10 สิ่งควรรู้ ก่อนซื้อประกันออมทรัพย์เพื่อลดหย่อนภาษี 2568 วางแผนดี มีเงินคืน
เมื่อเข้าสู่ปีใหม่ การวางแผนการเงินและภาษีเป็นสิ่งที่ควรเริ่มต้นตั้งแต่เนิ่นๆ สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการลดหย่อนภาษี 2568 ที่มีความเสี่ยงต่ำและได้รับผลตอบแทนที่แน่นอน “ประกันออมทรัพย์” หรือประกันสะสมทรัพย์ ยังคงเป็นพระเอกที่ได้รับความนิยมสูงสุด แต่ก่อนจะตัดสินใจเซ็นสัญญาจ่ายเบี้ยก้อนโต มีหลายเรื่องที่คุณต้องทำความเข้าใจเพื่อให้การลดภาษี ครั้งนี้คุ้มค่าที่สุด บทความนี้ SILKSPAN สรุป 10 สิ่งควรรู้ พร้อมเจาะลึกรายละเอียดที่อัปเดตใหม่มาฝากครับ
Key Takeaways
- ประกันออมทรัพย์ คือการลงทุนความเสี่ยงต่ำ: เป็นการออมเงินที่การันตีเงินต้นและผลตอบแทนที่แน่นอน (เมื่ออยู่ครบสัญญา) พร้อมได้รับความคุ้มครองชีวิตควบคู่กัน เหมาะสำหรับผู้ที่รับความผันผวนของตลาดหุ้นไม่ได้
- เงื่อนไขลดหย่อนภาษีต้องแม่น: กรมธรรม์ที่จะนำมาลดหย่อนภาษีได้ ต้องมี ระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป โดยลดหย่อนได้ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
- ดูความคุ้มค่าที่ IRR: อย่าดูเพียงแค่ตัวเลข “เงินคืนรวม” ทั้งหมด แต่ควรพิจารณาค่า IRR (Internal Rate of Return) เพื่อดูผลตอบแทนที่แท้จริงต่อปีเปรียบเทียบกับเงินเฟ้อ
- สภาพคล่องเป็นเรื่องสำคัญ: เงินที่จ่ายเบี้ยประกันจะถูกล็อกไว้ในระยะยาว หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินและเวนคืนกรมธรรม์ก่อนกำหนด มักจะได้รับเงินคืนน้อยกว่าเบี้ยที่จ่ายไป จึงควรประเมินความสามารถในการชำระเบี้ยให้ดีก่อนตัดสินใจ
ประกันออมทรัพย์คืออะไร ต่างจากประกันชีวิตแบบทั่วไปอย่างไร?

ประกันออมทรัพย์ (Endowment Insurance) หรือที่เรียกกันว่าประกันเงินออม คือ รูปแบบของประกันชีวิตที่เน้นการออมเงินควบคู่ไปกับความคุ้มครองชีวิต โดยผู้เอาประกันจะต้องชำระเบี้ยประกันตามระยะเวลาที่กำหนด และเมื่อครบกำหนดสัญญา (หรือเสียชีวิตระหว่างสัญญา) บริษัทประกันจะจ่ายเงินคืนให้ตามเงื่อนไข
ความต่างจากประกันชีวิตทั่วไป:
- ประกันชีวิตแบบทั่วไป (เช่น แบบตลอดชีพ): เน้นความคุ้มครองชีวิตสูง เบี้ยถูก แต่ไม่มีเงินปันผลหรือเงินคืนระหว่างสัญญา (หรือมีน้อยมากเมื่อครบสัญญา) เน้นเป็นมรดกให้คนข้างหลัง
- ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์: เน้นผลตอบแทนและการออม มีเงินคืนระหว่างสัญญาหรือเงินก้อนเมื่อครบสัญญา ความคุ้มครองชีวิตอาจไม่สูงเท่าแบบตลอดชีพ แต่ได้ประโยชน์เรื่องเงินออมที่ชัดเจนกว่า
เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีของประกันออมทรัพย์
เพื่อให้สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย กรมธรรม์ที่คุณเลือกต้องเข้าข่ายเงื่อนไขของกรมสรรพากร ดังนี้:
- ระยะเวลาคุ้มครอง: ต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
- ผลตอบแทนคืน: หากมีเงินคืนระหว่างสัญญา ต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี
- บริษัทประกัน: ต้องทำกับบริษัทประกันชีวิตที่ประกอบกิจการในประเทศไทย
- วงเงินลดหย่อน: สามารถนำเบี้ยประกันไปหักค่าลดหย่อนภาษี ได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท (และเมื่อรวมกับเงินฝากแบบมีประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท)
10 สิ่งควรรู้ ก่อนซื้อประกันออมทรัพย์เพื่อลดหย่อนภาษี 2568
เพื่อให้คุณเลือกแผนประกันที่ตอบโจทย์ที่สุด นี่คือ 10 ข้อที่ต้องพิจารณา:
- เช็กฐานภาษีของตัวเอง: ยิ่งฐานภาษีสูง (เช่น 15-20% ขึ้นไป) การทำประกันออมทรัพย์จะยิ่งคุ้มค่า เพราะเงินที่ประหยัดภาษีได้คือกำไรส่วนเพิ่มทันที
- แยกให้ออกระหว่าง “ระยะเวลาชำระเบี้ย” กับ “ระยะเวลาคุ้มครอง”: เช่น แบบ 15/25 หมายถึง จ่ายเบี้ย 15 ปี แต่คุ้มครองและต้องรอเงินคืนครบกำหนดที่ 25 ปี
- ดู IRR (Internal Rate of Return) เป็นหลัก: อย่าดูแค่ตัวเลขเงินคืนรวม ให้ดูค่า IRR หรือผลตอบแทนที่แท้จริงต่อปี เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่ากับเงินเฟ้อ
- สภาพคล่องทางการเงิน: ประกันออมทรัพย์เป็นสัญญาระยะยาว เงินจะถูกล็อกไว้ หากถอนก่อนกำหนดมักจะขาดทุน
- ความสามารถในการชำระเบี้ย: ควรเลือกเบี้ยที่จ่ายไหว ไม่กระทบค่าใช้จ่ายประจำวัน เพราะต้องจ่ายต่อเนื่องหลายปี
- เงินคืนระหว่างสัญญา: ชอบแบบมีเงินคืนทุกปี (เอามาหมุนเวียน) หรือชอบแบบรับเงินก้อนใหญ่ทีเดียวตอนจบสัญญา เลือกให้ตรงกับไลฟ์สไตล์
- ความคุ้มครองชีวิต: แม้จะเน้นออม แต่ก็ควรดูทุนประกันด้วยว่าเพียงพอสำหรับคนข้างหลังหรือไม่หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
- ความน่าเชื่อถือของบริษัท: เลือกบริษัทที่มีความมั่นคงทางการเงิน เพราะต้องฝากเงินไว้ระยะยาว 10-20 ปี
- สิทธิ์ลดหย่อนภาษี: ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากรมธรรม์นั้นระบุว่า “สามารถลดหย่อนภาษีได้” (บางแบบที่เป็นการออมสั้นๆ ต่ำกว่า 10 ปี จะลดหย่อนไม่ได้)
- การเวนคืนกรมธรรม์: ศึกษาตารางมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ไว้บ้าง เผื่อกรณีฉุกเฉินต้องยกเลิกสัญญา จะได้รู้ว่าปีไหนขาดทุนเท่าไหร่
ข้อดี–ข้อควรระวังของประกันออมทรัพย์
ข้อดี:
- ความเสี่ยงต่ำ: เงินต้นอยู่ครบ (เมื่ออยู่ครบสัญญา) และได้รับผลตอบแทนที่แน่นอน ไม่ผันผวนตามตลาดหุ้น
- ลดหย่อนภาษีได้: ช่วยประหยัดเงินภาษีได้ทันทีในปีที่จ่ายเบี้ย
- สร้างวินัยการออม: เป็นการบังคับออมทางอ้อม เหมาะสำหรับคนเก็บเงินไม่อยู่
- มีความคุ้มครอง: ได้ทั้งออมเงินและคุ้มครองชีวิตในเวลาเดียวกัน
ข้อควรระวัง:
- สภาพคล่องต่ำ: ไม่สามารถถอนเงินออกมาใช้ได้ทันทีเหมือนเงินฝากธนาคาร หากเวนคืนก่อนกำหนดมักจะได้เงินคืนน้อยกว่าเบี้ยที่จ่ายไป
- ผลตอบแทนไม่สูงมาก: เมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวม แต่แลกมาด้วยความเสี่ยงที่ต่ำกว่า
เปรียบเทียบ “ประกันออมทรัพย์” กับทางเลือกอื่น
การเลือกเครื่องมือสำหรับ การลดหย่อนภาษี ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่คุณรับได้:
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ประกันออมทรัพย์ | กองทุนรวม (SSF/RMF) | เงินฝากประจำ |
| ความเสี่ยง | ต่ำ | ปานกลาง – สูง (ตามนโยบายกองทุน) | ต่ำมาก |
| ผลตอบแทน | ปานกลาง (คงที่) | ผันผวน (มีโอกาสกำไร/ขาดทุน) | ต่ำ (คงที่) |
| สภาพคล่อง | ต่ำ (ระยะยาว) | ต่ำ (ต้องถือครองตามเงื่อนไข) | ปานกลาง (ถอนได้แต่ดอกเบี้ยลด) |
| สิทธิลดหย่อนภาษี | ได้ (สูงสุด 1 แสน) | ได้ (ตามเงื่อนไขกองทุน) | ไม่ได้ (ยกเว้นบางประเภท) |
วางแผนชีวิตรอบด้าน อย่าลืมดูแลทรัพย์สินด้วย
เมื่อวางแผนการเงินเพื่อลดหย่อนภาษี 2568 เรียบร้อยแล้ว อีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการปกป้องทรัพย์สินที่มีค่าอย่าง “รถยนต์” เพราะอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวอาจทำให้แผนการเงินของคุณสะดุดได้
ไม่ว่าคุณจะมองหาความคุ้มครองแบบไหน SILKSPAN มีให้เลือกครบ:
- ประกันรถยนต์ชั้น 1: คุ้มครองครบจบ ทั้งรถชนรถ รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม และอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี
- ประกันรถยนต์ 2+: ประหยัดลงมาหน่อย แต่ยังคุ้มครองรถชนรถ รถหาย และไฟไหม้
- ประกันรถยนต์ 3+: เน้นซ่อมเขาซ่อมเราเมื่อเกิดเหตุรถชนรถ เหมาะสำหรับคนงบจำกัด
ที่ SILKSPAN เราช่วยคุณเปรียบเทียบ ประกันรถยนต์ จากบริษัทชั้นนำกว่า 20 แห่ง ได้ราคาที่คุ้มค่า ผ่อน 0% ได้ พร้อมดูแลคุณทั้งเรื่องสุขภาพ การเงิน และทรัพย์สินครับ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- Facebook: SILKSPAN
- Instagram: silkspan
- Line Official: @SILKSPAN
- X (Twitter): SILKSPAN
- Youtube: SILKSPAN
- TikTok: silkspan
FAQ คำถามยอดนิยม เกี่ยวกับประกันออมทรัพย์
Q: ประกันออมทรัพย์ใช้ลดหย่อนภาษีได้ทุกแบบไหม?
A: ไม่ทุกแบบครับ ต้องเป็นแบบที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปเท่านั้น ประกันออมทรัพย์ระยะสั้น (เช่น ออม 5 ปี คุ้มครอง 5 ปี) จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้
Q: ถ้าปีไหนหยุดจ่ายเบี้ย จะเสียสิทธิ์ลดหย่อนหรือไม่?
A: เสียสิทธิ์ลดหย่อนในปีนั้นๆ ครับ และหากกรมธรรม์ขาดอายุหรือเวนคืนก่อนกำหนด อาจต้องคืนเงินภาษีที่เคยได้รับลดหย่อนไปในปีก่อนหน้าพร้อมเงินเพิ่ม (ค่าปรับ) ให้กับสรรพากรด้วย ดังนั้นควรวางแผนจ่ายให้ครบตามสัญญา
Q: ซื้อประกันออมทรัพย์แบบรายเดือนดีกว่ารายปีไหม?
A: หากมองเรื่องความคุ้มค่า แบบรายปีดีกว่าครับ เพราะเบี้ยประกันรวมทั้งปีจะถูกกว่าแบบแบ่งจ่ายรายเดือน และสะดวกในการนำยอดรวมไปยื่นลดหย่อนภาษีทีเดียว
Q: ใช้สิทธิ์ลดหย่อนย้อนหลังได้ไหม?
A: ไม่ได้ครับ สิทธิ์การลดหย่อนภาษีจะใช้ได้เฉพาะในปีภาษีที่ได้ทำการชำระเบี้ยไปเท่านั้น ไม่สามารถนำเบี้ยที่จ่ายในปีนี้ไปลดหย่อนภาษีของปีก่อนหน้า หรือยกยอดไปปีหน้าได้