ใบขับขี่ประเภท 2 มีการใช้งานแตกต่างจากประเภทอื่นอย่างไร?
รู้หรือไม่? ใบขับขี่ที่เราคุ้นเคยนั้นแบ่งออกเป็นหลายประเภท บทความนี้ SILKSPAN จะพาผู้อ่านทุกคนไปทำความรู้จักกับ “ชนิดของใบขับขี่” โดยเฉพาะในส่วนของใบขับขี่ประเภท 2 ที่เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้จักมาก่อน มาดูกันว่าใบขับขี่ประเภทนี้คืออะไร แตกต่างจากใบขับขี่ที่เราใช้งานทั่วไปมากน้อยเพียงใด ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลย
Key Takeaways
- ใบขับขี่ประเภท 2 ใช้กับรถขนาดใหญ่เท่านั้น ถูกกำหนดขึ้นตามขนาดของรถ ไม่ใช่แค่จุดประสงค์การใช้งาน
- ใบขับขี่ประเภท 2 แบ่งเป็น บ.2 และ ท.2 โดยแบบ บ.2 คือรถใหญ่ส่วนบุคคล ส่วนแบบ ท.2 คือรถใหญ่เพื่อการค้า/สาธารณะ (ต้องตรวจประวัติอาชญากรรม)
- ใบขับขี่ประเภท 2 สามารถต่ออายุได้ล่วงหน้า 180 วัน หากขาดต่อ มีโทษปรับและอาจต้องสอบใหม่
- การขอใบขับขี่ประเภท 2 ต้องผ่านการตรวจสุขภาพที่เข้มงวด เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสาธารณะ (เช่น ห้ามตาบอดสีรุนแรง หรือมีโรคลมชัก)
ใบขับขี่มีกี่ประเภท
ในผู้ที่จำเป็นจะต้องใช้รถใช้ถนน มีกฎหมายบังคับเอาไว้อย่างชัดเจนว่าคุณจะต้องทำ “ใบขับขี่” เสียก่อน และต้องต่อใบขับขี่ทุกครั้งเมื่อหมดอายุ แต่ในผู้ที่ขับรถยนต์ส่วนตัวโดยทั่วไปอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าใบขับขี่มีหลายประเภท ก่อนจะไปทำความรู้จักกับใบขับขี่ประเภท 2 เราทำความรู้จักกับหมวดหมู่ของใบขับขี่ แบบ บ. และ แบบ ท. กัน
- ใบขับขี่ส่วนบุคคลประเภท บ. : ย่อมาจาก “บุคคล” ถ้าให้อธิบายง่าย ๆ ก็จะเป็นใบขับขี่โดยทั่วไปที่เราใช้กัน ซึ่งจะต้องเป็นการใช้รถในวัตถุประสงค์เพื่อการขับขี่ส่วนบุคคลเท่านั้น ห้ามนำไปใช้เพื่อการขับขี่เชิงพาณิชย์เป็นอันขาด
- ใบขับขี่ส่วนบุคคลประเภท ท. : ย่อมาจาก “ทุกประเภท” สามารถใช้ในการขับขี่รถยนต์ได้ทุกวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ส่วนตัว หรือจะเป็นการขับขี่เพื่อการพาณิชย์ ก็สามารถใช้ได้เช่นเดียวกัน โดยจะมีเงื่อนไขในการทำที่คุมเข้มมากกว่า ใบขับขี่ประเภท บ. อยู่พอสมควร
ใบขับขี่ประเภท 2 คืออะไร มีกี่ชนิด

ใบขับขี่รถยนต์ถูกแบ่งเป็น แบบ บ. และ แบบ ท. จากนั้นก็จะมีการแบ่งย่อยออกมาอีก 2 ประเภทคือ ใบขับขี่ประเภท 1 และใบขับขี่ประเภท 2 ซึ่งจะแบ่งจาก “ขนาดของรถ” ถ้าเป็นรถโดยทั่วไปก็จะถูกจัดให้ใช้ใบขับขี่ประเภทที่ 1 แต่ถ้าเป็นรถที่มีขนาดเกินกว่า 3,500 กิโลกรัม และโดยสารได้มากกว่า 20 ที่นั่ง ก็จะต้องถูกจัดในหมวดของ ใบขับขี่ประเภทที่ 2 ในทันที สำหรับข้อสงสัยที่ว่าใบขับขี่ประเภทที่ 2 มีกี่ประเภท ก็จะแบ่งย่อยออกเป็น 2 ประเภทดังนี้
- ใบขับขี่ประเภท 2 บ.2 : ใช้สำหรับการขับขี่รถยนต์ขนาดใหญ่เกินกว่า 3,500 กิโลกรัม และโดยสารได้มากกว่า 20 ที่นั่ง แต่มีวัตถุประสงค์ใช้เพื่อ “ส่วนบุคคล”
- ใบขับขี่ประเภท 2 ท.2 : ใช้สำหรับการขับขี่รถยนต์ขนาดใหญ่เกินกว่า 3,500 กิโลกรัม และโดยสารได้มากกว่า 20 ที่นั่ง แต่มีวัตถุประสงค์ใช้เพื่อ “เชิงพาณิชย์”
ใบขับขี่ ท.2 บ.2 ใช้ขับรถอะไรได้บ้าง
ใบขับขี่ ท.บ. ประเภท 2 ล้วนเป็นชนิดของใบขับขี่ประเภท 2 ทั้งสิ้น ใบขับขี่ชนิดที่ 2 สำหรับรถขนาดใหญ่ (หนักเกิน 3,500 กก. หรือโดยสารเกิน 20 ที่นั่ง) ดังนั้นจึงมีขั้นตอนการสอบใบขับขี่ประเภท 2 ยากกว่าประเภท 1
ใบขับขี่ ท.บ. ประเภท 2 หรือใบขับขี่ประเภท 2 (หรือ ใบขับขี่ชนิดที่ 2) สำหรับรถขนาดใหญ่ (หนักเกิน 3,500 กก. หรือโดยสารเกิน 20 ที่นั่ง) ดังนั้นจึงมีขั้นตอนการสอบใบขับขี่ประเภท 2 ยากกว่าประเภท 1
รถที่ใช้ใบขับขี่ บ.2
- รถบรรทุก 6 ล้อ ถึง 10 ล้อ ไม่มีการลากพ่วง ซึ่งจะต้องเป็นป้ายทะเบียนขาว
- รถบัสรับส่งมากกว่า 20 ที่นั่ง ซึ่งจดทะเบียนเป็นสินทรัพย์ส่วนบุคคล เป็นป้ายทะเบียนขาว
- รถบรรทุกที่มีน้ำหนักเกินกว่า 3,500 กิโลกรัม ซึ่งเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล ป้ายทะเบียนขาว
รถที่ใช้ใบขับขี่ ท.2
- รถบรรทุกสำหรับการรับจ้าง ป้ายทะเบียนเหลือง
- รถบัส หรือ รถรับ-ส่งระหว่างจังหวัด ซึ่งมีความจุผู้โดยสารมากกว่า 20 ที่นั่ง
- รถเมล์ประจำทางที่ใช้งานภายในเมือง
- รถบรรทุกตู้ทึบสำหรับการขนส่งให้เช่า
ใบขับขี่ประเภท 2 ต่างกับประเภท บ. ยังไง
หลายคนมักจะสับสน คิดว่าใบขับขี่ประเภท 2 เป็นใบขับขี่ประเภท บ. ซึ่งเราต้องขออธิบายตรงนี้เลยว่าคำนิยามของใบขับขี่ทั้งสองรูปแบบนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง
ใบขับขี่ประเภท ท. หรือ บ. เป็นการแบ่งแยก “วัตถุประสงค์การใช้รถ” ซึ่งแบบ บ. จะเป็นการใช้รถส่วนบุคคล ส่วนแบบ ท. เป็นการใช้รถเพื่อการพาณิชย์
ส่วนใบขับขี่ประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 จะแบ่งตาม “ขนาดของรถ” ยกตัวอย่างเช่น ใบขับขี่แบบ ท. ประเภท 2 หมายความว่าเป็นใบขับขี่สาธารณะประเภท 2 นั่นเอง
เตรียมตัวทำใบขับขี่ประเภท 2 ยังไงบ้าง

ขั้นตอนการสอบใบขับขี่ประเภท 2 นั้นจะมีขั้นตอนที่พิเศษมากกว่าใบขับขี่ประเภท 1 ซึ่งจะมีขั้นตอนปลีกย่อยออกไปอีกพอสมควร เพราะต้องเลือกว่าจะทำแบบ บ.2 สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล หรือแบบ ท.2 สำหรับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เรามีเทคนิคดี ๆ ในขั้นตอนของการเตรียมตัวมาฝาก ดังนี้
- ศึกษาให้ดีเสียก่อนว่าจริง ๆ แล้วควรต้องทำใบขับขี่ประเภทไหนกันแน่ ระหว่าง ท.2 หรือ บ.2
- ตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองว่าพร้อมสำหรับการทำใบขับขี่ประเภท 2 หรือไม่
- เตรียมเอกสารที่จำเป็นเอาไว้ให้พร้อม โดยเฉพาะในส่วนของใบรับรองแพทย์
- ควรตั้งใจในระหว่างการอบรมทฤษฎี เพราะมีขั้นตอนในการสอบทฤษฎี
- พักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากมีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และ มีการสอบปฏิบัติ
เอกสารทำใบขับขี่ประเภท 2 มีอะไรบ้าง
เอกสารที่ควรเตรียมให้พร้อมก่อนทำใบขับขี่ประเภท 2 โดยเอกสารส่วนมากจะคล้าย ๆ กับการต่อภาษีรถยนต์ ต่างเพียงแค่ไม่ต้องใช้เล่มทะเบียนรถ ดังนี้
- บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา
- ใบขับขี่เดิม (ใบขับขี่ประเภทที่ 1) ตัวจริง พร้อมสำเนา
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- ใบรับรองแพทย์ ที่ออกมาแล้วไม่เกินกว่า 1 เดือน
ทำใบขับขี่ประเภท 2 ใช้เวลากี่วัน

ในขั้นตอนของการทำใบขับขี่ประเภท 2 นั้นสามารถจบลงได้ในวันเดียว รวมทุกกระบวนการเรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีขั้นตอนการดำเนินการในส่วนอื่น ๆ ซึ่งอาจกินระยะเวลาไปถึง 90 วันเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับว่าในช่วงเวลานั้น ๆ มีผู้เดินเรื่องขอใบขับขี่ประเภทที่ 2 เยอะหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนของการทำใบขับขี่ประเภทที่ 2 คร่าว ๆ มีดังนี้
- ตรวจสอบเอกสาร ตรวจสอบคุณสมบัติสำหรับการทำใบขับขี่ประเภท 2
- ตรวจสมรรถภาพร่างกาย ปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขอใบขับขี่ประเภทที่ 2
- เข้ารับการอบรมสำหรับการทำใบขับขี่ประเภทที่ 2 ที่กรมการขนส่งทางบก
- ทำการทดสอบภาคทฤษฎีจากเนื้อหาที่ได้อบรมไปก่อนหน้านี้
- ทดสอบในภาคปฏิบัติในสถานการณ์จำลองของการขับขี่จริง
- หากเป็นการขอใบขับขี่ประเภท 2 สำหรับการขับขี่เชิงพาณิชย์ จะต้องมีการตรวจประวัติอาชญากรรมด้วย
ไม่มีใบขับขี่ประเภท 2 ผิดกฎหมายไหม มีโทษอะไร
ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องทำใบขับขี่ประเภทที่ 2 แต่ถ้ารถของคุณเข้าข่ายว่าเป็น “รถขนาดใหญ่” ที่จำเป็นจะต้องใช้ใบขับขี่ประเภทที่ 2 ก็ต้องเดินเรื่องให้เรียบร้อย และในการต่อใบขับขี่ประเภท 2 ก็ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันหมดอายุ สามารถต่อใบขับขี่ล่วงหน้าได้ 3 เดือนเหมือนกับใบขับขี่ทั่วไป และผู้ที่ขับรถในเชิงพาณิชย์ อาทิเช่น รถสาธารณะ ควรต้องระวังเป็นพิเศษ หากคุณขาดต่ออายุใบขับขี่ ท.2 เท่ากับว่าคุณจะถูก “ห้ามใช้รถ” จนกว่าจะต่ออายุใบขับขี่เรียบร้อยแล้ว หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดถึง 2,000 บาท เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้ใบขับขี่ประเภท 2 หมดอายุโดยเด็ดขาด
รับข้อเสนอพิเศษ
ใบขับขี่ประเภท 2 สิ่งสำคัญที่คนมีรถต้องรู้
เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ ใบขับขี่ประเภท 2 ที่เรานำมาฝาก เชื่อว่าน่าจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจชนิดของใบขับขี่ได้มากขึ้น หากใครที่มีความจำเป็นต้องขับรถขนาดใหญ่ที่เข้าเกณฑ์ของการทำใบขับขี่ประเภท 2 ก็สามารถใช้เกร็ดความรู้จากบทความนี้ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในขั้นตอนของการดำเนินการง่ายยิ่งขึ้น และสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ใบขับขี่คือการทำ “ประกันรถยนต์” ไม่ว่าจะเป็น ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันรถยนต์ 2+ หรือประกันรถยนต์ 3+ SILKSPAN เป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริงที่พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ ในเบี้ยประกันที่คุณพึงพอใจมากที่สุด หากสนใจสามารถติดต่อได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- Facebook : SILKSPAN
- Instagram : silkspan
- Line Official : @SILKSPAN
- X (twitter) : SILKSPAN
- Youtube : SILKSPAN
- TikTok : silkspan
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบขับขี่ประเภท 2
ต่ออายุใบขับขี่ประเภท 2 ล่วงหน้าได้กี่วัน
สามารถต่ออายุใบขับขี่ประเภท 2 ล่วงหน้าได้เป็นระยะเวลา 6 เดือน (180 วัน) ก่อนวันที่ใบอนุญาตขับรถจะหมดอายุ หากใบขับขี่ของคุณหมดอายุไปแล้ว ก็ยังสามารถดำเนินการต่ออายุใบขับขี่ได้เช่นกัน แต่ถ้าปล่อยให้ขาดต่อเกินกว่า 3 ปีจะต้องสอบใหม่
ใบขับขี่ ท.2 ขับรถกระบะได้ไหม
ใบขับขี่ประเภท 2 สามารถขับรถกระบะได้ โดยสามารถใช้เพื่อขับขี่ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล และรถสาธารณะได้ตามข้อกำหนด
มีปัญหาสุขภาพ ขอใบขับขี่ประเภท 2 ได้ไหม ?
ปัญหาสุขภาพบางอย่างอาจส่งผลให้ไม่สามารถขอใบขับขี่ประเภท 2 ได้ เช่น ตาบอดสี หรือ มีปัญหากับระบบประสาทอย่างรุนแรง เป็นต้น