จอดรถทิ้งไว้หลายวัน รถขึ้นราต้องทำยังไง ภัยร้ายหน้าฝน
เข้าสู่ช่วงหน้าฝนทีไร คนรักรถเป็นต้องกุมขมับทุกที โดยเฉพาะใครที่ต้องจอดรถตากฝนหรือจอดทิ้งไว้นานๆ ไม่ค่อยได้ขับ อาจต้องเจอกับแขกไม่ได้รับเชิญอย่างเชื้อราที่แฝงตัวมากับความชื้น ยิ่งถ้าเปิดประตูรถมาแล้วได้กลิ่นอับเตะจมูก หรือสังเกตเห็นจุดขาวๆ ดำๆ ตามคอนโซลหรือเบาะนั่ง นั่นคือสัญญาณเตือนว่ารถขึ้นราเข้าให้แล้ว! ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องความสกปรก แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพระบบทางเดินหายใจอย่างร้ายแรง บทความนี้ SILKSPAN จะพาไปดูวิธีรับมือและกำจัดเชื้อราในรถให้สิ้นซากกันครับ
Key Takeaways
- เชื้อราในรถ : เกิดจากความชื้นสะสม โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน หรือการทิ้งเศษอาหารและขยะเปียกไว้ในรถ
- อันตรายของเชื้อรา : ส่งผลเสียโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ และผิวหนัง
- วิธีกำจัด : สามารถทำได้เองเบื้องต้นด้วยแสงแดด น้ำส้มสายชู หรือแอลกอฮอล์ แต่ต้องระวังวัสดุภายในรถเสียหาย
- การป้องกัน : ทำได้ง่ายๆ ด้วยการไม่เก็บของสดไว้ในรถและหมั่นนำรถไปตากแดดเพื่อไล่ความชื้น
สาเหตุการเกิดเชื้อราในรถ

ก่อนจะไปดูวิธีกำจัดเรามาดูกันก่อนว่าเจ้าเชื้อราเหล่านี้มาจากไหน? สาเหตุหลักอันดับหนึ่งคือความชื้น ยิ่งในช่วงหน้าฝนที่อากาศชื้นสูงหากเราจอดรถทิ้งไว้นานๆโดยไม่ได้สตาร์ทเครื่องหรือเปิดระบายอากาศ ความชื้นจะสะสมอยู่ภายในห้องโดยสาร
นอกจากนี้พฤติกรรมบางอย่างก็เร่งให้ราขึ้นในรถ ได้เร็วขึ้น เช่น
- การทำน้ำหกใส่เบาะ หรือขึ้นรถทั้งที่ตัวเปียก
- การลืมทิ้งเศษอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มไว้ในรถ
- พรมปูพื้นมีความชื้นแฉะจากการเหยียบน้ำฝนเข้ามา
- ระบบกรองอากาศแอร์สกปรกและมีความชื้นสะสม
สัญญาณเตือนและจุดเสี่ยงที่ราขึ้นเบาะรถได้ง่าย
เชื้อรามักจะชอบขึ้นตามวัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี โดยจุดที่พบได้บ่อยที่สุดคือ เบาะผ้า, พรมปูพื้น, พวงมาลัยหนัง และคอนโซลหน้ารถ หากคุณสังเกตเห็นคราบขาวๆ เป็นวง หรือจุดสีดำเล็กๆ กระจายตัวอยู่ พร้อมกับมีกลิ่นอับชื้นที่รุนแรงผิดปกติ ให้สันนิษฐานได้เลยว่าเบาะรถขึ้นรา หรือเชื้อราได้ลามไปจุดอื่นๆ แล้วต้องรีบจัดการทันที
5 วิธี การกำจัดเชื้อราในรถด้วยตัวเอง
หากพบว่ารถสุดที่รักโดนเชื้อราโจมตี อย่าเพิ่งตกใจไปครับ เรามีวิธีกำจัดเชื้อราในรถ แบบเบื้องต้นที่คุณสามารถทำเองได้ ดังนี้
1. ใช้พลังแสงแดดไล่ความชื้น
วิธีที่ง่ายและประหยัดที่สุด คือการนำรถไปจอดตากแดดจัดๆ โดยเปิดประตูและหน้าต่างทุกบานทิ้งไว้ อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ความร้อนจากแสงแดดจะช่วยฆ่าเชื้อโรคและไล่ความชื้นสะสมออกจากห้องโดยสาร ทำให้เชื้อราในรถฝ่อตัวลง
2. ใช้น้ำส้มสายชู
น้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ที่ช่วยยับยั้งเชื้อราได้ดี
วิธีใช้ : ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำเปล่าในอัตราส่วนเท่าๆ กัน ใส่ขวดสเปรย์แล้วฉีดพรมบริเวณที่เกิดเชื้อรา (ระวังอย่าให้ชุ่มเกินไป) แล้วเช็ดออกด้วยผ้าสะอาด
3. แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ (สำหรับจุดที่ไม่บอบบาง)
สำหรับบริเวณที่เป็นพลาสติกแข็ง หรือจุดที่ไม่ใช่วัสดุหนังแท้ สามารถใช้แอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70% เช็ดทำความสะอาดได้แต่ต้องระวัง! หากราขึ้นเบาะรถที่เป็นหนังแท้หรือเบาะกำมะหยี่การใช้แอลกอฮอล์อาจทำให้สีด่างหรือวัสดุเสียหายได้ ควรทดสอบจุดเล็กๆ ก่อน
4. เบกกิ้งโซดาดูดกลิ่นและเชื้อรา
หากเบาะมีความชื้นและราเริ่มขึ้น ให้โรยผงเบกกิ้งโซดาทิ้งไว้บนเบาะหรือพรมข้ามคืน เบกกิ้งโซดาจะช่วยดูดซับความชื้นและกลิ่นอับ จากนั้นให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกในวันรุ่งขึ้น
5. เปลี่ยนกรองแอร์รถยนต์
บางครั้งเราทำความสะอาดภายในดีแล้วแต่กลิ่นอับและเชื้อรายังวนเวียนอยู่ อาจเป็นเพราะเชื้อรา เข้าไปสะสมอยู่ในตู้แอร์หรือกรองแอร์ การเปลี่ยนไส้กรองแอร์ใหม่จะช่วยให้อากาศในรถสะอาดขึ้นทันที
มีวิธีอะไรบ้าง ? ป้องกันไม่ให้รถขึ้นราในช่วงหน้าฝน
กันไว้ดีกว่าแก้เสมอ!เพื่อไม่ให้ต้องมานั่งปวดหัวกับการกำจัดเชื้อราในรถ ภายหลัง ควรปฏิบัติตามนี้
- อย่าทิ้งของกินไว้ในรถ : เศษขนมและเครื่องดื่มคืออาหารชั้นดีของเชื้อราและแบคทีเรีย
- กำจัดขยะทุกวัน : อย่าสะสมขยะเปียก หรือแก้วน้ำทิ้งไว้ในรถข้ามคืน
- ใช้สารดูดความชื้น : หาซื้อถุงดูดความชื้น หรือถ่านหุงต้ม มาวางไว้ในรถเพื่อช่วยดูดซับความชื้น
- เปิดระบายอากาศบ้าง : หากจอดรถทิ้งไว้นาน ควรหาเวลามาสตาร์ทรถ เปิดกระจก หรือขับออกไปข้างนอกบ้างเพื่อให้อากาศถ่ายเท
สรุปเชื้อราในรถเรื่องเล็กที่ไม่ควรมองข้าม
ปัญหารถขึ้นราอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากปล่อยทิ้งไว้อาจกลายเป็นภัยเงียบทำร้ายสุขภาพของคุณและคนในครอบครัวได้ ดังนั้นหมั่นดูแลความสะอาดและตรวจเช็กความชื้นภายในรถอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนนี้ครับ
ดูแลรถให้ห่างไกลเชื้อราแล้ว อย่าลืมดูแลความคุ้มครองในการขับขี่ด้วย หากคุณกำลังมองหาประกันรถยนต์ที่ไว้ใจได้ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง SILKSPAN มีบริการเปรียบเทียบเบี้ยประกันจากบริษัทชั้นนำกว่า 20 แห่ง ให้คุณได้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าที่สุด ผ่อน 0% ได้ เช็กเลย!
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- Facebook : SILKSPAN
- Instagram : silkspan
- Line Official : @SILKSPAN
- X (twitter) : SILKSPAN
- Youtube : SILKSPAN
- TikTok : silkspan
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ประกันรถยนต์คุ้มครองกรณีรถขึ้นราไหม?
A: โดยปกติประกันรถยนต์จะไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการเสื่อมสภาพ การดูแลรักษาไม่ดี หรือภัยจากเชื้อรา ยกเว้นกรณีที่เกิดจากภัยธรรมชาติรุนแรง เช่น น้ำท่วมรถ จนทำให้เกิดความเสียหายภายใน (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์ เช่น ประกันชั้น 1 หรือ 2+)
Q: จ้างร้าน Car Detailing กำจัดรา ราคาเท่าไหร่?
A: หากราขึ้นหนักมาก การจ้างร้านทำความสะอาดอบโอโซนเป็นทางเลือกที่ดี ราคาเริ่มต้นมักอยู่ที่หลักพันบาท ขึ้นอยู่กับขนาดรถและความรุนแรงของเชื้อรา