เบี้ยดีโดนใจ ประกันภัยชั้น 1 เบี้ยเริ่ม 750 บาท/เดือน พิเศษรับส่วนลดสูงสุด 30% เช็กเบี้ยที่นี่ กับ SILKSPAN

ทำความรู้จัก ตรอ. คืออะไร? ชื่อที่คนมีรถทุกคนควรต้องรู้จัก


สถานตรวจสภาพรถ ตรอ. สำหรับตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษีรถยนต์

สำหรับผู้ที่เพิ่งมีรถยนต์เป็นของตนเองครั้งแรก อาจจะไม่ค่อยคุ้นชินสักเท่าไหร่กับคำว่า “ตรอ.” เนื่องจากยังไม่ได้อยู่ใกล้ตัวเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ขับรถมาแล้วกว่า 5 ปี รวมไปถึงผู้ที่มียานพาหนะไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ หรือ รถจักรยานยนต์ น่าจะต้องคุ้นเคยกับชื่อนี้เป็นอย่างดี เพราะมีความสำคัญในด้านของการ “ต่อภาษีประจำปี” ของรถที่คุณนั้นครอบครอง บทความนี้เราจะพาคุณได้ทำความรู้จักว่า ตรอ. คืออะไร พร้อมเรื่องน่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสภาพรถ ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลย

 

Key Takeaways

  • ตรอ. คือ สถานตรวจสภาพรถเอกชน ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกเพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษีประจำปี
  • รถยนต์ที่มีอายุการใช้งาน 7 ปีขึ้นไป และรถจักรยานยนต์อายุ 5 ปีขึ้นไป ต้องเข้ารับการตรวจสภาพตามกฎหมาย
  • ค่าบริการเริ่มต้นที่ 60 บาทสำหรับรถจักรยานยนต์ และสูงสุด 250 บาทสำหรับรถยนต์ที่มีน้ำหนักเกิน 1,600 กิโลกรัม
  • หากตรวจสภาพไม่ผ่าน สามารถนำรถไปแก้ไขและกลับมาตรวจซ้ำได้ภายใน 15 วัน โดยเสียค่าบริการเพียงครึ่งเดียว

 

ตรอ. คืออะไร ?

สถานตรวจสภาพรถเอกชน หรือ ตรอ. คือสถานที่สำหรับการตรวจสอบสภาพรถ ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ หรือ รถจักรยานยนต์ ในทุก ๆ ปี อาจจะต้องมาใช้บริการที่แห่งนี้อย่างน้อย 1 ครั้ง เนื่องจากการตรวจสอบสภาพรถนั้นเป็นหนึ่งในขั้นตอนของ “ต่อภาษีประจำปี” และการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า ในตอนนี้รถของคุณพร้อมสำหรับการขับขี่บนท้องถนน 

อ้างอิงจากพ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 และประกาศกรมการขนส่งทางบก ตามปกติแล้วจะต้องดำเนินการตรวจสอบที่กรมการขนส่งทางบก แต่เพื่อให้เกิดความสะดวกมากยิ่งขึ้น จึงกำหนดให้มีสถานตรวจสภาพรถ ตรอ. ซึ่งเป็นของเอกชน ที่สามารถดำเนินการตรวจสอบสภาพรถก่อนจะนำรถไปต่อภาษีประจำปีได้เช่นเดียวกัน

 

ใครบ้างที่จะต้องนำรถไปตรวจสภาพกับ ตรอ. ก่อนต่อภาษี

หลังจากได้รู้แล้วว่า ตรอ. คืออะไร ต่อมาคุณจะต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ที่จะต้องได้ใช้บริการของ ตรอ. สำหรับผู้ที่มีชื่อครอบครองรถ เมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนด คุณจะต้องดำเนินการนำรถเข้าตรวจสอบสภาพในทุก ๆ ปี สำหรับเกณฑ์ของการเช็กสภาพรถก็จะมีดังต่อไปนี้

 

ประเภทรถ อายุการใช้งานที่ต้องตรวจสภาพ
รถจักรยานยนต์ 5 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
รถยนต์นั่งส่วนบุคคล (ไม่เกิน 7 ที่นั่ง) 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
รถยนต์นั่งส่วนบุคคล (เกิน 7 ที่นั่ง) 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

 

  • ผู้ที่ครอบครองรถจักรยานยนต์ ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีบริบูรณ์เป็นต้นไป
  • ผู้ที่ครอบครองรถยนต์ส่วนตัว (นั่งได้ไม่เกิน 7 คน) อายุการใช้งาน 7 ปีบริบูรณ์เป็นต้นไป
  • ผู้ที่ครอบครองรถยนต์ส่วนตัว (นั่งได้เกิน 7 คน) อายุการใช้งาน 7 ปีบริบูรณ์เป็นต้นไป
  • ผู้ที่ครอบครองรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล อายุการใช้งาน 7 ปีบริบูรณ์เป็นต้นไป

 

อัตราค่าบริการและเอกสารที่ต้องใช้เมื่อไปตรวจสภาพรถ

การนำรถเข้าตรวจสภาพนั้นมีความสะดวกและไม่ยุ่งยาก โดยคุณเตรียมเอกสารสำคัญเพียงอย่างเดียวคือ สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (สามารถใช้เล่มจริงหรือสำเนาได้) ส่วนอัตราค่าบริการตรวจสภาพรถจะถูกกำหนดไว้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ดังนี้

  • รถจักรยานยนต์: 60 บาท/คัน
  • รถยนต์ (น้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กก.): 150 บาท/คัน
  • รถยนต์ (น้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กก.): 250 บาท/คัน

 

ตรวจสภาพรถที่ ตรอ. ต้องตรวจสอบส่วนไหนบ้าง ?

ตรอ. ตรวจอะไรบ้าง 5 จุดหลักที่ตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษีรถยนต์

 

สำหรับเนื้อหาต่อจากนี้ อาจไม่ได้จำเป็นสำหรับเจ้าของรถมากนัก แต่รู้ไว้ก็น่าจะช่วยทำให้คุณอยากดูแลทะนุถนอมรถให้มากยิ่งขึ้น เพราะในการตรวจสภาพรถ ตรอ. จะมีขั้นตอนการตรวจสอบที่ค่อนข้างละเอียด เรียกได้ว่าตรวจเกือบทุกซอกทุกมุมของตัวรถเลยก็ว่าได้ โดยมีการตรวจสอบหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

ตรวจสอบทั้ง ภายใน และ ภายนอกของรถ

ในการตรวจสภาพรถ ตรอ. เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจรถโดยรอบในบริเวณที่สามารถมองเห็นได้ อย่างเช่น สภาพโดยรวมของรถ ประตู กระจก ยางรถยนต์ และ ส่วนอื่น ๆ ว่าพร้อมต่อการขับขี่หรือไม่ และจะเพิ่มความละเอียดมากยิ่งขึ้น ด้วยการตรวจสอบภายในของรถ ลองขยับพวงมาลัย ลองเปิดที่ปัดน้ำฝน เปิดปิดกระจก หรือ บีบแตร เป็นต้น

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลสำคัญของรถ

รถที่จะผ่านเกณฑ์ของการตรวจสภาพรถกับ ตรอ. จะต้องเป็นรถที่ไม่ได้ผ่านการดัดแปลงที่ผิดกฎหมาย รวมไปถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่ระบุเอาไว้ในสมุดทะเบียนรถ จะต้องตรงกับสภาพรถที่นำมาตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็น รุ่นของรถ สีของรถ ป้ายทะเบียน และ เลขบนตัวถังรถ เป็นต้น หากมีการดัดแปลงในส่วนไหน เจ้าของรถจะต้องมีเอกสารมายืนยันอย่างชัดเจน

ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในรถ

แม้จะยังเป็นรถในระบบสันดาป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบไฟฟ้ามีส่วนสำคัญต่อตัวรถ ในการตรวจสอบภายใน  ตรอ. ระบบไฟทั้งหมดของรถจะต้องได้รับการตรวจสอบ เริ่มต้นที่ คุณภาพของแบตเตอรี่ ระบบแผงวงจรต่าง ๆ ความสว่างของไฟหน้า ทิศทางการเบี่ยงเบนของแสงไฟส่องสว่าง ไฟสัญญาณต่าง ๆ และ ทุก ๆ ระบบที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า จะได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด

ตรวจสอบระดับเสียงของท่อไอเสีย และ ปริมาณควันดำ

อ้างอิงจากประกาศกรมขนส่งทางบก เรื่องของการกำหนดมาตรฐานเสียงของรถยนต์ ฉบับล่าสุดในปี พ.ศ. 2561 ระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ว่า ในรถยนต์จะต้องมีเสียงจากท่อดังไม่เกิน 100 เดซิเบล ในช่วงที่ทำความเร็ว 3 ใน 4 ของรอบความเร็วสูงสุด พร้อมกับตรวจวัดเขม่าควันดำที่ปล่อยออกมาจากท่อ รวมถึงก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และก๊าซไฮโดรคาร์บอน (HC) หากมีปริมาณเกินกว่ากำหนด จะต้องได้รับการแก้ไขเพื่อมาตรวจสอบที่ ตรอ. ใหม่อีกครั้ง

ตรวจสอบระบบการควบคุมรถ

ระบบการควบคุมรถที่เรากำลังกล่าวถึง มีตั้งแต่การตรวจสอบศูนย์ของล้อ ระบบขับเคลื่อน ระบบการควบคุมรถ รวมไปถึงประสิทธิภาพของระบบเบรก ในกระบวนการนี้ค่อนข้างจะใช้ระยะเวลาอยู่พอสมควร เนื่องจากเป็นส่วนที่สำคัญในด้านของความปลอดภัยของการขับขี่ แม้คุณจะขับรถทุกวัน ก็อาจจะไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรซ่อนอยู่หรือไม่ จึงทำให้การนำรถเข้ามาตรวจสอบกับ ตรอ. ในทุก ๆ ปี มีความสำคัญเป็นอย่างมากนั่นเอง

ตรวจสภาพรถไม่ผ่าน ต้องทำอย่างไร ?

หากตรวจสอบแล้วพบว่ารถของคุณมีจุดที่บกพร่อง เจ้าหน้าที่จะออกเอกสารแจ้งข้อบกพร่องให้ทราบ สิ่งที่คุณต้องทำคือ นำรถไปซ่อมแซมหรือแก้ไขจุดนั้นให้เรียบร้อย แล้วนำกลับมาตรวจซ้ำที่สถานตรวจสภาพรถเดิม ภายใน 15 วัน ซึ่งการตรวจซ้ำในระยะเวลาที่กำหนดนี้ จะเสียค่าบริการเพียงครึ่งเดียวของราคาปกติ แต่หากเกิน 15 วัน หรือย้ายไปตรวจที่อื่น จะต้องเสียค่าบริการเต็มจำนวนใหม่

รถแบบไหนที่ตรวจกับสถานตรวจสภาพรถเอกชนไม่ได้

แม้สถานตรวจสภาพรถเอกชนจะอำนวยความสะดวกได้มาก แต่ก็มีรถบางประเภทที่ไม่สามารถตรวจกับเอกชนได้ และต้องนำไปตรวจที่หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น ได้แก่

  • รถที่ทำการดัดแปลงสภาพผิดไปจากที่จดทะเบียนไว้
  • รถที่เปลี่ยนสี เปลี่ยนเครื่องยนต์ และยังไม่ได้แจ้งลงเล่มทะเบียน
  • รถที่มีปัญหาเลขตัวถังหรือเลขเครื่องยนต์ชำรุด ลบเลือน
  • รถที่ขาดต่อภาษีประจำปีเกิน 1 ปีขึ้นไป
  • รถที่เกิดอุบัติเหตุหนักจนกระทบโครงสร้างหลัก

เปรียบเทียบการตรวจสภาพรถระหว่างเอกชน กับ กรมการขนส่งทางบก

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

 

สถานตรวจสภาพรถเอกชน

(ตรอ.)

กรมการขนส่งทางบก

ความสะดวกสบายและสถานที่

มีสาขากระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ เดินทางใกล้บ้านได้สะดวก มีเฉพาะที่สำนักงานขนส่งในแต่ละพื้นที่

ระยะเวลาในการรอคิว

มักใช้เวลารอคิวน้อยกว่า รวดเร็วและประหยัดเวลา อาจต้องใช้เวลารอคิวและดำเนินการนานกว่า

ประเภทรถที่รองรับ

รถใช้งานปกติที่ไม่ได้ดัดแปลงสภาพตามที่จดทะเบียนไว้ รองรับรถทุกประเภท รวมถึงรถที่มีปัญหาเฉพาะทาง หรือรถดัดแปลงสภาพ

ความเหมาะสม

เหมาะสำหรับรถยนต์สภาพปกติทั่วไป และผู้ที่ต้องการประหยัดเวลา เหมาะสำหรับรถที่ดัดแปลงสภาพ ขาดต่อภาษีเกิน 1 ปี หรือมีปัญหาเรื่องทะเบียน

 

หากรถของคุณเป็นรถใช้งานปกติที่ไม่ได้ดัดแปลงอะไร การเลือกใช้บริการเอกชนใกล้บ้านถือเป็นทางเลือกที่ประหยัดเวลาที่สุด

วิธีค้นหาสถานตรวจสภาพรถง่าย ๆ ผ่าน Google Maps

หากถึงเวลาต้องต่อภาษีแล้วไม่รู้จะไปตรวจสภาพรถที่ไหน คุณสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงเปิดแอปพลิเคชัน Google Maps บนสมาร์ทโฟน แล้วพิมพ์คำว่า “ตรอ ใกล้ฉัน” ระบบจะแสดงรายชื่อสถานตรวจสภาพรถเอกชนที่อยู่ใกล้คุณที่สุด พร้อมทั้งเวลาเปิด-ปิด และเส้นทางการเดินทางให้ทันที

ต่อภาษีรถทุกปี ยังจำเป็นต้องมีประกันภัยรถยนต์หรือไม่ ?

สำหรับผู้ที่ตรวจสภาพรถกับ ตรอ. แล้วไม่ผ่าน อาจกำลังสงสัยว่าจะต่อภาษีได้ไหม ? คำตอบคือ “ได้” เพราะจะมีการลิสต์รายการที่คุณจะต้องดำเนินการแก้ไขมาให้ เมื่อคุณแก้ไขเสร็จเรียบร้อยก็นำรถมาตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อให้ผ่านการตรวจสอบ จากนั้นก็นำรถไปต่อภาษีประจำปีได้อย่างง่ายดาย ส่วนใครที่กำลังสงสัยว่า พ.ร.บ. รถก็ต่อทุกปี ยังจำเป็นต้องเสียเงินซื้อประกันรถยนต์หรือไม่ ? 

คำตอบในส่วนนี้เป็นได้ทั้ง “ไม่จำเป็น” เพราะไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ชั้น1 หรือชั้นไหนๆ ถ้าหากประกันรถยนต์เป็นแบบภาคสมัครใจ กฎหมายไม่ได้บังคับเหมือนอย่างการต่อภาษีของรถที่จะต้องทำทุกปี  แต่ถ้ามองในความมั่นคงเราก็อยากแนะนำว่า “ควรทำ” เพราะการคุ้มครองของ พ.ร.บ. จะดูแลเฉพาะคุณเท่านั้น ในเรื่องค่าเสียหาย ค่าซ่อมรถ ค่ารักษาคู่กรณี ต่าง ๆ นั้นไม่ได้ดูแล ยิ่งเป็นประกันที่มีการดูแลครอบคลุม ยิ่งทำให้คุณสามารถยิ้มได้เมื่อภัยมา

รับข้อเสนอพิเศษ ให้ประกันรถคุ้มครองทุกการเดินทาง ผ่อนประกันรถชั้น 1 0% ที่ SILKSPAN

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.)

1. ตรอ. คือหน่วยงานของรัฐใช่หรือไม่?

ไม่ใช่ เป็นสถานตรวจสภาพรถของภาคเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกให้สามารถเป็นตัวแทนตรวจสอบสภาพรถเพื่อความสะดวกของประชาชน

2. สามารถฝากสถานตรวจสภาพรถเอกชนต่อภาษีประจำปีเลยได้ไหม?

สามารถทำได้ สถานตรวจสภาพรถส่วนใหญ่มักมีบริการรับฝากต่อภาษี พ.ร.บ. และประกันภัยรถยนต์แบบครบวงจรในที่เดียว แต่อาจมีค่าธรรมเนียมบริการเพิ่มเติมเล็กน้อย

3. รถยังไม่ถึงเกณฑ์อายุการใช้งาน สามารถนำไปตรวจสภาพได้ไหม?

สามารถทำได้ หากคุณต้องการตรวจเช็กสภาพความพร้อมของรถก่อนเดินทางไกล หรือตรวจเพื่อความมั่นใจในการขับขี่ แม้กฎหมายจะยังไม่บังคับก็ตาม

4. หากไม่ได้นำรถไปตรวจสภาพ จะสามารถต่อภาษีประจำปีได้หรือไม่?

หากรถเข้าเกณฑ์อายุที่กฎหมายกำหนด (รถยนต์ 7 ปี, มอเตอร์ไซค์ 5 ปี) จะไม่สามารถต่อภาษีประจำปีได้จนกว่าจะมีข้อมูลว่าผ่านการตรวจสภาพเรียบร้อยแล้ว

5. ตรวจสภาพรถใช้เวลานานแค่ไหน?

หากคิวไม่ยาว การตรวจสภาพรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ตามขั้นตอนมาตรฐานมักใช้เวลาเพียง 15-30 นาทีเท่านั้น

บทส่งท้าย

เราหวังว่าเนื้อหาในบทความนี้ จะช่วยทำให้คุณได้เข้าใจเรื่องของการตรวจสภาพรถ ตรอ. มากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังจะต่อภาษีรถ และ รถอยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องตรวจสอบสภาพรถ ให้มองหา ตรอ. ใกล้บ้านคุณ เอกสารที่ใช้ก็เพียงแค่สมุดเล่มทะเบียนรถ หรือ สำเนาเท่านั้น ราคาก็ได้รับการกำหนดเอาไว้ที่ รถยนต์ประมาณ 150 ถึง 250 บาท/คัน และ รถจักรยานยนต์อยู่ที่ 60 บาท/คัน

สุดท้ายนี้หากประกันรถของคุณก็ใกล้จะหมด SILKSPAN พร้อมแนะนำประกันจากบริษัทชั้นนำกว่า 20 แห่ง ให้คุณได้เลือกซื้อ สามารถมองหาประกันที่เหมาะกับคุณได้ด้วยตนเอง ผ่านบริการเปรียบเทียบราคาประกันภัยของเรา

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม


เขียนโดย : SILKSPAN MKT
เผยแพร่วันที่ : 08/09/2026
รับข้อเสนอพิเศษ

จองสิทธิ์ประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์ รับส่วนลดสูงสุด 30% กว่า 20 บริษัทชั้นนำ

  1. ต่ออายุล่วงหน้า รับส่วนลดเพิ่ม สูงสุดกว่า 500 บาท
  2. ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนเงินสด ได้สูงสุด 10 เดือน
  3. ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
  4. ฟรีรถใช้ระหว่างซ่อม หรือ เบิกค่าเดินทาง 1,000 บาท

กรอกข้อมูล เพื่อ “รับข้อเสนอพิเศษ” ต่อประกันรถยนต์

taff-call
“เช็คเบี้ยประกันรถฟรี 24 ชม.”
line

กำลังโหลด