ประกันรถยนต์ชั้น2+ เริ่มต้มเพียงแค่ 609 บาท

ตรอ. คืออะไร รถกี่ปีต้องเข้าตรวจสภาพรถ


ตรอ.คืออะไร

        เชื่อว่าคนใช้รถทุกคนต้องคุ้นเคยกับป้าย ตรอ.กันบ้างแล้ว โดยเฉพาะบริเวณใกล้กรมการขนส่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับตรวจสภาพรถประจำปี วันนี้เราจะมาบอกความสำคัญของ ตรอ. คืออะไร และนำรถไปตรวจสภาพรถกับ ตรอ. เป็นยังไง เพื่อให้คนใช้รถได้รู้จัก ตรอ. ให้มากขึ้น รวมไปถึงให้คนใช้รถใช้ถนนขับขี่อย่างปลอดภัยมากขึ้นด้วย

 

ตรอ. คืออะไร

        “ตรอ. คือ สถานตรวจสภาพรถเอกชน” โดยเป็นสถานที่ของเอกชนที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก เพื่อใช้ตรวจสภาพรถ จะตรวจสภาพว่ามีความพร้อมในการใช้งานตามระเบียบข้อบังคับของทางกรมการขนส่งหรือไม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ที่มีรถยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์ ไม่ต้องเสียเวลาไปที่กรมการขนส่ง ก็ตรวจสภาพรถพร้อมรับใบรับรองตรวจสภาพรถได้เลย แล้วเจ้าของรถก็นำใบนี้ไปต่อภาษีประจำปีโดยสามารถทำล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือนก่อนวันหมดอายุภาษีประจำปี

 

รถกี่ปีต้องเข้าตรวจสภาพรถ

        พระราชบัญญัติกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กำหนดเอาไว้ว่ารถที่จะนำมาขับขี่ได้ต้องมีสภาพที่แข็งแรง มั่นคง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และกำหนดให้รถที่เข้าเกณฑ์ดังต่อไปนี้ ตรวจเช็กสภาพก่อนต่อภาษีประจำปี

1.รถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ที่มีอายุใช้งาน 7 ปีขึ้นไป

2.รถยนต์ส่วนบุคคลเกิน 7 คน ที่มีอายุใช้งาน 7 ปี ขึ้นไป

3.รถบรรทุกส่วนบุคคลที่มีอายุใช้งาน 7 ปี ขึ้นไป

4.รถจักรยานยนต์ที่มีอายุใช้งาน 5 ปี ขึ้นไป

 

ตรวจสภาพรถที่ตรอ.

 

ตรวจสภาพรถ ใช้อะไรบ้าง

        ในการตรวจสภาพรถต้องใช้รถและสมุดคู่มือทะเบียนรถไปแสดง เพื่อติดต่อกับสถานตรวจสภาพรถ ถ้าผลการตรวจสภาพปรากฏว่า รถอยู่ในเกณฑ์ที่ผ่านการตรวจ สถานตรวจสภาพรถก็จะออกใบรับรองการตรวจสภาพรถตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ซึ่งจะมีอายุ 3 เดือน ส่วนรถที่อยู่ในเกณฑ์ไม่ผ่านการตรวจสภาพ สถานตรวจสภาพรถจะแจ้งข้อบกพร่องที่เป็นเหตุให้ไม่ผ่านสภาพ เพื่อจะได้นำรถไปแก้ไขข้อบกพร่องแล้วนำมาตรวจใหม่ภายใน 15 วัน

        ตรวจสภาพรถ ตรอ. ราคาเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ได้แก่ รถจักรยานยนต์คันละ 60 บาท รถยนต์น้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 150 บาท และรถยนต์น้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 250 บาท สำหรับรถที่ไม่ผ่านเกณฑ์การตรวจสภาพและแก้ไขรถ เพื่อนำมาตรวจใหม่ภายใน 15 วัน จะเสียค่าตรวจในอัตราครึ่งหนึ่งของค่าบริการที่กำหนดไว้ หรือไปตรวจที่สถาน ตรวจสภาพรถแห่งอื่นก็จะเสียค่าบริการเต็มอัตรา

 

ตรวจสภาพรถ ตรวจอะไรบ้าง

1.ตรวจความถูกต้องของข้อมูลรถ ได้แก่ ป้ายทะเบียน ลักษณะรถ สี แบบ หมายเลขรถ ชนิดและหมายเลขเครื่องยนต์ และเชื้อเพลิง ว่าถูกต้องตามที่ระบุไว้ในเล่มประจำรถหรือไม่

2.การตรวจสภาพภายในและภายนอกรถ ได้แก่ ตัวถัง สี อุปกรณ์ทั้งภายในและภายนอกรถ เช่น เข็มขัด ที่นั่ง ระบบไฟฟ้า ระบบไฟส่องสว่าง ไฟสัญญาณ ล้อยาง และอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอื่น ๆ เป็นต้น

3.การตรวจใต้ท้องรถ ได้แก่ ระบบเบรก ระบบรองรับน้ำหนัก ระบบเลี้ยว ระบบส่งกำลัง เครื่องยนต์ ระบบไอเสียและเชื้อเพลิง เป็นต้น

4.การตรวจประสิทธิภาพระบบเบรก เป็นการตรวจสภาพรถว่าระบบเบรกยังทำงานได้ดีอยู่หรือไม่

5.การตรวจสอบโคมไฟหน้ารถ วัดค่าความเบี่ยงเบนของแสง และความเข้มแสง ว่ามีค่าเฉลี่ยเป็นไปตามที่กำหนดหรือไม่

6.การตรวจวัดแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และก๊าซไฮโดรคาร์บอน (HC) ว่าออกมาเกินปริมาณที่กำหนดเอาไว้หรือไม่ ส่วนรถเครื่องยนต์ดีเซลยังต้องตรวจวัดควันดำด้วย

7.การตรวจวัดระดับเสียง จะต้องดังไม่เกิน 100 เดซิเบล เอ

 

ประกันรถยนต์ชั้น 1 เบี้ยเริ่มต้นที่ 750 บาท

 

ต่อภาษีรถที่ไหน

        ปัจจุบันมีช่องทางการต่อภาษีรถประจำปีให้เลือกได้ตามสะดวก หากไม่สะดวกไปต่อภาษีรถด้วยตัวเอง ที่สำนักงานขนส่ง ในวันทำการตามปกติ สามารถเลือกจ่ายภาษีรถยนต์ประจำปีได้ที่ไปรษณีย์ไทยห้างสรรพสินค้า และช่องทางอื่นๆมากมาย โดยไม่ต้องเดินทางไปทำเรื่องที่สำนักงานขนส่งอีกต่อไป โดยการต่อภาษีต้องใช้เอกสารดังนี้

1.พ.ร.บ. รถยนต์

2.สมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ (ตัวจริงหรือสำเนา)

3.ใบรับรองการตรวจสภาพรถยนต์ (สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน หรือรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่มีอายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไป หรือรถจักรยานยนต์ที่มีอายุมากกว่า 5 ปีขึ้นไป)

4.ใบตรวจสภาพแก๊ส (ถ้ารถติดตั้งแก๊สและแจ้งลงเล่มแล้ว)

        ซึ่งการต่อภาษีรถยนต์ในทุกๆปีนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ พ.ร.บ. รถยนต์ หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เพราะถ้าหากไม่มี พ.ร.บ. รถยนต์ ก็จะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้นั่นเอง โดย พ.ร.บ. รถยนต์ เป็นประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับที่รถยนต์ทุกคันจะต้องทำ ซึ่งมีอายุเพียง 1 ปีเท่านั้น หากนำรถที่ไม่มี พ.ร.บ. มาวิ่งบนถนน ก็จะมีบทลงโทษและถูกปรับเงินไม่เกิน 10,000 บาท

 

        ทั้งนี้ การตรวจสภาพรถกับตรอ. ค่อนข้างละเอียด  ดังนั้นหากรถของใครใกล้ถึงเวลาต่อภาษี และมีอายุครบตามที่กฎหมายระบุไว้ ก็รีบดำเนินการตรวจสภาพรถก่อน หากตรวจสภาพไม่ผ่านก็ยังพอมีเวลาไปซ่อมบำรุงรถได้อีก นอกจากนั้นควรจะมีประกันภัยรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ เพื่อเพิ่มความอุ่นใจ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุโดยไม่คาดคิด ก็จะมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินให้กับผู้เอาประกันด้วย [เปรียบเทียบประกันรถยนต์:www.silkspan.com] ตอนนี้ เพื่อช่วยบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ครอบคลุมที่สุด

 


เขียนโดย : SILKSPAN ADVISOR
เผยแพร่วันที่ : 04/04/2023
โปรโมชั่นแนะนำ
Staff Call Center
“เช็คเบี้ยกับเราซิคะ”