ทำความรู้จัก ตรอ. คืออะไร? ชื่อที่คนมีรถทุกคนควรต้องรู้จัก

สำหรับผู้ที่เพิ่งมีรถยนต์เป็นของตนเองครั้งแรก อาจจะไม่ค่อยคุ้นชินสักเท่าไหร่กับคำว่า “ตรอ.” เนื่องจากยังไม่ได้อยู่ใกล้ตัวเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ขับรถมาแล้วกว่า 5 ปี รวมไปถึงผู้ที่มียานพาหนะไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ หรือ รถจักรยานยนต์ น่าจะต้องคุ้นเคยกับชื่อนี้เป็นอย่างดี เพราะมีความสำคัญในด้านของการ “ต่อภาษีประจำปี” ของรถที่คุณนั้นครอบครอง บทความนี้เราจะพาคุณได้ทำความรู้จักว่า ตรอ. คืออะไร พร้อมเรื่องน่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสภาพรถ ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลย
Key Takeaways
- ตรอ. คือ สถานตรวจสภาพรถเอกชน ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกเพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษีประจำปี
- รถยนต์ที่มีอายุการใช้งาน 7 ปีขึ้นไป และรถจักรยานยนต์อายุ 5 ปีขึ้นไป ต้องเข้ารับการตรวจสภาพตามกฎหมาย
- ค่าบริการเริ่มต้นที่ 60 บาทสำหรับรถจักรยานยนต์ และสูงสุด 250 บาทสำหรับรถยนต์ที่มีน้ำหนักเกิน 1,600 กิโลกรัม
- หากตรวจสภาพไม่ผ่าน สามารถนำรถไปแก้ไขและกลับมาตรวจซ้ำได้ภายใน 15 วัน โดยเสียค่าบริการเพียงครึ่งเดียว
ตรอ. คืออะไร ?
สถานตรวจสภาพรถเอกชน หรือ ตรอ. คือสถานที่สำหรับการตรวจสอบสภาพรถ ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ หรือ รถจักรยานยนต์ ในทุก ๆ ปี อาจจะต้องมาใช้บริการที่แห่งนี้อย่างน้อย 1 ครั้ง เนื่องจากการตรวจสอบสภาพรถนั้นเป็นหนึ่งในขั้นตอนของ “ต่อภาษีประจำปี” และการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า ในตอนนี้รถของคุณพร้อมสำหรับการขับขี่บนท้องถนน
อ้างอิงจากพ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 และประกาศกรมการขนส่งทางบก ตามปกติแล้วจะต้องดำเนินการตรวจสอบที่กรมการขนส่งทางบก แต่เพื่อให้เกิดความสะดวกมากยิ่งขึ้น จึงกำหนดให้มีสถานตรวจสภาพรถ ตรอ. ซึ่งเป็นของเอกชน ที่สามารถดำเนินการตรวจสอบสภาพรถก่อนจะนำรถไปต่อภาษีประจำปีได้เช่นเดียวกัน
ใครบ้างที่จะต้องนำรถไปตรวจสภาพกับ ตรอ. ก่อนต่อภาษี
หลังจากได้รู้แล้วว่า ตรอ. คืออะไร ต่อมาคุณจะต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ที่จะต้องได้ใช้บริการของ ตรอ. สำหรับผู้ที่มีชื่อครอบครองรถ เมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนด คุณจะต้องดำเนินการนำรถเข้าตรวจสอบสภาพในทุก ๆ ปี สำหรับเกณฑ์ของการเช็กสภาพรถก็จะมีดังต่อไปนี้
| ประเภทรถ | อายุการใช้งานที่ต้องตรวจสภาพ |
| รถจักรยานยนต์ | 5 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป |
| รถยนต์นั่งส่วนบุคคล (ไม่เกิน 7 ที่นั่ง) | 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป |
| รถยนต์นั่งส่วนบุคคล (เกิน 7 ที่นั่ง) | 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป |
| รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล | 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป |
- ผู้ที่ครอบครองรถจักรยานยนต์ ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีบริบูรณ์เป็นต้นไป
- ผู้ที่ครอบครองรถยนต์ส่วนตัว (นั่งได้ไม่เกิน 7 คน) อายุการใช้งาน 7 ปีบริบูรณ์เป็นต้นไป
- ผู้ที่ครอบครองรถยนต์ส่วนตัว (นั่งได้เกิน 7 คน) อายุการใช้งาน 7 ปีบริบูรณ์เป็นต้นไป
- ผู้ที่ครอบครองรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล อายุการใช้งาน 7 ปีบริบูรณ์เป็นต้นไป
อัตราค่าบริการและเอกสารที่ต้องใช้เมื่อไปตรวจสภาพรถ
การนำรถเข้าตรวจสภาพนั้นมีความสะดวกและไม่ยุ่งยาก โดยคุณเตรียมเอกสารสำคัญเพียงอย่างเดียวคือ สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (สามารถใช้เล่มจริงหรือสำเนาได้) ส่วนอัตราค่าบริการตรวจสภาพรถจะถูกกำหนดไว้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ดังนี้
- รถจักรยานยนต์: 60 บาท/คัน
- รถยนต์ (น้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กก.): 150 บาท/คัน
- รถยนต์ (น้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กก.): 250 บาท/คัน
ตรวจสภาพรถที่ ตรอ. ต้องตรวจสอบส่วนไหนบ้าง ?

สำหรับเนื้อหาต่อจากนี้ อาจไม่ได้จำเป็นสำหรับเจ้าของรถมากนัก แต่รู้ไว้ก็น่าจะช่วยทำให้คุณอยากดูแลทะนุถนอมรถให้มากยิ่งขึ้น เพราะในการตรวจสภาพรถ ตรอ. จะมีขั้นตอนการตรวจสอบที่ค่อนข้างละเอียด เรียกได้ว่าตรวจเกือบทุกซอกทุกมุมของตัวรถเลยก็ว่าได้ โดยมีการตรวจสอบหลัก ๆ ดังต่อไปนี้
ตรวจสอบทั้ง ภายใน และ ภายนอกของรถ
ในการตรวจสภาพรถ ตรอ. เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจรถโดยรอบในบริเวณที่สามารถมองเห็นได้ อย่างเช่น สภาพโดยรวมของรถ ประตู กระจก ยางรถยนต์ และ ส่วนอื่น ๆ ว่าพร้อมต่อการขับขี่หรือไม่ และจะเพิ่มความละเอียดมากยิ่งขึ้น ด้วยการตรวจสอบภายในของรถ ลองขยับพวงมาลัย ลองเปิดที่ปัดน้ำฝน เปิดปิดกระจก หรือ บีบแตร เป็นต้น
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลสำคัญของรถ
รถที่จะผ่านเกณฑ์ของการตรวจสภาพรถกับ ตรอ. จะต้องเป็นรถที่ไม่ได้ผ่านการดัดแปลงที่ผิดกฎหมาย รวมไปถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่ระบุเอาไว้ในสมุดทะเบียนรถ จะต้องตรงกับสภาพรถที่นำมาตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็น รุ่นของรถ สีของรถ ป้ายทะเบียน และ เลขบนตัวถังรถ เป็นต้น หากมีการดัดแปลงในส่วนไหน เจ้าของรถจะต้องมีเอกสารมายืนยันอย่างชัดเจน
ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในรถ
แม้จะยังเป็นรถในระบบสันดาป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบไฟฟ้ามีส่วนสำคัญต่อตัวรถ ในการตรวจสอบภายใน ตรอ. ระบบไฟทั้งหมดของรถจะต้องได้รับการตรวจสอบ เริ่มต้นที่ คุณภาพของแบตเตอรี่ ระบบแผงวงจรต่าง ๆ ความสว่างของไฟหน้า ทิศทางการเบี่ยงเบนของแสงไฟส่องสว่าง ไฟสัญญาณต่าง ๆ และ ทุก ๆ ระบบที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า จะได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด
ตรวจสอบระดับเสียงของท่อไอเสีย และ ปริมาณควันดำ
อ้างอิงจากประกาศกรมขนส่งทางบก เรื่องของการกำหนดมาตรฐานเสียงของรถยนต์ ฉบับล่าสุดในปี พ.ศ. 2561 ระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ว่า ในรถยนต์จะต้องมีเสียงจากท่อดังไม่เกิน 100 เดซิเบล ในช่วงที่ทำความเร็ว 3 ใน 4 ของรอบความเร็วสูงสุด พร้อมกับตรวจวัดเขม่าควันดำที่ปล่อยออกมาจากท่อ รวมถึงก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และก๊าซไฮโดรคาร์บอน (HC) หากมีปริมาณเกินกว่ากำหนด จะต้องได้รับการแก้ไขเพื่อมาตรวจสอบที่ ตรอ. ใหม่อีกครั้ง
ตรวจสอบระบบการควบคุมรถ
ระบบการควบคุมรถที่เรากำลังกล่าวถึง มีตั้งแต่การตรวจสอบศูนย์ของล้อ ระบบขับเคลื่อน ระบบการควบคุมรถ รวมไปถึงประสิทธิภาพของระบบเบรก ในกระบวนการนี้ค่อนข้างจะใช้ระยะเวลาอยู่พอสมควร เนื่องจากเป็นส่วนที่สำคัญในด้านของความปลอดภัยของการขับขี่ แม้คุณจะขับรถทุกวัน ก็อาจจะไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรซ่อนอยู่หรือไม่ จึงทำให้การนำรถเข้ามาตรวจสอบกับ ตรอ. ในทุก ๆ ปี มีความสำคัญเป็นอย่างมากนั่นเอง
ตรวจสภาพรถไม่ผ่าน ต้องทำอย่างไร ?
หากตรวจสอบแล้วพบว่ารถของคุณมีจุดที่บกพร่อง เจ้าหน้าที่จะออกเอกสารแจ้งข้อบกพร่องให้ทราบ สิ่งที่คุณต้องทำคือ นำรถไปซ่อมแซมหรือแก้ไขจุดนั้นให้เรียบร้อย แล้วนำกลับมาตรวจซ้ำที่สถานตรวจสภาพรถเดิม ภายใน 15 วัน ซึ่งการตรวจซ้ำในระยะเวลาที่กำหนดนี้ จะเสียค่าบริการเพียงครึ่งเดียวของราคาปกติ แต่หากเกิน 15 วัน หรือย้ายไปตรวจที่อื่น จะต้องเสียค่าบริการเต็มจำนวนใหม่
รถแบบไหนที่ตรวจกับสถานตรวจสภาพรถเอกชนไม่ได้
แม้สถานตรวจสภาพรถเอกชนจะอำนวยความสะดวกได้มาก แต่ก็มีรถบางประเภทที่ไม่สามารถตรวจกับเอกชนได้ และต้องนำไปตรวจที่หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น ได้แก่
- รถที่ทำการดัดแปลงสภาพผิดไปจากที่จดทะเบียนไว้
- รถที่เปลี่ยนสี เปลี่ยนเครื่องยนต์ และยังไม่ได้แจ้งลงเล่มทะเบียน
- รถที่มีปัญหาเลขตัวถังหรือเลขเครื่องยนต์ชำรุด ลบเลือน
- รถที่ขาดต่อภาษีประจำปีเกิน 1 ปีขึ้นไป
- รถที่เกิดอุบัติเหตุหนักจนกระทบโครงสร้างหลัก
เปรียบเทียบการตรวจสภาพรถระหว่างเอกชน กับ กรมการขนส่งทางบก
ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดสามารถแบ่งออกได้ดังนี้
| สถานตรวจสภาพรถเอกชน
(ตรอ.) |
กรมการขนส่งทางบก |
|
|
ความสะดวกสบายและสถานที่ |
มีสาขากระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ เดินทางใกล้บ้านได้สะดวก | มีเฉพาะที่สำนักงานขนส่งในแต่ละพื้นที่ |
|
ระยะเวลาในการรอคิว |
มักใช้เวลารอคิวน้อยกว่า รวดเร็วและประหยัดเวลา | อาจต้องใช้เวลารอคิวและดำเนินการนานกว่า |
|
ประเภทรถที่รองรับ |
รถใช้งานปกติที่ไม่ได้ดัดแปลงสภาพตามที่จดทะเบียนไว้ | รองรับรถทุกประเภท รวมถึงรถที่มีปัญหาเฉพาะทาง หรือรถดัดแปลงสภาพ |
|
ความเหมาะสม |
เหมาะสำหรับรถยนต์สภาพปกติทั่วไป และผู้ที่ต้องการประหยัดเวลา | เหมาะสำหรับรถที่ดัดแปลงสภาพ ขาดต่อภาษีเกิน 1 ปี หรือมีปัญหาเรื่องทะเบียน |
หากรถของคุณเป็นรถใช้งานปกติที่ไม่ได้ดัดแปลงอะไร การเลือกใช้บริการเอกชนใกล้บ้านถือเป็นทางเลือกที่ประหยัดเวลาที่สุด
วิธีค้นหาสถานตรวจสภาพรถง่าย ๆ ผ่าน Google Maps
หากถึงเวลาต้องต่อภาษีแล้วไม่รู้จะไปตรวจสภาพรถที่ไหน คุณสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงเปิดแอปพลิเคชัน Google Maps บนสมาร์ทโฟน แล้วพิมพ์คำว่า “ตรอ ใกล้ฉัน” ระบบจะแสดงรายชื่อสถานตรวจสภาพรถเอกชนที่อยู่ใกล้คุณที่สุด พร้อมทั้งเวลาเปิด-ปิด และเส้นทางการเดินทางให้ทันที
ต่อภาษีรถทุกปี ยังจำเป็นต้องมีประกันภัยรถยนต์หรือไม่ ?
สำหรับผู้ที่ตรวจสภาพรถกับ ตรอ. แล้วไม่ผ่าน อาจกำลังสงสัยว่าจะต่อภาษีได้ไหม ? คำตอบคือ “ได้” เพราะจะมีการลิสต์รายการที่คุณจะต้องดำเนินการแก้ไขมาให้ เมื่อคุณแก้ไขเสร็จเรียบร้อยก็นำรถมาตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อให้ผ่านการตรวจสอบ จากนั้นก็นำรถไปต่อภาษีประจำปีได้อย่างง่ายดาย ส่วนใครที่กำลังสงสัยว่า พ.ร.บ. รถก็ต่อทุกปี ยังจำเป็นต้องเสียเงินซื้อประกันรถยนต์หรือไม่ ?
คำตอบในส่วนนี้เป็นได้ทั้ง “ไม่จำเป็น” เพราะไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ชั้น1 หรือชั้นไหนๆ ถ้าหากประกันรถยนต์เป็นแบบภาคสมัครใจ กฎหมายไม่ได้บังคับเหมือนอย่างการต่อภาษีของรถที่จะต้องทำทุกปี แต่ถ้ามองในความมั่นคงเราก็อยากแนะนำว่า “ควรทำ” เพราะการคุ้มครองของ พ.ร.บ. จะดูแลเฉพาะคุณเท่านั้น ในเรื่องค่าเสียหาย ค่าซ่อมรถ ค่ารักษาคู่กรณี ต่าง ๆ นั้นไม่ได้ดูแล ยิ่งเป็นประกันที่มีการดูแลครอบคลุม ยิ่งทำให้คุณสามารถยิ้มได้เมื่อภัยมา
รับข้อเสนอพิเศษ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.)
1. ตรอ. คือหน่วยงานของรัฐใช่หรือไม่?
ไม่ใช่ เป็นสถานตรวจสภาพรถของภาคเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกให้สามารถเป็นตัวแทนตรวจสอบสภาพรถเพื่อความสะดวกของประชาชน
2. สามารถฝากสถานตรวจสภาพรถเอกชนต่อภาษีประจำปีเลยได้ไหม?
สามารถทำได้ สถานตรวจสภาพรถส่วนใหญ่มักมีบริการรับฝากต่อภาษี พ.ร.บ. และประกันภัยรถยนต์แบบครบวงจรในที่เดียว แต่อาจมีค่าธรรมเนียมบริการเพิ่มเติมเล็กน้อย
3. รถยังไม่ถึงเกณฑ์อายุการใช้งาน สามารถนำไปตรวจสภาพได้ไหม?
สามารถทำได้ หากคุณต้องการตรวจเช็กสภาพความพร้อมของรถก่อนเดินทางไกล หรือตรวจเพื่อความมั่นใจในการขับขี่ แม้กฎหมายจะยังไม่บังคับก็ตาม
4. หากไม่ได้นำรถไปตรวจสภาพ จะสามารถต่อภาษีประจำปีได้หรือไม่?
หากรถเข้าเกณฑ์อายุที่กฎหมายกำหนด (รถยนต์ 7 ปี, มอเตอร์ไซค์ 5 ปี) จะไม่สามารถต่อภาษีประจำปีได้จนกว่าจะมีข้อมูลว่าผ่านการตรวจสภาพเรียบร้อยแล้ว
5. ตรวจสภาพรถใช้เวลานานแค่ไหน?
หากคิวไม่ยาว การตรวจสภาพรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ตามขั้นตอนมาตรฐานมักใช้เวลาเพียง 15-30 นาทีเท่านั้น
บทส่งท้าย
เราหวังว่าเนื้อหาในบทความนี้ จะช่วยทำให้คุณได้เข้าใจเรื่องของการตรวจสภาพรถ ตรอ. มากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังจะต่อภาษีรถ และ รถอยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องตรวจสอบสภาพรถ ให้มองหา ตรอ. ใกล้บ้านคุณ เอกสารที่ใช้ก็เพียงแค่สมุดเล่มทะเบียนรถ หรือ สำเนาเท่านั้น ราคาก็ได้รับการกำหนดเอาไว้ที่ รถยนต์ประมาณ 150 ถึง 250 บาท/คัน และ รถจักรยานยนต์อยู่ที่ 60 บาท/คัน
สุดท้ายนี้หากประกันรถของคุณก็ใกล้จะหมด SILKSPAN พร้อมแนะนำประกันจากบริษัทชั้นนำกว่า 20 แห่ง ให้คุณได้เลือกซื้อ สามารถมองหาประกันที่เหมาะกับคุณได้ด้วยตนเอง ผ่านบริการเปรียบเทียบราคาประกันภัยของเรา
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- Facebook : SILKSPAN
- Instagram : silkspan
- Line Official : @SILKSPAN
- X (twitter) : SILKSPAN
- Youtube : SILKSPAN
- TikTok : silkspan