น้ำเข้ารถ พรมเปียก ซักพรมรถยนต์เองได้มั้ย? จบปัญหาเลอะและกลิ่นอับ
หน้าฝนทีไร ปัญหาหนักใจคนมีรถคงหนีไม่พ้นเรื่องความชื้น ไม่ว่าจะเกิดจากลุยน้ำท่วมจนน้ำซึมเข้ารถ ลืมปิดกระจกฝนสาด หรือแม้แต่อุบัติเหตุทำน้ำหวานหกใส่จนพรมปูพื้นรถยนต์เปียกชุ่ม สิ่งที่ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้คือกลิ่นอับ และเชื้อรา ที่พร้อมจะเติบโตในรถของคุณ หลายคนจึงเกิดคำถามว่า ถ้าไม่อยากเสียเงินแพงๆ เราจะสามารถซักพรมรถยนต์เองได้ไหม? หรือต้องวิ่งหาร้านซักพรมรถยนต์ใกล้ฉัน เท่านั้น? วันนี้ SILKSPAN มีคำตอบและวิธีจัดการมาฝากครับ
Key Takeaways
- ซักพรมรถยนต์ด้วยตัวเอง สามารถทำได้หากเป็นคราบเปื้อนจุดเล็กๆ หรือน้ำเข้าไม่เยอะ
- อุปกรณ์สำคัญ คือ เครื่องดูดฝุ่น (แบบดูดน้ำได้จะดีมาก), น้ำยาซักพรม หรือน้ำสบู่ และแสงแดดสำหรับไล่ความชื้น
- กรณีน้ำท่วมขัง จนชุ่มพรมพื้นรถ (พรมกระดุม/พรมอัด) แนะนำให้จ้างร้านมืออาชีพถอดเบาะซัก เพื่อป้องกันสนิมและระบบไฟเสียหาย
- ประกันรถยนต์ชั้น 1 และ 2+ (บางแผน) อาจคุ้มครองค่าเสียหายจากน้ำท่วมรถ ซึ่งรวมถึงค่าซักพรมและเปลี่ยนพรมด้วย
ซักพรมรถยนต์ด้วยตัวเอง vs จ้างร้าน แบบไหนดีกว่า?
ก่อนจะลงมือทำ เราต้องประเมินสถานการณ์ของพรมรถก่อนครับว่าหนักหนาแค่ไหน
- ควรซักพรมรถยนต์เอง เมื่อเป็นคราบสกปรกทั่วไป ทำน้ำหกใส่ หรือน้ำฝนสาดเปียกแค่ผิวๆ ไม่ได้ซึมลึกถึงแผ่นฉนวนกันความร้อนใต้พรม กรณีนี้คุณสามารถทำความสะอาดเองได้ ประหยัดงบได้เยอะ
- ควรจ้างร้านซักพรมรถยนต์ เมื่อรถลุยน้ำท่วมสูง น้ำไหลเข้ามานองพื้นรถ หรือพรมปูรถยนต์ เปียกชุ่มจนกดแล้วมีน้ำซึมออกมา กรณีนี้ต้องรื้อเบาะและถอดพรมออกมาซักตากแดดข้างนอก ซึ่งต้องใช้เครื่องมือและความชำนาญ หากทำไม่ดีอาจเกิดสนิมที่พื้นรถได้
5 ขั้นตอน วิธีซักพรมรถยนต์ด้วยตัวเอง ให้สะอาดเหมือนใหม่

หากประเมินแล้วว่าเอาอยู่ เรามาดูวิธีซักพรมรถยนต์ด้วยตัวเอง แบบ Step-by-step กันครับ
1. เคลียร์ของและถอดพรมชิ้น
ขั้นตอนแรกให้เอาขยะและของใช้ต่างๆ ออกจากรถให้หมด จากนั้นถอดพรมปูพื้นรถยนต์ (ที่เป็นยาง หรือพรมกระดุมแบบถอดได้) ออกมาซักล้างทำความสะอาดข้างนอก แล้วตากแดดให้แห้งสนิท
2. ดูดฝุ่นและซับน้ำ
ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดเศษดินทรายบนพรมรถ ที่ติดกับตัวถังออกให้หมด หากพรมยังเปียกอยู่ ให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือหนังสือพิมพ์กดซับน้ำออกให้ได้มากที่สุด หรือถ้ามีเครื่องดูดฝุ่นแบบดูดน้ำได้ (Wet/Dry Vacuum) จะช่วยทุ่นแรงได้มาก
3. ลงน้ำยาทำความสะอาด
ผสมน้ำยาซักพรมรถยนต์ (Carpet Cleaner) หรือใช้น้ำสบู่เจือจาง ใส่ขวดสเปรย์แล้วฉีดพรมบริเวณที่สกปรกหรือมีกลิ่นอับ ทิ้งไว้สักครู่เพื่อให้คราบสกปรกหลุดออกง่ายขึ้น
- Tip: หากต้องการซักพรมรถยนต์ราคาถูก และประหยัด สามารถใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำเปล่าฉีดเพื่อดับกลิ่นอับได้เช่นกัน
4. ขัดเบาๆ แล้วเช็ดออก
ใช้แปรงขนนุ่มขัดเบาๆ บริเวณที่มีคราบ (ระวังอย่าขัดแรงจนพรมเป็นขุย) จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดฟองและคราบสกปรกออก แล้วตามด้วยผ้าแห้งซับความชื้นอีกครั้ง ทำซ้ำจนกว่าจะสะอาด
5. ตากแดด ไล่ความชื้น (สำคัญที่สุด!)
หัวใจของการซักพรมรถยนต์เอง คือการทำให้แห้งสนิท ให้จอดรถตากแดดจัดๆ เปิดประตูทุกบานทิ้งไว้ 3-4 ชั่วโมง เพื่อให้รังสียูวีฆ่าเชื้อโรคและไล่ความชื้นที่สะสมอยู่ใยพรม ป้องกันการเกิดเชื้อราและกลิ่นอับ
การหาร้านที่ซักพรมรถยนต์ราคาถูกและดี ดูยังไง?
ถ้าคุณไม่มีเวลา หรือเจอปัญหาน้ำท่วมหนักจนซักพรมรถยนต์ด้วยตัวเองไม่ไหว การมองหาร้านซักพรมรถยนต์ใกล้ฉัน อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
- ราคาซักพรมแบบถอดเบาะ (ซักใหญ่) มักเริ่มต้นที่ 1,500 – 3,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดรถ
- ควรถามทางร้านว่ามีการถอดเบาะรื้อพรมออกมาซักไหม หรือใช้เครื่องซักพรมระบบ Extraction ดูดกลับ ซึ่งเหมาะกับงานที่ต่างกัน
น้ำเข้ารถ พรมพัง เคลมประกันได้ไหม?
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า หากน้ำเข้ารถจนพรมเสียหาย ประกันรถยนต์อาจช่วยคุณได้!
- ประกันรถยนต์ชั้น 1: คุ้มครองครอบคลุมที่สุด หากน้ำท่วมรถ หรือฝนตกหนักจนน้ำเข้าเสียหาย ประกันจะดูแลค่าใช้จ่ายในการซักพรม เปลี่ยนพรม หรือซ่อมแซมระบบไฟฟ้าที่เสียหายจากน้ำ
- ประกันรถยนต์ 2+: บางกรมธรรม์ที่มีความคุ้มครอง “ภัยธรรมชาติ” หรือ “น้ำท่วม” ก็สามารถเคลมได้เช่นกัน
- ประกันรถยนต์ 3+: ส่วนใหญ่จะไม่คุ้มครองกรณีน้ำท่วมรถ ยกเว้นจะมีสัญญาแนบท้ายเป็นกรณีพิเศษ
รับข้อเสนอพิเศษ
สรุป ซักพรมรถยนต์เองได้ ไม่ยากอย่างที่คิด
การซักพรมรถยนต์ เบื้องต้นเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทำได้ ช่วยให้รถสะอาดและปราศจากเชื้อโรค แต่ถ้าเจองานหนักอย่างน้ำท่วมขัง การยอมจ่ายเงินจ้างร้านมืออาชีพก็เป็นการรักษาถนอมรถในระยะยาว
และเพื่อความอุ่นใจในการใช้รถ ไม่ว่าฝนจะตกหรือน้ำจะท่วม อย่าลืมตรวจสอบความคุ้มครองประกันรถยนต์ของคุณให้พร้อมเสมอ หากคุณกำลังมองหาประกันที่คุ้มครองน้ำท่วม หรือประกันชั้น 1 ราคาดี SILKSPAN พร้อมให้บริการเปรียบเทียบเบี้ยประกันจากกว่า 20 บริษัทชั้นนำ ผ่อน 0% ได้ คุ้มครองทันที
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- Facebook : SILKSPAN
- Instagram : silkspan
- Line Official : @SILKSPAN
- X (twitter) : SILKSPAN
- Youtube : SILKSPAN
- TikTok : silkspan
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ซักพรมรถยนต์ ใช้เวลานานไหมกว่าจะแห้ง?
A: หากซักแห้ง (ซักเฉพาะจุด) และตากแดดจัดๆ จะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง แต่ถ้าซักฟอกเต็มระบบแบบเปียก อาจต้องตากแดด 1-2 วันเต็มๆ ครับ
Q: น้ำยาซักพรมรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี?
A: สามารถเลือกใช้น้ำยาซักเบาะผ้า/พรมที่มีขายทั่วไปตามห้างสรรพสินค้า หรือร้านประดับยนต์ได้เลยครับ เน้นสูตรที่มีสารขจัดคราบและดับกลิ่น (Odor Eliminator)
Q: พรมรถเหม็นอับมาก ซักแล้วยังไม่หาย ทำไงดี?
A: หากซักแล้วยังมีกลิ่น แสดงว่าความชื้นสะสมลึกถึงชั้นฉนวนกันเสียงใต้พรม อาจต้องรื้อพรมออกมาตากแดดข้างนอก หรือใช้วิธีอบโอโซนฆ่าเชื้อช่วยครับ