ประกันรถยนต์ชั้น2+ เริ่มต้มเพียงแค่ 609 บาท

10 คำถามพบบ่อย เกี่ยวกับประกันรถยนต์


คำถามพบบ่อย เกี่ยวกับประกันรถยนต์

สำหรับเจ้าของรถแล้ว การซื้อรถคันแรกไม่ใช่เรื่องง่าย ไหนจะต้องทำเรื่องยื่นกับไฟแนนช์ ไหนจะต้องซื้อประกันรถยนต์ที่มีให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะประกันภาคสมัครใจที่มีทั้ง ประกันภัยชั้น 1, 2, 3 และมีเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ระดับ คือ 2+ และ 3+

แล้วประกันรถยนต์แต่ละประเภทให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง ? ประกันรถยนต์มีกี่ประเภท? ประกันรถยนต์ชั้นไหนคุ้มที่สุด? เพื่อไขทุกข้อสงสัย วันนี้เราได้รวบรวม 10 คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับประกันรถยนต์มาไว้ให้แล้ว ติดตามกันได้เลย

 

1. ประกันรถยนต์มีกี่ประเภท?

ปัจจุบันนี้เราสามารถแบ่งประกันรถยนต์ออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ ประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และ ประกันภาคสมัครใจ ซึ่งทั้งสองประเภทนี้จะมีรายละเอียดความคุ้มครองประกันรถยนต์ที่ต่างกัน ตามรายละเอียดดังนี้

ประกันภาคบังคับ (พรบ.)

ประกันภาคบังคับ หรือที่เราเรียกว่า พ.ร.บ. (Compulsory Third Party Insurance) เป็นประกันรถยนต์ที่เจ้าของรถทุกคนต้องทำทุกปี เพราะเป็นหนึ่งในข้อกำหนดตามกฎหมาย หากไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ตามเจตจำนงเพื่อให้เกิดความคุ้มครองแก่ชีวิต และร่างกายของประชาชนที่ประสบภัยเป็นสำคัญ

ประกันภาคสมัครใจ

ประกันภาคสมัครใจ (Voluntary Motor Insurance) เป็นประกันรถยนต์ที่เจ้าของรถจะเลือกถือกรมธรรม์หรือไม่ก็ได้ หากเลือกก็จะได้รับความคุ้มครองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะมีความคุ้มครองประกันรถยนต์มากกว่าประกันรถยนต์ภาคบังคับหรือ พ.ร.บ. ปัจจุบันมีบริษัทประกันภัยภาคสมัครใจให้เลือกหลายแห่ง แต่ละแห่งก็จะมีลักษณะความคุ้มครองที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประกันภัยรถยนต์แต่ละชั้น โดยแบ่งออกเป็น ประกันภัยชั้น 1, 2, 2+, 3 และ 3+

 

2. ประกันภาคบังคับคุ้มครองอะไรบ้าง?

ประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.) จะคุ้มครองเฉพาะบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเท่านั้น ไม่คุ้มครองทรัพย์สินแต่อย่างใด โดยจะคุ้มครองชีวิตหรือได้รับการเยียวยาภายใต้เงื่อนที่แตกต่างกันไปตามความเสียหายที่ได้รับ

 

3.ประกันภาคสมัครใจคุ้มครองอะไรบ้าง?

ประกันภาคสมัครใจจะมีความคุ้มครองที่ต่างกันไปตามแต่ละชั้น ซึ่งถ้าเลือกประกันรถยนต์ชั้นสูงก็ต้องจ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ที่แพงขึ้น แต่ก็จะได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ประกันภัยรถยนต์แต่ละชั้น จะมีความคุ้มครองต่างกันดังนี้

ประกันรถยนต์ชั้น 1

ประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นประกันรถยนต์ที่ดีที่สุด มีความคุ้มครองครอบคลุมทุกด้าน โดยมีรายละเอียดความคุ้มครองประกันรถยนต์ดังนี้

  • ความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายในรถ รวมถึงทรัพย์สินและบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหาย
  • ความเสียหายในการซ่อมแซมรถคันที่ทำประกัน
  • ความเสียหายจากรถชน รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณี ตามทุนประกันที่ผู้เอาประกันได้เลือกซื้อ

ประกันรถยนต์ชั้น 2

ประกันรถยนต์ชั้น 2 เป็นประกันรถยนต์ที่มีความคุ้มครองคล้ายกับชั้น 1 แต่ไม่มีความคุ้มครองทรัพย์สินของผู้ทำประกันภัย ส่วนความคุ้มครองประกันรถยนต์กรณีรถสูญหายหรือไฟไหม้ยังคงมีอยู่ ประกันจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งด้านร่างกายและทรัพย์สินให้กับคู่กรณีเท่านั้น ส่วนเจ้าของรถต้องซ่อมรถเอง ประกันรถยนต์ชั้น 2 ปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมน้อยลง เพราะคนส่วนใหญ่หันไปเลือกประกันรถยนต์ชั้น 2+ แทน

ประกันรถยนต์ชั้น 2+

ประกันรถยนต์ชั้น 2 เป็นประกันรถยนต์ภาคสมัครใจที่มีความคุ้มครองมากกว่าประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 แต่จะไม่ครอบคลุมเท่ากับการประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ซึ่งมีรายละเอียดความคุ้มครองประกันรถยนต์ดังนี้

  • คุ้มครองครอบคลุมทั้งรถยนต์ของผู้เอาประกันและคู่กรณี รวมถึงทรัพย์สินและบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหาย
  • ความเสียหายในการซ่อมรถที่ทำประกัน เฉพาะในกรณีเป็นรถด้วยกันและต้องมีคู่กรณี
  • ความเสียหายกรณีรถหายหรือเกิดเพลิงไหม้รถ
  • คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่

ประกันรถยนต์ชั้น 3

ประกันรถยนต์ชั้น 3 เป็นประกันรถยนต์ที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้ เพราะมีค่าเบี้ยประกันภัยที่ไม่สูงมาก โดยความคุ้มครองประกันรถยนต์ชั้น 3 มีรายละเอียดดังนี้

  • คุ้มครองความเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สินของคู่กรณีเท่านั้น
  • ชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามจริงแทนเจ้าของรถ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้บาดเจ็บทั้งผู้ป่วยในและนอกตามการรักษาจริงที่เกิดขึ้น
  • ชดเชยค่าชดเชยรายได้ของคู่กรณี รวมไปถึงค่าต่อสู้คดีในการฟ้องร้อง แต่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะไม่เกินวงเงินที่ได้ตกลงทำสัญญากับบริษัทประกันภัยรถยนต์นั้น ๆ

ประกันรถยนต์ชั้น 3+

ประกันรถยนต์ชั้น 3+ มีความคุ้มครองที่ครอบคลุมกว่าประกันชั้น 3 แต่ไม่ได้จ่ายเบี้ยประกันเท่ากับประกันชั้น 2 ซึ่งความคุ้มครองประกันรถยนต์ 3+ มีรายละเอียดดังนี้

  • คุ้มครองในกรณีรถชนรถแบบมีคู่กรณีเท่านั้น ซึ่งไม่ครอบคลุมความเสียหายจากการชนเสา สัตว์ ต้นไม้ หรือความเสียหายเช่นรอยขีดข่วนที่ไม่มีคู่กรณี
  • ให้ความคุ้มครองทั้งชีวิตและทรัพย์สินของรถยนต์ของคุณและรถคู่กรณี เหมาะสำหรับรถที่มีอายุเกิน 5 ปี ไม่ค่อยได้ใช้งาน หรือคนที่ขับขี่อย่างระมัดระวัง ซึ่งโอกาสเกิดอุบัติเหตุน้อย
  • ค่ารักษาพยาบาลกรณีมีผู้ได้รับบาดเจ็บตามจริง
  • ค่าชดเชยรายได้สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บ

 

4. ประกันรถยนต์ชั้นไหนคุ้มที่สุด?

การเลือกซื้อประกันรถยนต์ ถ้าถามถึงความคุ้มค่านั้น ควรเลือกให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้รถของเรา และอย่าลืมดูความพร้อมในการจ่ายเบี้ยประกันด้วย

 

ล็อคราคา ต่อประกันชั้น 1 ล่วหน้าก่อนหมดอายุ

 

เงื่อนไขการเคลมประกันรถยนต์ มีอะไรบ้าง

 

5. เงื่อนไขการเคลมประกันรถยนต์ มีอะไรบ้าง?

เงื่อนไขการเคลมประกันรถยนต์จะมีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ ได้แก่

  1. การเคลมประกันรถยนต์แบบสด เป็นการเคลมรถในที่เกิดเหตุ จะมีพนักงานของบริษัทประกันไปตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุทันที ซึ่งมีทั้งเคลมสดแบบมีคู่กรณี คือ กรณีที่รถชนรถด้วยกันเอง และ เคลมสดแบบไม่มีคู่กรณี คือ รถของเราชนเข้ากับสิ่งของหรือวัตถุจนเกิดความเสียหาย ซึ่งความคุ้มครองประกันรถยนต์ จะเป็นไปตามเงื่อนไขในกรมธรรม์นั้น ๆ
  2. การเคลมประกันรถยนต์แบบแห้ง เป็นการเคลมหลังเกิดเหตุไม่เกิน 2-3 วัน อาจเกิดจากอุบัติเหตุเฉี่ยวชนหรืออุบัติที่ไม่หนักมาก โดยผู้ถือประกันจะต้องระบุรายละเอียดต่าง ๆ ได้ว่า เกิดอุบัติเหตุได้อย่างไร วันที่เท่าไหร่ สถานที่ไหน ชนกับอะไร แล้วจึงแจ้งเคลมกับบริษัทประกันของตนเอง ซึ่งการเคลมประกันรถยนต์แบบแห้ง สามารถเคลมได้เพียงประกันรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้น และครอบคลุมไปถึงการเคลมรอบคัน ตามเงื่อนไขความคุ้มครองกรมธรรม์

เงื่อนไขการเคลมประกันรถยนต์ อาจมีความแตกต่างไปตามบริษัทประกัน ผู้ถือประกันภัยควรติดต่อบริษัทประกันเพื่อสอบถามเงื่อนไขการเคลมที่ถูกต้อง

 

6. เคลมประกันรถยนต์ ใช้เวลานานไหม?

การเคลมประกันรถยนต์แต่ละบริษัทจะมีขั้นตอนการตรวจสอบความเสียหายและตรวจสอบเอกสารที่ต่างนั้น ดังนั้นเวลาที่ใช้จะมีความแตกต่างขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ซึ่งโดยปกติแล้วบริษัทประกันจะใช้เวลาประมาณ 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับเอกสารการเคลมประกันรถถูกต้องและครบถ้วน

 

7. ควรต่อประกันรถยนต์ ก่อนหรือหลังหมดอายุ?

ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล โดยพิจารณาจากความเสี่ยง ความคุ้มครอง หรือโปรโมชันและส่วนลด หากต้องการต่ออายุประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้า แนะนำให้เข้ารับคำแนะนำจากบริษัทประกัน

 

8. ประกันรถยนต์คุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลไหม?

ประกันรถยนต์คุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลจะคุ้มครองเฉพาะประกันรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้น โดยจะคุ้มครองความเสียหายทั้งทรัพย์สินและบุคคลที่เกิดจากอุบัติเหตุที่ผู้ค้ำประกันรับผิดชอบ ซึ่งความคุ้มครองประกันรถยนต์ จะเป็นไปตามเงื่อนไขในกรมธรรม์นั้น ๆ

 

9. ประกันรถยนต์คุ้มครองความผิดทางอาญาไหม?

ประกันรถยนต์คุ้มครองความผิดทางอาญา แต่จะคุ้มครองแค่ประกันรถยนต์ชั้น 1 และประกันรถยนต์ชั้น 3 ซึ่งการจ่ายจะเป็นไปตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ และประเภทของประกันรถยนต์ ยกเว้นในกรณีที่ผู้ทำประกันเอารถไปใช้การก่ออาชญากรรมหรือทำอะไรที่ผิดกฎหมาย เช่น ปล้น ชิงทรัพย์ ฆาตรกรรม ทางบริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธการรับประกันได้

 

10.ประกันรถยนต์คุ้มครองความรับผิดทางแพ่งไหม?

ประกันรถยนต์คุ้มครองความผิดทางแพ่ง โดยจะรับผิดชอบจ่ายค่าสินไหมและค่ารักษาพยาบาลให้กับบุคคลอื่นที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจากการขับขี่รถยนต์ของผู้ถือกรมธรรม์ ซึ่งการจ่ายจะเป็นไปตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ และประเภทของประกันรถยนต์

สรุปเกี่ยวกับประกันรถยนต์

 

สรุปเกี่ยวกับประกันรถยนต์

จะเห็นได้ว่าประกันรถยนต์แต่ละประเภทนั้นมีความคุ้มครองประกันรถยนต์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกประกันรถยนต์จึงควรเลือกให้เหมาะกับการใช้รถของเรา และอย่าลืมดูความพร้อมในการจ่ายเบี้ยประกันด้วย

และสำหรับใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ 1, 2+ หรือ 3+ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะทำประกันภัยรถยนต์ประเภทไหนดี ลองปรึกษา หรือหาข้อมูลเชิงลึก พร้อมกับเช็กเบี้ยประกันได้ที่ SILKSPAN เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยที่มากประสบการณ์พร้อมให้บริการแก่คุณ รับรองถูกใจแน่นอน

 


เขียนโดย : SILKSPAN SPECIALIST
เผยแพร่วันที่ : 08/11/2023
โปรโมชั่นแนะนำ
Staff Call Center
“เช็กเบี้ยประกันรถ เซฟกว่าเดิม 30%”