ใบขับขี่หมดอายุ เคลมประกันได้ไหม? เช็กกฎเหล็ก คปภ. ก่อนตกใจฟรี!
อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว สิ่งแรกที่เรามักจะทำคือการหยิบโทรศัพท์โทรหา ประกันรถยนต์ แต่ในนาทีฉุกเฉินนั้น หลายคนกลับหน้าซีดเมื่อเปิดกระเป๋าสตางค์แล้วพบว่า “ใบขับขี่หมดอายุ“!
คำถามที่ตามมาทันทีคือ “ใบขับขี่หมดอายุ เคลมประกันได้ไหม?” บริษัทประกันจะปัดความรับผิดชอบหรือไม่? หากเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1 จะยังซ่อมรถเราอยู่ไหม? บทความนี้จะพาคุณไปกางกฎหมายและระเบียบของ คปภ. เพื่อไขข้อข้องใจให้ชัดเจนว่า กรณีไหนเคลมได้ และกรณีไหนที่ประกันอาจเซย์โน
Key Takeaways
- หมดอายุ = เคลมได้ หากคุณ “เคยมี” ใบขับขี่มาก่อนแต่ลืมต่ออายุจนทำให้ใบขับขี่หมดอายุ หรือทำหาย ประกันภัยต้องให้ความคุ้มครองตามปกติ ทั้งรถเราและรถคู่กรณี
- ไม่เคยมี = ไม่ซ่อมรถเรา หาก “ไม่เคยสอบใบขับขี่เลย” ประกันจะคุ้มครองเฉพาะรถคู่กรณี (บุคคลภายนอก) แต่จะไม่ซ่อมรถของผู้เอาประกัน
- คู่กรณีได้รับความคุ้มครองเสมอ ไม่ว่าฝั่งคนขับจะมีใบขับขี่หรือไม่ กฎหมายบังคับให้บริษัทประกันต้องรับผิดชอบความเสียหายต่อบุคคลภายนอก (คู่กรณี) เสมอ
กฎ คปภ. ว่าอย่างไร? เรื่อง “ใบขับขี่หมดอายุ” กับการ “เคลมประกัน“
ตามคำสั่งนายทะเบียนของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ระบุข้อยกเว้นเกี่ยวกับการขับขี่ไว้อย่างชัดเจน เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้เอาประกันภัย โดยหลักการสำคัญไม่ได้ดูว่าบัตรพลาสติกของคุณหมดอายุหรือไม่ แต่ดูที่ “ความสามารถในการขับขี่” เป็นหลัก
ดังนั้น คำตอบฟันธงคือ ใบขับขี่หมดอายุ เคลมประกันได้ตามปกติ
บริษัทประกันภัย ไม่สามารถ ปฏิเสธความคุ้มครองได้ เพียงเพราะเหตุผลว่าใบขับขี่หมดอายุตราบใดที่คุณสามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณเคยได้รับใบอนุญาตขับขี่อย่างถูกต้องมาก่อน
แยกให้ออก! “ไม่มีใบขับขี่” แบบไหนเคลมได้ แบบไหนเคลมไม่ได้?

คำว่า “ไม่มีใบขับขี่“ ในภาษาพูด อาจหมายความได้หลายอย่าง ซึ่งส่งผลต่อการเคลมประกันต่างกันอย่างสิ้นเชิง เรามาจำแนกเป็น 2 กรณีหลักดังนี้
กรณีที่ 1 ประกันคุ้มครอง 100% (ซ่อมเขา + ซ่อมเรา)
หากคุณอยู่ในกลุ่มนี้ สบายใจได้เลย ประกันรถยนต์ (โดยเฉพาะ ประกันรถยนต์ชั้น 1) จะคุ้มครองครบถ้วนตามกรมธรรม์ ทั้งซ่อมรถคู่กรณี และซ่อมรถของคุณเอง
- ใบขับขี่หมดอายุ : เคยมีบัตร แต่ลืมไปต่ออายุ ไม่ว่าจะหมดไปกี่ปีก็ตาม
- ใบขับขี่สูญหาย : มีใบขับขี่แต่ทำหาย หรือชำรุด
- ลืมพกใบขับขี่ : มีใบขับขี่แต่ไม่ได้พกมา ณ วันเกิดเหตุ
- ถูกยึดใบขับขี่ : ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดไป แต่ยังไม่ถูกเพิกถอน
หมายเหตุ: แม้ประกันจะเคลมได้ แต่ในทางกฎหมายจราจร คุณอาจยังต้องเสียค่าปรับกับตำรวจข้อหาไม่พกพาใบอนุญาตขับขี่ หรือใช้ใบขับขี่หมดอายุ
กรณีที่ 2 ประกันคุ้มครองเฉพาะ “คู่กรณี” (ซ่อมเขา + ไม่ซ่อมเรา)
กลุ่มนี้คือกลุ่มที่เข้าข่ายข้อยกเว้นความคุ้มครอง บริษัทประกันจะชดใช้ค่าเสียหายให้คู่กรณี แต่จะไม่รับผิดชอบความเสียหายต่อตัวรถของผู้เอาประกัน (รถเราต้องซ่อมเอง)
- ไม่เคยมีใบขับขี่มาก่อนเลย : ไม่เคยสอบผ่าน ไม่เคยได้รับใบอนุญาต
- เคยมีแต่ถูก “เพิกถอน” : ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตโดยกฎหมาย (ไม่ใช่แค่ถูกยึดชั่วคราว)
- ใบขับขี่ผิดประเภท : เช่น มีใบขับขี่รถจักรยานยนต์แต่นำมาขับรถยนต์ (ถือว่าไม่มีใบขับขี่รถยนต์)
สรุปความคุ้มครองในกรณีต่างๆที่เกี่ยวกับใบขับขี่
| กรณี | การคุ้มครอง |
| เป็นฝ่ายถูก | คุ้มครอง |
| เป็นฝ่ายผิด | แบ่งตามกรณี |
| – ลืมพกใบขับขี่ | คุ้มครอง (ใช้สำเนาหรือรูปถ่ายมายืนยัน) |
| – ใบขับขี่หมดอายุ | คุ้มครอง (ใช้สำเนาหรือรูปถ่ายมายืนยัน) |
| – ใบขับขี่ถูกยึด | คุ้มครอง (ใช้สำเนาหรือรูปถ่ายมายืนยัน) |
| – ไม่เคยมีใบขับขี่ | คุ้มครอง (เฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคคลภายนอกเท่านั้น) |
| รถหาย / น้ำท่วม | คุ้มครอง (เฉพาะประกันชั้น 1 ชั้น 2 หรือ 2+) |
กรณีไหนบ้างที่ประกันไม่คุ้มครอง แม้จะมีใบขับขี่ก็ตาม
- ใช้ใบขับขี่ผิดประเภท เช่น มีใบขับขี่ของรถจักรยานยนต์ แต่มาใช้ขับรถยนต์
- เมาแล้วขับ หากตรวจพบว่าผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ที่เลือดตั้งแต่ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ในขณะที่ขับขี่ และถ้าอายุไม่ถึง 20 ปี หรือมีใบขับขี่ชั่วคราว เกณฑ์การวัดจะอยู่ที่ 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
- นำรถยนต์ไปใช้นอกเขตความคุ้มครอง หรือต่างประเทศ
- นำรถยนต์คันเอาประกัน ไปใช้ในการลากจูงหรือผลักดัน ซึ่งหากเกิดเหตุเสียหายกับรถยนต์ จะถือว่าเป็นความประมาทของเจ้าของรถยนต์เอง
- ใช้รถยนต์ในการไปแข่งขันความเร็ว
- ใช้รถยนต์ในทางผิดกฎหมาย เช่น นำรถยนต์ไปใช้ปล้น หรือขนยาเสพติด เป็นต้น
การรับผิดชอบของบริษัทประกันมีเงื่อนไขที่ชัดเจน ดังนั้นก่อนที่คุณจะทำประกันควรศึกษาเงื่อนไขในกรมธรรม์ให้ละเอียดรอบคอบ เพื่อให้คุณรู้ข้อจำกัดของแผนประกัน และพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ที่พลาดไม่ได้คือ อย่าลืมพกใบขับขี่ทุกครั้งขณะขับขี่รถ และไม่ควรปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุ รีบไปต่อล่วงหน้าได้ยิ่งดี อย่างน้อยก็อุ่นใจไว้ก่อน
รถหาย / น้ำท่วม แต่เจ้าของรถไม่มีใบขับขี่จะคุ้มครองมั้ย?
หากรถจอดอยู่กับที่แล้วโดนขโมย ไฟไหม้ หรือถูกน้ำท่วม ถ้าคุณทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ชั้น 2 หรือ 2+ ประกันต้องคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถยนต์ แม้ว่าคุณจะไม่มีใบขับขี่ก็ตาม เพราะถือว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับความสามารถในการขับรถยนต์
เจาะลึก “ประกันรถยนต์ชั้น 1″ กับกรณีใบขับขี่หมดอายุ
หลายคนที่ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 มักกังวลว่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปแพงๆ จะสูญเปล่าไหมถ้าใบขับขี่หมดอายุ
- ถ้าเป็น ประกันชั้น 1 ใบขับขี่หมดอายุ : ความคุ้มครองยังคงเดิมทุกประการ ทั้งรถชนรถ รถชนไม่มีคู่กรณี ไฟไหม้ น้ำท่วม เคลมได้หมด
- ถ้าเป็น ประกันชั้น 1 แต่ “ไม่เคยมีใบขับขี่” : ประกันจะกลายร่างเป็นคล้ายๆ พ.ร.บ. ทันที คือ จ่ายค่ารักษาและซ่อมรถให้คนอื่น (คู่กรณี) แต่รถเราไม่ว่าจะยับเยินแค่ไหน ประกันจะไม่จ่ายแม้แต่บาทเดียว
“ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” เรียกได้ไหมถ้าคู่กรณีไม่มีใบขับขี่?
กรณีเกิดรถชนไม่มีใบขับขี่ หรือคู่กรณีใบขับขี่หมดอายุจนทำให้รถของเราเสียหายต้องเข้าอู่ซ่อม หลายคนกังวลว่าจะเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ (เงินชดเชยระหว่างที่รถซ่อม) ได้หรือไม่?
คำตอบคือ เรียกได้แน่นอน เพราะความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก (Third Party Liability) เป็นภาคบังคับที่กรมธรรม์ต้องจ่าย ไม่ว่าคนขับฝ่ายผิดจะมีใบขับขี่หรือไม่ บริษัทประกันของฝ่ายผิดต้องรับผิดชอบซ่อมรถให้เรา และจ่ายค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถให้เราตามเกณฑ์ คปภ. (เช่น รถเก๋งขั้นต่ำวันละ 500 บาท)
ส่วนบริษัทประกันจะไปไล่เบี้ยเรียกเงินคืนจากคนขับฝ่ายผิดที่ไม่มีใบขับขี่ในภายหลังหรือไม่ นั่นเป็นเรื่องระหว่างบริษัทประกันกับลูกค้าของเขา ไม่เกี่ยวกับเราที่เป็นผู้เสียหาย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ใบขับขี่หมดอายุเกิน 5 ปี ประกันชั้น 1 ยังเคลมได้ไหม?
A: เคลมได้ กฎ คปภ. ไม่ได้กำหนดระยะเวลาที่หมดอายุ ขอเพียงพิสูจน์ได้ว่า “เคยได้รับ” ใบอนุญาตขับขี่มาก่อน ก็ได้รับความคุ้มครองตามปกติ
Q: ถ้าเป็นฝ่ายผิด และไม่มีใบขับขี่เลย (ไม่เคยสอบ) ประกันจะช่วยอะไรบ้าง?
A: ประกันจะช่วยชดใช้ความเสียหายให้ “คู่กรณี” เท่านั้น (ทั้งคนและทรัพย์สิน) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของสังคม แต่จะไม่ซ่อมรถให้คุณ และบริษัทประกันอาจมาเรียกเก็บเงินที่จ่ายให้คู่กรณีคืนจากคุณในภายหลังได้ด้วย
Q: ใบขับขี่ต่างประเทศ ใช้เคลมประกันในไทยได้ไหม?
A: หากใบขับขี่นั้นยังไม่หมดอายุ และถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นใบขับขี่ต่างประเทศจากประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน หรือใบขับขี่สากล (International Driving Permit – IDP) ที่จะใช้ควบคู่กับใบขับขี่ท้องถิ่น สามารถใช้เคลมประกันรถยนต์ได้ แต่ถ้าคุณพำนักในไทยระยะยาว เช่น การทำงาน หรือการย้ายถิ่นฐาน แนะนำให้เทียบโอนเป็นใบขับขี่ไทยจะปลอดภัยที่สุด แต่ถ้าหากรถยนต์ที่มีเพื่อนชาวต่างชาติมาขับโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่มีใบขับขี่ที่ถูกต้อง บริษัทประกันภัยอาจทำการปฏิเสธการเคลมได้เช่นกัน
สรุป มีประกันไว้ อุ่นใจกว่า แต่มีใบขับขี่พร้อม ดีที่สุด
แม้ว่ากฎ คปภ. จะช่วยคุ้มครองกรณีใบขับขี่หมดอายุ เคลมประกันได้ เพื่อไม่ให้ผู้เอาประกันเดือดร้อนจนเกินไป แต่การมีใบขับขี่ที่ถูกต้องและยังไม่หมดอายุ ย่อมดีที่สุด เพราะช่วยลดปัญหาจุกจิกหน้างาน ไม่ต้องเสี่ยงโดนค่าปรับจากตำรวจ และทำให้ขั้นตอนการพิจารณาสินไหมลื่นไหลที่สุด
หากคุณกำลังมองหาความคุ้มครองที่ครอบคลุม หรือต้องการเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นประกันรถชั้น 1, ประกันรถชั้น 2+, ประกันรถชั้น 3+ หรือประกันรถชั้น 3 ที่เงื่อนไขเป็นธรรมและเชื่อถือได้ สามารถมาเปรียบเทียบข้อเสนอจากบริษัทชั้นนำกว่า 20 แห่งได้ที่ SILKSPAN เราพร้อมดูแลให้คุณได้แผนประกันที่คุ้มค่าที่สุด