
กฎหมายจราจร 2568 เรื่องสำคัญที่คนใช้รถต้องรู้

แม้จะเป็นผู้ขับขี่ที่ปฏิบัติตามกฎจราจร และมีวินัยอย่างเคร่งครัด แต่การไม่อัปเดตกฎหมายจราจรฉบับใหม่อาจทำให้คุณเผลอทำผิดโดยไม่รู้ตัวได้เหมือนกัน เพราะในปี 2568 นี้ พระราชบัญญัติจราจรทางบกมีการปรับปรุงเพิ่มเติมในหลายประเด็น ทั้งบทลงโทษ ค่าปรับ และการหักคะแนนความประพฤติ ซึ่งทุกคนที่ใช้รถใช้ถนนจำเป็นต้องรู้ไว้
เพื่อไม่ให้เสียค่าปรับโดยไม่ตั้งใจ และเพื่อความปลอดภัยของทุกชีวิตบนท้องถนน ลองมาดูกันว่ากฎหมายจราจรมีอะไรบ้างที่คุณควรรู้ และทำความเข้าใจกฎหมายจราจรเหล่านี้
Key Takeaways
- พ.ร.บ.จราจรทางบกฉบับใหม่มีการปรับปรุงบทลงโทษ ค่าปรับ และเพิ่มระบบหักคะแนนความประพฤติ ผู้ขับขี่ทุกคนจึงควรศึกษากฎหมายจราจรเหล่านี้เพื่อหลีกเลี่ยงการทำผิดโดยไม่รู้ตัว
- ข้อหาสำคัญที่ถูกปรับปรุงบทลงโทษ เช่น การขับรถเร็วเกินกำหนด, ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย, เมาแล้วขับ, ขับรถย้อนศร และการไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกฎจราจร 10 ข้อ หรือกฎจราจร 30 ข้อที่ควรรู้
- หากไม่ชำระค่าปรับตามกำหนด นอกจากจะโดนปรับเพิ่มแล้ว ยังอาจถูกอายัดทะเบียนรถ และไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ หรือ ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ได้
- การขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ หรือ ใบขับขี่หมดอายุ มีโทษทั้งปรับและจำคุก การต่อใบขับขี่ ให้เป็นปัจจุบันจึงเป็นสิ่งจำเป็น
- การทำประกันรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันรถยนต์ 2+, หรือ ประกันรถยนต์ 3+ จะช่วยให้คุณได้รับความคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน แม้จะปฏิบัติตาม กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดแล้วก็ตาม
กฎหมายจราจร 2568 มีอะไรบ้างที่ต้องรู้
กฎหมายจราจรใหม่ปี 2568 เป็นการปรับปรุงจาก พ.ร.บ.จราจรทางบก แก้ไขล่าสุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมผู้ขับขี่ และสร้างวินัยในการใช้รถใช้ถนน โดยมีการเพิ่มบทลงโทษในหลายกรณี และยังมีระบบหักคะแนนความประพฤติ ที่หากกระทำผิดตามที่กฎหมายจราจรระบุ คะแนนจะถูกหักตามความร้ายแรงตามกฎจราจรทางบกอีกด้วย
ผู้ขับขี่ทุกคนควรทำความเข้าใจกฎจราจรเบื้องต้น และกฎจราจรเพื่อสอบใบขับขี่ให้แม่นยำอยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัย
1. ขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
การขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายจราจรความเร็วกำหนด เป็นหนึ่งในกฎจราจร 10 ข้อที่สำคัญที่สุดที่ต้องระวัง โดยมีรายละเอียดดังนี้
- รถยนต์ 4 ล้อ ห้ามใช้ความเร็วเกินกว่า 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- กรณีขับเลนขวาสุดบนทางหลวง ความเร็วต้องไม่ต่ำกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- รถลากจูง รถยนต์สี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ความเร็วต้องไม่เกิน 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- รถแทรกเตอร์ รถบดถนน หรือรถเพื่อการเกตร ความเร็วที่ใช้ได้ต้องไม่เกิน 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- หากขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายจราจรกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 4,000 บาท
2. ไม่รัดเข็มขัดนิรภัยขณะขับรถ
กฎจราจรที่ควรรู้ฉบับล่าสุด ระบุว่าผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
3. เมาแล้วขับรถยนต์
หากตรวจพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกินที่กำหนด อาจถูกปรับสูงสุด 200,000 บาท จำคุก และถูกพักใบขับขี่ทันที นอกจากนี้หากเกิดความเสียหายที่มีสาเหตุมาจากการเมาแล้วขับ ก็อาจอยู่นอกเงื่อนไขในการเคลมประกันรถยนต์ด้วย ซึ่ง ประกันรถยนต์ชั้น 1 ,ประกันรถยนต์ 2+ และประกันรถยนต์ 3+ อาจไม่คุ้มครองในกรณีนี้
อยากทำประกันชั้น 1 เลือกที่ไหนดี? หาคำตอบได้ที่บทความ ประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดี

4. ขับรถยนต์ย้อนศร
กรณีขับรถย้อนศรมีโทษปรับตามกฎหมายจราจรใหม่ ไม่เกิน 2,000 บาท และหากย้อนศรจนทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือสร้างความเสียหาย อาจต้องรับโทษทั้งจำทั้งปรับ
5. จอดรถยนต์ในที่ห้ามจอด
พระราชบัญญัติจราจรล่าสุดนั้นมีข้อห้ามในเรื่องของการจอดรถในที่ห้ามจอด ทั้งในเขตที่มีเครื่องหมายห้ามจอด การจอดรถบนสะพานหรือในอุโมงค์ หรือกรณีจอดรถบนทางเท้า ซึ่งทุกกรณีที่กล่าวมา หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
6. ขับรถชนแล้วหนี
ขับรถชนแล้วหนี ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคหรือทรัพย์สินของผู้อื่น โดยไม่แสดงตัวในการช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงาน มีโทษจำคุก 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
7. ขับรถไม่มีใบขับขี่หรือใบขับขี่หมดอายุ
ขับรถโดยไม่มีบัขับขี่ เสียค่าปรับไม่เกิน 1,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีที่ใบขับขี่หมดอายุ หรือขาดต่อใบขับขี่เกินกำหนด จะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
8. ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย
กฎหมายจราจรฉบับล่าสุด กำหนดว่ากรณีที่ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย มีโทษปรับไม่เกิน 4,000 บาท
9. ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่
การใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถโดยไม่มีอุปกรณ์เสริมสำหรับสนทนา ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายขับขี่รถยนต์ มีโทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท
10. ขับรถขวางทางรถฉุกเฉิน
ตามกฎหมายพระราชบัญญัติจราจรทางบก กำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องหยุดให้รถฉุกเฉินผ่านไปก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท และกรณีขับตามหลังรถฉุกเฉินที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในระยะไม่เกิน 50 เมตรจะมีโทษปรับ 1,000 บาท
11. ขับรถฝ่าสัญญาณไฟแดง
สำหรับการขับรถฝ่าไฟแดง จะมีโทษปรับไม่เกิน 4,000 บาท ซึ่งเป็นหนึ่งในกฎจราจร 30 ข้อที่มักถูกละเลย
12. ขับรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน
กรณีที่ขับรถโดยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
13. การติดตั้งที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี
รถที่มีเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี จำเป็นต้องมีการติดตั้งที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือ Car Seat หากไม่ปฏิบัติตามจะต้องเสียค่าปรับ 2,000 บาท
14. ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น
พ.ร.บ.จราจรทางบกแก้ไขล่าสุด กำหนดให้ผู้ที่ขับรถประมาทโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น และหากทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ โทษปรับ 5,000-20,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
15. ขับรถเหยียบน้ำกระเด็นใส่ผู้อื่น
การขับรถเหยียบน้ำกระเด็นใส่ผู้อื่น แม้จะไม่ได้เจตนาแต่ก็ถือว่าเป็นการขับขี่โดยประมาท มีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท หรือจำคุกสูงสุด 3 เดือน
16. แข่งรถยนต์ในทางสาธารณะ
กฎหมายจราจร 2568 กำหนดให้ผู้ที่แข่งรถในทางสาธารณะจนทำให้ผู้อื่นเกิดความเดือดร้อน มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หากเป็นผู้ประกาศหรือชักชวนให้จัดการแข่งรถในทางสาธารณะ มีโทษปรับ 10,000-20,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับกฎจราจรมอเตอร์ไซค์ก็มีข้อกำหนดเฉพาะที่ผู้ขับขี่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนเช่นกัน
ชำระค่าปรับจราจรที่ไหนได้บ้าง?
เมื่อเป็นผู้กระทำผิดตามกฎหมายจราจรที่กำหนดไว้ ผู้ทำผิดต้องเสียค่าปรับจราจรตามใบสั่ง โดยสามารถชำระค่าปรับได้หลายช่องทาง ดังนี้
- ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ
- เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
- แอปพลิเคชัน Krungthai Next
- CenPay เครือ CENTRAL Group
- จุดบริการที่แสดงเครื่องหมาย PTM
- สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 1193
ไม่จ่ายค่าปรับจราจร เป็นอะไรไหม?
หากไม่ชำระค่าปรับจราจร ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่จงใจไม่จ่าย หรือลืมจ่ายค่าปรับ หากเลยกำหนดระยะเวลา เจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม และยังถูกอายัดทะเบียนด้วย โดยค่าปรับที่จะเพิ่มขึ้นมาหากไม่ชำระค่าปรับตามเวลาอยู่ที่ 1,000 บาท นอกจากนี้ยังไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ ต่อทะเบียนรถ หรือต่อพรบรถยนต์ได้ และหากละเลยทิ้งไว้ ก็อาจมีการดำเนินการตามกฎหมายจราจรต่อไป
กฎหมายจราจร รู้เอาไว้ ช่วยให้ขับขี่ปลอดภัย
กฎหมายจราจร เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ผู้ขับขี่ทุกคนจำเป็นต้องรู้ และปฏิบัติตามข้อกำหนด ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เพื่อไม่ให้ต้องเสียค่าปรับ หรือทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว แต่การขับขี่อย่างมีวินัยยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับทั้งคนขับ และผู้ร่วมทางได้อีกด้วย
นอกจากการขับขี่ตามข้อกฎหมายจราจรแล้ว เพื่อความสบายใจและมั่นใจในทุกเส้นทาง อย่าลืมทำประกันรถยนต์เอาไว้ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุม เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันก็ยังแจ้งเคลมได้ ส่วนจะเลือกประกันชั้นไหน หรือทำประกันรถ บริษัทไหนดี สามารถเปรียบเทียบเพื่อความคุ้มค่าได้เลยที่ SILKSPAN ไม่ว่าจะเป็น ประกันรถวิริยะ, ประกันรถโตเกียวมารีน, ประกันรถยนต์ไทยวิวัฒน์ หรือประกันรถยนต์กรุงเทพ เราก็มีให้เลือกหลากหลายตามงบประมาณและความคุ้มครองที่คุณต้องการ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- Facebook : SILKSPAN
- Instagram : silkspan
- Line Official : @SILKSPAN
- X (twitter) : SILKSPAN
- Youtube : SILKSPAN
- TikTok : silkspan