เช็กลิสต์ ตรวจสุขภาพประจำปี ตามช่วงวัย และทำไมผลตรวจถึงมีผลต่อเบี้ยประกัน
ในยุคที่โรคร้ายและมลภาวะอยู่รอบตัวเรา การรอให้ป่วยแล้วค่อยไปหาหมออาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดอีกต่อไป คำว่าความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ ยังคงเป็นความจริงเสมอ และเครื่องมือที่จะช่วยยืนยันความโชคดีนี้ได้ชัดเจนที่สุดก็คือการตรวจสุขภาพประจำปี
หลายคนอาจมองว่าการตรวจสุขภาพเป็นเรื่องสิ้นเปลือง หรือกลัวว่าจะเจอโรค แต่ในความเป็นจริง การตรวจพบความผิดปกติแต่เนิ่นๆ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยรักษาชีวิตและเงินในกระเป๋าของคุณได้มหาศาล และที่คุณอาจยังไม่รู้คือ ผลตรวจสุขภาพเหล่านี้ไม่ได้มีผลแค่กับร่างกาย แต่ยังมีผลโดยตรงต่อประวัติสุขภาพ ที่บริษัทประกันใช้พิจารณาเบี้ยประกันของคุณด้วย ในบทความนี้ SILKSPAN จะพาคุณไปเจาะลึกเช็กลิสต์การตรวจสุขภาพที่เหมาะสมตามช่วงวัย และเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพดีกับความคุ้มค่าในการทำประกันที่คุณไม่ควรพลาด
Key Takeaways
- ตรวจตามวัย: วัยรุ่นเน้นพื้นฐาน วัยทำงานเน้นความเสี่ยง NCDs ผู้สูงอายุเน้นความเสื่อมสภาพ
- รู้ทันค่าเลือด: ทำความเข้าใจค่าคอเลสเตอรอล และ ค่า hdl ปกติ เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ
- ผลตรวจกำหนดเบี้ย: สุขภาพดี ไม่มีโรคประจำตัว ช่วยให้ทำ ประกันสุขภาพส่วนบุคคล ได้ง่ายและเบี้ยถูกกว่า
- สิทธิฟรีมีอยู่จริง: ผู้ประกันตน ม.33, 39 สามารถใช้สิทธิ์ ตรวจ สุขภาพ ประจำ ปี ประกัน สังคม ได้ฟรีตามเงื่อนไข
ทำไมต้องตรวจสุขภาพประจำปี แม้ร่างกายยังแข็งแรง
ร่างกายมนุษย์ก็เหมือนเครื่องจักรที่ใช้งานทุกวัน ย่อมมีการสึกหรอที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า การตรวจ สุขภาพประจำปีคือการ “เช็กระยะ” เพื่อค้นหาความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือโรคหัวใจ ซึ่งมักจะไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่หากปล่อยทิ้งไว้ อาจลุกลามจนยากต่อการรักษาและเสียค่าใช้จ่ายบานปลาย การรู้ก่อนจึงเท่ากับ “ป้องกัน” และเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้เกือบ 100%
เช็กลิสต์รายการตรวจสุขภาพที่จำเป็น แยกตามช่วงวัย
แต่ละช่วงวัยมีความเสี่ยงทางสุขภาพที่แตกต่างกัน โปรแกรมการตรวจสุขภาพจึงควรปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม ดังนี้ครับ
1. วัยเริ่มต้นทำงาน (อายุ 20 – 30 ปี)
วัยนี้ร่างกายยังแข็งแรง การเผาผลาญยังดี แต่เป็นช่วงเริ่มสะสมพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การกิน การนอน และความเครียด
- รายการตรวจหลัก: ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงหาค่า BMI, วัดความดันโลหิต, ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC), ตรวจปัสสาวะ, และเอกซเรย์ปอด
- เพิ่มเติม:
- ผู้ชาย: ตรวจไวรัสตับอักเสบบี (หากยังไม่มีภูมิ)
- ผู้หญิง: แนะนำตรวจสุขภาพประจําปีผู้หญิง โดยเฉพาะการตรวจมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear หรือ HPV DNA) หากเคยมีเพศสัมพันธ์ หรืออายุเกิน 25 ปีขึ้นไป
2. วัยทำงานและวัยกลางคน (อายุ 40 – 59 ปี)
เป็นช่วงวัยที่ร่างกายเริ่มแสดงอาการเสื่อมถอย และผลจากการใช้ชีวิตหนักเริ่มปรากฏ ความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จะสูงขึ้นชัดเจน
- รายการตรวจหลัก: เหมือนวัย 20+ แต่เพิ่มความละเอียดเรื่องระดับน้ำตาลในเลือด, การทำงานของตับ (SGOT/SGPT), การทำงานของไต (Creatinine), และระดับไขมันในเลือด
- โฟกัสพิเศษ: ต้องดูค่าคอเลสเตอรอลรวม, ไตรกลีเซอไรด์, LDL (ไขมันเลว) และ HDL (ไขมันดี) ว่าค่า hdl ปกติหรือไม่ (ควรมากกว่า 40-60 mg/dL)
- คัดกรองมะเร็ง: ผู้หญิงควรตรวจมะเร็งเต้านม (Mammogram) และผู้ชายควรตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมาก
3. วัยสูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป)
วัยแห่งการฟื้นฟูและดูแลรักษา ความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ จะชัดเจนขึ้น
- รายการตรวจหลัก: ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อดูภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ, ตรวจมวลกระดูก (Bone Density) เพื่อป้องกันกระดูกพรุน, ตรวจสุขภาพตา (ต้อกระจก ต้อหิน), และการได้ยิน
- สมอง: อาจพิจารณาตรวจคัดกรองภาวะสมองเสื่อมร่วมด้วย เพื่อการดูแลที่ทันท่วงที
ไขรหัสผลตรวจ ค่าคอเลสเตอรอล และ NCDs บอกอะไรเรา
เมื่อได้ผลตรวจมาแล้ว อย่าดูแค่ว่า “ปกติ” หรือ “ไม่ปกติ” แต่ควรทำความเข้าใจค่าสำคัญเหล่านี้:
- ความดันโลหิต: ค่าปกติควรอยู่ที่ประมาณ 120/80 mmHg หากสูงกว่านี้เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ
- ระดับน้ำตาล (FBS): ไม่ควรเกิน 100 mg/dL หากเกินเสี่ยงเบาหวาน
- ไขมันในเลือด: ไม่ใช่แค่ดูคอเลสเตอรอลรวม แต่ต้องดูสัดส่วน
- LDL: ไม่ควรเกิน 130 mg/dL
- HDL: คือไขมันดีที่ช่วยกำจัดไขมันเลว ค่า hdl ปกติ ในผู้ชายควร >40 mg/dL และผู้หญิง >50 mg/dL ยิ่งสูงยิ่งดีต่อหัวใจ
การควบคุมค่าเหล่านี้ให้อยู่ในเกณฑ์ คือหัวใจสำคัญของการหนีห่างจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย
ความจริงที่ควรรู้ ทำไมผลตรวจสุขภาพถึงมีผลต่อเบี้ยประกัน
นี่คือ Key Message สำคัญที่หลายคนมองข้าม ประวัติสุขภาพของคุณ คือปัจจัยอันดับ 1 ที่บริษัทประกันใช้คำนวณความเสี่ยงและกำหนดราคาเบี้ยประกันสุขภาพ หรือประกันสุขภาพส่วนบุคคล
- สุขภาพดี = เบี้ยมาตรฐาน (Standard Rate): หากผลตรวจสุขภาพประจำปี ของคุณปกติดี ค่า BMI สมส่วน ความดันดี ไม่มีประวัติโรคร้ายแรง บริษัทประกันจะอนุมัติกรมธรรม์ง่าย และให้เบี้ยในเรตปกติ หรือบางแผนอาจมีส่วนลดสำหรับคนสุขภาพดี (Healthy Discount)
- มีความเสี่ยง = เบี้ยเพิ่ม (Loading): หากคุณมีน้ำหนักเกิน (Overweight), ความดันเริ่มสูง หรือไขมันในเลือดสูงเล็กน้อย บริษัทอาจรับประกันแต่ขอ “เพิ่มเบี้ย” เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
- มีโรคประจำตัว = ยกเว้นความคุ้มครอง (Exclusion) หรือ ปฏิเสธ: หากป่วยเป็นโรคเรื้อรังแล้ว เช่น เบาหวาน หรือโรคหัวใจ ประกันอาจรับทำแต่ “ไม่คุ้มครองโรคนั้นๆ และโรคสืบเนื่อง” หรือในกรณีร้ายแรงอาจปฏิเสธการรับประกันไปเลย
ดังนั้น การดูแลตัวเองให้ผลตรวจออกมาสวย จึงไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่หมายถึงความคุ้มค่าทางการเงินในการซื้อความคุ้มครองด้วยครับ
ทางเลือกความคุ้มค่า ตรวจฟรีมีไหม? ราคาเท่าไหร่?
สำหรับใครที่กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ปัจจุบันมีทางเลือกมากมายครับ
- ตรวจสุขภาพประจำปีฟรี: สำหรับผู้ประกันตน มาตรา 33 และ 39 สามารถใช้สิทธิ์ตรวจสุขภาพประจําปีประกันสังคมได้ฟรี ณ โรงพยาบาลตามสิทธิ โดยครอบคลุมรายการพื้นฐาน เช่น เอกซเรย์ปอด, ตรวจปัสสาวะ, น้ำตาล, ไขมัน และมะเร็งปากมดลูก (รายการอาจต่างกันตามอายุ)
- แพ็กเกจโรงพยาบาล: หากต้องการความละเอียดมากขึ้น ตรวจสุขภาพประจําปี ราคาของโรงพยาบาลรัฐจะเริ่มต้นที่หลักร้อยถึงพันต้นๆ ส่วนโรงพยาบาลเอกชนจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 10,000+ บาท ขึ้นอยู่กับความลึกซึ้งของรายการตรวจ
เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนไปตรวจสุขภาพและซื้อประกัน

เพื่อให้ได้ผลตรวจที่แม่นยำที่สุด และสะท้อนสุขภาพจริงของคุณ ควรเตรียมตัวดังนี้:
- งดน้ำและอาหาร: อย่างน้อย 8-12 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือด (ดื่มน้ำเปล่าจิบๆ ได้) เพื่อดูค่าน้ำตาลและไขมัน
- พักผ่อนให้เพียงพอ: นอนหลับอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ความเครียดและการอดนอนส่งผลต่อความดันโลหิต
- งดแอลกอฮอล์: อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพราะมีผลต่อค่าตับและน้ำตาล
และเมื่อคุณดูแลสุขภาพจนมั่นใจแล้ว อย่าลืมมองหาเกราะป้องกันชั้นที่สองอย่าง ประกันสุขภาพติดตัวไว้ หากคุณไม่แน่ใจว่าผลตรวจสุขภาพแบบนี้ ควรเลือกแผนไหน หรือกังวลเรื่องประวัติสุขภาพ ที่ผ่านมา SILKSPAN พร้อมเป็นผู้ช่วยให้คุณเปรียบเทียบแผนประกันจากบริษัทชั้นนำกว่า 20 แห่ง เราช่วยคัดสรรแผนที่ “รับได้” และ “คุ้มค่า” ที่สุดสำหรับคุณ พร้อมบริการให้คำปรึกษาเรื่องเงื่อนไขสุขภาพ เพื่อให้คุณมั่นใจว่าเบี้ยที่จ่ายไปจะคุ้มครองคุณได้จริงเมื่อถึงเวลาเจ็บป่วย
สรุป สุขภาพที่ดี คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด
การตรวจสุขภาพประจำปี ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นเครื่องมือวางแผนชีวิตที่ชาญฉลาด การรู้เท่าทันร่างกายตัวเองตามช่วงวัย ช่วยให้คุณป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้ทันท่วงที และผลพลอยได้ที่สำคัญคือ “เครดิตสุขภาพ” ที่ดี ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าถึงประกันสุขภาพส่วนบุคคล ในราคาที่สมเหตุสมผลและเงื่อนไขที่ดีที่สุด
อย่ารอให้ร่างกายประท้วงแล้วค่อยดูแล เริ่มต้นปีนี้ด้วยการพาตัวเองไปตรวจเช็ก และมอบของขวัญเป็นความคุ้มครองสุขภาพผ่าน SILKSPAN เพื่อชีวิตที่มั่นคงทั้งทางกายและทางใจครับ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- Facebook : SILKSPAN
- Instagram : silkspan
- Line Official : @SILKSPAN
- X (twitter) : SILKSPAN
- Youtube : SILKSPAN
- TikTok : silkspan
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ตรวจสุขภาพประจำปี จำเป็นต้องตรวจทุกปีไหม?
A: แนะนำให้ตรวจทุกปีครับ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป เพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย แต่สำหรับวัยรุ่นที่แข็งแรงมาก อาจตรวจทุก 1-2 ปีได้ หรือตามคำแนะนำของแพทย์
Q: ถ้าเคยตรวจเจอโรคแล้ว จะทำประกันสุขภาพได้ไหม?
A: ทำได้ครับ แต่อาจมีเงื่อนไข เช่น บริษัทประกันอาจรับประกันแต่ยกเว้นความคุ้มครองโรคนั้นๆ (Exclusion) หรืออาจมีการเพิ่มเบี้ย (Loading) ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและการพิจารณาของบริษัท แนะนำให้ปรึกษา SILKSPAN เพื่อหาบริษัทที่เงื่อนไขยืดหยุ่นที่สุด
Q: ใช้สิทธิ์ตรวจสุขภาพฟรีประกันสังคม ต้องทำอย่างไร?
A: สามารถนำบัตรประชาชนไปยื่นที่โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมที่เลือกไว้ แจ้งว่าขอใช้สิทธิ์ตรวจสุขภาพประจำปีฟรีได้เลยครับ แนะนำให้โทรสอบถามโรงพยาบาลก่อนเพื่อนัดหมายและเตรียมตัว