5 วิธีรับมือ รถชนบนทางด่วน ต้องทำอย่างไร


5 วิธีรับมือ รถชนบนทางด่วน ต้องทำอย่างไร

        สำหรับการขับขี่ และการเดินทางในแถบกรุงเทพ และปริมณฑล “ทางด่วน” ต้องเป็นสิ่งที่ทุกคนคุ้นเคยอย่างแน่นอน นอกจากจะเป็นตัวช่วยในการหลีกหนีปัญหารถติดแล้ว ยังสามารถช่วยลดระยะทาง และระยะเวลาในการเดินทางอีกด้วย แต่การขับขี่ที่ต้องใช้ความเร็วบนทางด่วน ก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ แล้วเมื่อเกิดเหตุขึ้น ต้องทำอย่างไร และติดต่อใคร SILKSPAN ขอนำสาระดีๆ มาฝากทุกคน

        การเกิดอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกสถานที่ “ทางด่วน” หรือ “ทางพิเศษ” เองก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุรถชน หรืออาจเกิดเหตุขัดข้องกับรถยนต์ของคุณขึ้นได้ “ทางด่วน” มีการจำกัดความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. สำหรับรถยนต์ 4 ล้อ และ ไม่เกิน 80 กม./ชม. สำหรับรถบรรทุก (>2.2ตัน) รถโดยสาร (>15คน) และรวมไปถึงโรงเรียนรับส่งนักเรียนด้วยเช่นกัน          

 

ตามกฎหมายจราจร เจ้าหน้าที่ประกันภัยจะไม่สามารถทำไปทำเรื่องเคลียร์ และเคลมบนทางด่วนได้

        ถึงแม้ว่าจะมีการกำหนดความเร็วบนทางด่วนแล้วก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้เช่นกัน และตามกฎหมายจราจร เจ้าหน้าที่ประกันภัยจะไม่สามารถไปทำเรื่องเคลียร์ และเคลมบนทางด่วนได้ ขั้นตอนที่สามารถทำได้คือ…

 

1.พยายามประคองรถเข้าข้างทางแล้วเปิดไฟฉุกเฉินไว้

        หากเกิดอุบัติเหตุรถชน หรือเกิดการเฉี่ยวชน ให้ตั้งสติ  พยายามชะลอความเร็ว ประคองรถเข้าข้างทาง และทำการเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินของรถไว้ เพื่อเป็นการแจ้งเตือนผู้ขับขี่ที่คันอื่นที่สัญจรผ่าน ให้ขับเลี่ยงบริเวณดังกล่าว รอบนรถ และคาดเข็มขัดนิรภัยไว้ ยกเว้นกรณีรถยนต์มีไฟลุกไหม้ หรือมีควันจากห้องเครื่องเป็นจำนวนมาก

 

เมื่อเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน สามารถโทรขอความช่วยเหลือ และติดต่อหาบริษัทประกันภัยได้

2.โทรขอความช่วยเหลือ

        ติดต่อศูนย์บริการผู้ใช้ทางด่วนพิเศษได้ที่เบอร์ 1543 และ 02-664-6400  หรือสามารถใช้โทรศัพท์ฉุกเฉินที่มีให้บริการตามไหล่ทางทุกๆ 500-1,000 เมตร

 

3.รอบนรถจนกว่าจะมีทีมกู้ภัยเข้ามาประเมินสถานการณ์

        เมื่อทีมกู้ภัยมาถึง จะทำการประเมินสถานการณ์ และตรวจเช็กสภาพความเสียหายของรถยนต์ของคุณ และคู่กรณีว่ารถสามารถขับต่อลงไปได้ หรือจำเป็นจะต้องใช้รถลากเพื่อมาลากลงไป

 

4.ติดต่อหาบริษัทประกันภัย

        หากรถยนต์ของคุณมีประกันภัยรถยนต์ ก็สามารถทำการโทรหาบริษัทประกันได้หลังการโทรแจ้งขอความช่วยเหลือ และสามารถขอคำปรึกษาแนวทางการปฏิบัติ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และป้องกันการเกิดจราจรติดขัด เช่น การแนะนำให้ลูกค้าเลื่อนรถ และทำการนัดหมายสถานที่กับทางบริษัทประกันเพื่อไปทำเรื่องเคลมที่ทางลงของทางด่วน

 

5.ทำเรื่องเคลม และรอรับใบเคลม

        เมื่อคุณได้ทำการติดต่อบริษัทประกัน และเจ้าหน้าที่เซอร์เวย์เยอร์ได้ทำการเข้าตรวจเช็กสภาพความเสียหายของรถยนต์ของคุณ คู่กรณี และทำเรื่องเคลมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้รับใบเคลมซึ่งสามารถนัดอู่ซ่อมที่คุณใช้บริการตามความต้องการ และวันเวลาที่คุณสะดวกได้เลย

 

        อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้กับทุกเวลา และสถานที่ การขับขี่อย่างมีสติ และไม่ประมาทก็สามารถช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ โดยเฉพาะบน “ทางด่วน” และจะอุ่นใจยิ่งกว่า ถ้าหากคุณมีประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมอุบัติเหตุชนิดต่างๆ ที่จะให้ความคุ้มครองทั้งตัวคุณ และรถยนต์

        และถ้าคุณกำลังมองประกันชั้น 1 ที่คุ้มครองในกรณี “ชนแล้วหนี” ลองเข้ามาดูได้ที่ SILKSPAN เรารวบรวมประกันชั้น 1 กว่า 20 บริษัท มาให้คุณเลือก เบี้ยเริ่มต้น 750 บาท/เดือน แถมบริการรถใช้ระหว่างซ่อม และความช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง คลิกได้เลยที่ SILKSPAN


เขียนโดย : CarWheelEyes
เผยแพร่วันที่ : 06/10/2022
บริการแจ้งเตือนผ่านช่องทางต่างๆ

กำลังโหลด