เจาะลึกค่าซ่อมกระดูกเมื่อล้ม เลือกประกันชีวิต ผู้สูงอายุ ที่เข้าใจกระดูกที่สุด
สำหรับคนหนุ่มสาว การลื่นล้มอาจเป็นเพียงเรื่องน่าอายหรือเจ็บตัวเล็กน้อย แต่สำหรับสูงวัย หรือผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป การล้มเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึง “จุดเปลี่ยนของชีวิต” ที่ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป สถิติทางการแพทย์ระบุชัดเจนว่าอุบัติเหตุ จากการพลัดตกหกคะเมนคือสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้ผู้สูงอายุต้องเข้าโรงพยาบาล และสิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดทางกาย แต่คือ “ภาระค่าใช้จ่าย” มหาศาลที่ลูกหลานอาจคาดไม่ถึง การวางแผนเตรียมความพร้อมด้วยประกันชีวิต ผู้สูงอายุ จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย
โดยเฉพาะเรื่อง “กระดูก” ที่เปราะบางลงตามกาลเวลา เมื่อเกิดการแตกหัก ค่ารักษาพยาบาลมักจะกระโดดขึ้นไปแตะหลักแสนบาทได้อย่างง่ายดาย วันนี้ SILKSPAN จะพาคุณไปเจาะลึก “ค่าซ่อมกระดูก” ว่าแพงแค่ไหน และทำไมการมองหา ประกันชีวิต ผู้สูงอายุ หรือ ประกัน ผู้สูงอายุ ที่เน้นความคุ้มครองเรื่องนี้โดยเฉพาะ ถึงเป็นเกราะป้องกันทางการเงินที่สำคัญที่สุดในยุคสังคมผู้สูงอายุครับ
Key Takeaways
- วิกฤตวัยเกษียณ: การหกล้มในผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงที่จะนำไปสู่ภาวะกระดูกสะโพกหัก ซึ่งเป็นจุดที่อันตรายและมีค่ารักษาแพงที่สุด
- ค่าใช้จ่ายแฝง: ค่ารักษาไม่ได้จบแค่การผ่าตัด แต่รวมถึงค่าเหล็กดามกระดูก ค่ากายภาพบำบัด และค่าอุปกรณ์ช่วยเดินที่ต้องจ่ายต่อเนื่อง
- Bone Care: ประกันที่ออกแบบมาเพื่อสูงวัยโดยเฉพาะ เน้นคุ้มครอง “กระดูกแตกหัก” จากอุบัติเหตุ โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ
- ความคุ้มค่า: การมีประกันชีวิต ผู้สูงอายุช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายหลักแสน ให้กลายเป็นเบี้ยประกันหลักพันที่วางแผนได้
ทำไม “การล้ม” ถึงเป็นฝันร้ายของวัย 60+

เมื่อก้าวเข้าสู่วัยเลข 6 ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะความหนาแน่นของมวลกระดูกที่ลดลง ทำให้เกิดภาวะ “กระดูกพรุน” (Osteoporosis) โดยที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัว เมื่อรวมกับสายตาที่ฝ้าฟางและการทรงตัวที่ไม่ดีเหมือนเก่า พื้นห้องน้ำที่เปียกหรือธรณีประตูเพียงนิดเดียว ก็กลายเป็นกับดักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
ความน่ากลัวคือ เมื่อผู้สูงอายุล้ม แรงกระแทกเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะทำให้กระดูกหักได้ โดยเฉพาะ “กระดูกสะโพก” ซึ่งเป็นแกนหลักในการรับน้ำหนัก หากแตกหักแล้ว ผู้ป่วยมักจะไม่สามารถลุกเดินได้ทันที ต้องนอนติดเตียง ซึ่งนำไปสู่โรคแทรกซ้อนมากมาย เช่น แผลกดทับ ปอดบวม หรือติดเชื้อในกระแสเลือด ดังนั้น การล้ม 1 ครั้ง จึงเท่ากับ วิกฤตสุขภาพครั้งใหญ่ของทั้งครอบครัว หลายบ้านจึงเลือกทำ ประกันชีวิต ผู้สูงอายุ เตรียมไว้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหันได้
ผ่ารายจ่าย “ค่าซ่อมกระดูก” แพงแค่ไหน?
หลายคนอาจคิดว่าใช้สวัสดิการพื้นฐานก็คงเพียงพอ แต่ในความเป็นจริง การรักษากระดูกหักในผู้สูงอายุมีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่คิด เรามาลองกางบัญชีดูค่าใช้จ่ายโดยประมาณ (อ้างอิงจากโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ) กันครับ
- ค่าผ่าตัดและค่าแพทย์: การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกหรือดามกระดูก ต้องใช้แพทย์เฉพาะทางและวิสัญญีแพทย์ที่มีความชำนาญสูง ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มักเริ่มต้นที่ 100,000 – 200,000 บาท
- ค่าอุปกรณ์และอวัยวะเทียม: นี่คือส่วนที่แพงที่สุด เพราะต้องใช้วัสดุคุณภาพสูง เช่น ข้อเทียมไทเทเนียม หรือเหล็กดามกระดูกเกรดการแพทย์ ซึ่งราคาอาจพุ่งสูงถึง 50,000 – 150,000 บาท ตามเกรดวัสดุ
- ค่าห้องพักฟื้นและ ICU: หลังผ่าตัด ผู้สูงอายุมักต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดในห้อง ICU หรือห้องพักฟื้นเป็นเวลาหลายวัน ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจอยู่ที่คืนละ 5,000 – 20,000 บาท
- ค่ากายภาพบำบัด: การผ่าตัดเสร็จไม่ได้แปลว่าจะเดินได้ทันที ต้องมีการฝึกเดินและทำกายภาพต่อเนื่องหลายเดือน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายระยะยาว
เมื่อรวมตัวเลขทั้งหมดเข้าด้วยกัน “การลื่นล้ม 1 ครั้ง” อาจทำให้เงินเก็บก้อนสุดท้ายของพ่อแม่ หรือเงินเก็บของลูกหลาน หายวับไปกับตาได้ทันที
ประกันทั่วไปอาจไม่ตอบโจทย์ ทำไมต้องเน้น “กระดูก”?
ถึงตรงนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า “ก็มีประกันอุบัติเหตุทั่วไปอยู่แล้ว พอไหม?” คำตอบคือ “อาจจะไม่พอ” ครับ เพราะ:
- ประกันอุบัติเหตุทั่วไป: มักเน้นจ่ายค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอก (OPD) หรือมีวงเงินจำกัดสำหรับการผ่าตัดใหญ่
- ประกันสุขภาพ: บางกรมธรรม์อาจมีข้อยกเว้นเรื่องโรคกระดูกพรุน หรือหากมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เบี้ยประกันอาจจะสูงมากหรือถูกปฏิเสธการรับประกัน
- อายุรับประกัน: ประกันหลายตัวไม่รับผู้ที่มีอายุเกิน 60 หรือ 65 ปี
ดังนั้น สิ่งที่ตอบโจทย์ที่สุดคือ ประกันชีวิต ผู้สูงอายุ หรือแผนประกันที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงเรื่อง “กระดูก” โดยเฉพาะ ซึ่งเข้าใจธรรมชาติของร่างกายคนแก่และการบาดเจ็บที่พบบ่อยที่สุด
ไทยประกันชีวิต สูงวัย (Bone Care) ทางออกที่ “ตรงจุด” สำหรับคนรักพ่อแม่

เพื่อให้คุณคลายกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายมหาศาลจากการซ่อมกระดูก SILKSPAN ขอแนะนำแผนประกันที่ออกแบบมาเพื่อปิดช่องโหว่นี้โดยเฉพาะ กับ “ไทยประกันชีวิต สูงวัย (ฺBone Care)“ ประกันที่ไม่ได้ดูแลแค่ชีวิต แต่ดูแลคุณภาพชีวิตของกระดูกด้วย
จุดเด่นที่เหนือกว่าประกันทั่วไป:
- คุ้มครองการบาดเจ็บทางกระดูกและข้อโดยเฉพาะ: แผนนี้เน้นความคุ้มครองกรณี กระดูกหัก กระดูกแตก หรือข้อเคลื่อนหลุดจากอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นความเสี่ยงสูงสุดของวัยนี้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน คุณจะมีวงเงินค่ารักษาพยาบาลก้อนโตเตรียมไว้ทันที ไม่ต้องควักเนื้อจ่ายเอง
- ดูและครบวงจร ตั้งแต่ผ่าตัดยันพักฟื้น: ความพิเศษคือความคุ้มครองที่ครอบคลุม เพราะเข้าใจว่าการรักษาไม่ได้จบแค่ในห้องผ่าตัด ประกันแผนนี้จึงช่วยแบ่งเบาภาระในส่วนของ:
- ค่ารักษาพยาบาล: ทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก
- ค่ากายภาพบำบัด: เพื่อให้ผู้สูงอายุกลับมาเดินได้เร็วที่สุด
- ค่าอุปกรณ์ช่วยเดิน: เช่น ไม้เท้า วอล์คเกอร์ หรือรถเข็น
- สมัครง่าย ไม่ต้องตรวจสุขภาพ: นี่คือ Pain Point ใหญ่ของคนซื้อประกัน ผู้สูงอายุ แต่สำหรับแผน Bone Care นี้ ผู้สูงอายุสามารถสมัครได้เลยโดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ และไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพที่ซับซ้อน (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการรับประกัน) ทำให้เข้าถึงความคุ้มครองได้ง่ายขึ้น
- เบี้ยประกันคงที่: วางแผนการเงินระยะยาวได้ง่าย เพราะเบี้ยประกันจะไม่ปรับเพิ่มตามอายุ จ่ายเท่าเดิมตั้งแต่วันแรก อุ่นใจยาวๆ ตลอดสัญญา
การฟื้นฟูหลังการล้ม เรื่องสำคัญที่ห้ามมองข้าม
นอกจากการมีวงเงินค่าผ่าตัดแล้ว อีกหนึ่ง Key Message ที่สำคัญคือ “การกลับมาใช้ชีวิต” การล้มในผู้สูงวัย มักทำให้เกิดความกลัว (Fear of falling) จนไม่กล้าเดิน ส่งผลให้กล้ามเนื้อฝ่อลีบ
การมีประกันชีวิต ผู้สูงอายุ อย่าง ไทยประกันชีวิต สูงวัย (Bone Care) ที่ครอบคลุมค่ากายภาพบำบัด จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ลูกหลานกล้าที่จะส่งพ่อแม่ไปทำกายภาพกับผู้เชี่ยวชาญได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายรายครั้ง ช่วยให้ท่านกลับมามีความมั่นใจในการเดินและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง
เลือกประกันให้ผู้สูงอายุ อย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด

หากคุณกำลังมองหา ประกันชีวิต ผู้สูงอายุ หรือประกันสุขภาพให้พ่อแม่ ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ประกอบครับ:
- ความคุ้มครองที่ตรงความเสี่ยง: ในวัย 60+ ความเสี่ยงเรื่องกระดูกและอุบัติเหตุมาเป็นอันดับ 1 ควรมองหาแผนที่เน้นเรื่องนี้
- เงื่อนไขการรับประกัน: เลือกแผนที่ไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพื่อลดความยุ่งยากและการถูกปฏิเสธ
- งบประมาณ: เลือกเบี้ยประกันที่เราจ่ายไหวในระยะยาว เพื่อให้ความคุ้มครองต่อเนื่อง
สรุป: อย่ารอให้ล้ม แล้วค่อยหาทางแก้
การล้มในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะมันแลกมาด้วยความเจ็บปวดและค่าใช้จ่ายระดับวิกฤต การเตรียมความพร้อมด้วย ประกันชีวิต ผู้สูงอายุ อย่าง ไทยประกันชีวิต สูงวัย (Bone Care) จึงไม่ใช่แค่การซื้อประกัน แต่คือการซื้อ “ความปลอดภัย” และ “โอกาส” ในการกลับมาเดินได้อีกครั้งให้กับคนที่คุณรัก
อย่าปล่อยให้ค่าซ่อมกระดูกกลายเป็นภาระที่กัดกินเงินออมของครอบครัว หากคุณสนใจและอยากเปรียบเทียบเบี้ยประกันหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติม SILKSPAN พร้อมให้บริการเปรียบเทียบประกันจากบริษัทชั้นนำกว่า 20 แห่ง เพื่อให้คุณได้แผนที่คุ้มค่าและเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้สูงวัยในบ้านคุณครับ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- Facebook : SILKSPAN
- Instagram : silkspan
- Line Official : @SILKSPAN
- X (twitter) : SILKSPAN
- Youtube : SILKSPAN
- TikTok : silkspan
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ประกัน Bone Care คุ้มครองกรณีหกล้มเองในบ้านไหม?
A: คุ้มครองครับ หากการหกล้มนั้นถือเป็นอุบัติเหตุที่ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บทางกระดูกและข้อ (เช่น กระดูกหัก ข้อเคลื่อน) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะให้ความคุ้มครองตามวงเงินที่ระบุไว้
Q: ถ้ามีโรคกระดูกพรุนอยู่แล้ว สมัครได้ไหม?
A: จุดเด่นของแผนไทยประกันชีวิต สูงวัย (Bone Care) คือ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ ครับ ดังนั้นผู้ที่มีความกังวลเรื่องสุขภาพหรือโรคประจำตัวก็สามารถสมัครได้ แต่ทั้งนี้ความคุ้มครองจะเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ แนะนำให้ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ SILKSPAN เพื่อดูรายละเอียดที่ชัดเจนครับ
Q: ประกันแผนนี้เบิกค่ารถเข็นหรือไม้เท้าได้ไหม?
A: ได้ครับ แผนไทยประกันชีวิต สูงวัย (Bone Care) มีความคุ้มครองที่ครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู ซึ่งรวมถึงค่ากายภาพบำบัดและอุปกรณ์ช่วยเหลือการเดินต่างๆ ตามแพทย์สั่ง เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น