเหงื่อซึม 150 นาที/สัปดาห์
3. นอนให้พอและจัดการความเครียด
การนอนหลับ 7-8 ชั่วโมงอย่างมีคุณภาพ คือยาวิเศษที่ช่วยซ่อมแซมร่างกายและปรับสมดุลฮอร์โมน ส่วนความเครียด ให้หากิจกรรมผ่อนคลายทำวันละนิด การฝึกหายใจลึกๆ ช่วยลดความดันโลหิตได้จริง
สรุป: สุขภาพของคุณ อยู่ที่คุณกำหนดเอง
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คุณคงได้คำตอบแล้วว่า NCDs คืออะไร และ โรค ncd มีโรคอะไรบ้าง สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักคือ โรคเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากเวรกรรม แต่เกิดจากการกระทำของเราเอง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้ คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อบั้นปลายชีวิตที่ไม่ต้องนอนติดเตียง
แต่อย่างไรก็ตาม ชีวิตมีความไม่แน่นอน แม้เราจะดูแลตัวเองดีแค่ไหน ความเสี่ยงก็อาจยังคงมีอยู่ หรือปัจจัยทางพันธุกรรมอาจมีผล การวางแผนรับมือด้วย ประกันสุขภาพ หรือ ประกันโรคร้ายแรง ที่ครอบคลุมกลุ่มโรค NCDs ไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้คุณอุ่นใจเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลระยะยาว หากคุณกำลังมองหาหลักประกันสุขภาพที่ครอบคลุม ทั้งโรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคเรื้อรังอื่นๆ สามารถมาเปรียบเทียบแผนประกันจากบริษัทชั้นนำกว่า 20 แห่งได้ที่ SILKSPAN เราพร้อมช่วยคุณเลือกเกราะป้องกันที่ดีที่สุดให้กับชีวิตคุณครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คนผอม เป็นโรค NCDs ได้ไหม?
A: ได้ครับ คนผอมก็สามารถมีภาวะไขมันพอกตับ ไขมันในเลือดสูง หรือความดันโลหิตสูงได้ หากมีพฤติกรรมการกินที่ไม่ดี (Skinny Fat) หรือมีความเครียดสูง อย่าวางใจรูปร่างภายนอก ควรตรวจสุขภาพประจำปีครับ
Q: โรค NCDs รักษาหายขาดได้ไหม?
A: ส่วนใหญ่เป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายขาด แต่สามารถ “สงบโรค” (Remission) ได้ เช่น ผู้ป่วยเบาหวานบางรายที่ปรับพฤติกรรมจนน้ำตาลปกติโดยไม่ต้องกินยา แต่ถ้ากลับไปทำพฤติกรรมเดิม โรคก็จะกลับมาอีก
Q: อายุยังน้อย จำเป็นต้องกลัว NCDs ไหม?
A: จำเป็นมากครับ เพราะกระบวนการก่อโรคใช้เวลาสะสมนาน 10-20 ปี พฤติกรรมที่คุณทำตอนอายุ 20-30 จะส่งผลตอนอายุ 40-50 ปัจจุบันเราจึงเห็นคนอายุ 30 ต้นๆ เป็นความดันและเบาหวานกันมากขึ้น
Q: อาหารคลีน ช่วยป้องกัน NCDs ได้จริงหรือ?
A: จริงครับ แต่ต้องเป็นอาหารคลีนที่ถูกหลักโภชนาการ คือ ลดปรุงแต่ง ลดโซเดียม ลดน้ำตาล และใช้วัตถุดิบธรรมชาติ การกิน อาหารเพื่อสุขภาพ เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการลดความเสี่ยงโรคกลุ่มนี้