เคลมประกันรถ กรณีรถเสียหายจากประทัดหรือไฟไหม้ช่วงเทศกาล เรื่องร้อนที่คนมีรถต้องรู้
ช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง ไม่ว่าจะเป็นวันขึ้นปีใหม่ วันลอยกระทง หรือเทศกาลตรุษจีน สิ่งที่มักจะมาคู่กับความรื่นเริงเสมอคือ “ประทัด พลุ และดอกไม้ไฟ” แม้จะเป็นสีสันที่สวยงาม แต่สำหรับคนรักรถแล้ว สิ่งเหล่านี้คือฝันร้ายที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะบ่อยครั้งที่เรามักได้ยินข่าวรถไฟไหม้ หรือรถเสียหาย จากสะเก็ดระเบิดของประทัดที่ตกใส่จนสีถลอก บุบ หรือร้ายแรงถึงขั้นเพลิงไหม้ลุกลามเสียหายทั้งคัน
เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเจ้าของรถคือ “ประกันจ่ายไหม?” และจะมีวิธีเคลมประกัน อย่างไรเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมที่สุด ในบทความนี้ SILKSPAN จะพาคุณไปกางกรมธรรม์ดูความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ แต่ละประเภท พร้อมแนะนำขั้นตอนการเตรียมหลักฐานและการป้องกัน เพื่อให้คุณผ่านช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ไปได้อย่างอุ่นใจและปลอดภัยครับ
Key Takeaways
- ประกันรถยนต์ชั้น 1: คุ้มครองครบที่สุด ทั้งกรณีไฟไหม้ ระเบิด หรือความเสียหายจากแรงกระแทกของประทัด (แม้ไม่มีไฟไหม้)
- ประกันรถยนต์ 2+: คุ้มครองกรณีรถไฟไหม้ แต่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขหากเป็นเพียงรอยบุบหรือสีถลอกจากการกระแทก
- หลักฐานสำคัญ: ภาพถ่ายที่เกิดเหตุ คลิปจากกล้องหน้ารถ และใบแจ้งความลงบันทึกประจำวัน คือสิ่งที่ขาดไม่ได้
- การป้องกัน: การเลือกที่จอดรถและการจัดบ้านให้ปลอดภัยจากเชื้อเพลิง ช่วยลดความเสี่ยงได้ดีที่สุด
รถโดนประทัด-พลุตกใส่ ประกันชั้นไหนคุ้มครองบ้าง?
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ คิดว่าประกันรถยนต์ทุกชั้นจะคุ้มครองทุกกรณี แต่ความจริงแล้ว ความคุ้มครองเรื่องไฟไหม้ และภัยจากการระเบิดนั้น มีเงื่อนไขที่แตกต่างกันในแต่ละประเภทกรมธรรม์ ดังนี้ครับ
1. ประกันรถยนต์ชั้น 1 (คุ้มครองครอบคลุมที่สุด)
หากคุณทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ไว้ สามารถอุ่นใจได้เลยครับ เพราะถือเป็นกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองกว้างขวางที่สุด
- กรณีไฟไหม้: หากสะเก็ดประทัดทำให้เกิดไฟลุกไหม้ตัวรถ ประกันชั้น 1 รับผิดชอบค่าเสียหายตามทุนประกัน
- กรณีระเบิด/กระแทก: หากพลุหรือประทัดระเบิดใส่รถจนเกิดรอยบุบ กระจกแตก หรือสีถลอก โดยที่ ไม่ได้เกิดไฟไหม้ ประกันชั้น 1 ก็ยังคุ้มครองในส่วนของความเสียหายต่อตัวรถ (Own Damage) โดยคุณสามารถแจ้งเคลมประกันรถได้ทันที (แต่อาจมีค่าเสียหายส่วนแรก หรือ Excess หากระบุคู่กรณีไม่ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์)
2. ประกันรถยนต์ 2+ (คุ้มครองเฉพาะไฟไหม้)
สำหรับ ประกันรถยนต์ 2+ จุดเด่นคือคุ้มครอง “รถชนรถ + รถหาย + ไฟไหม้”
- กรณีไฟไหม้: หากรถถูกประทัดจนเกิดเพลิงไหม้ บริษัทประกันจะชดเชยค่าสินไหมทดแทนให้ตามทุนประกันที่ระบุไว้
- ข้อควรระวัง: หากประทัดระเบิดใส่ แล้วรถแค่บุบหรือเป็นรอย แต่ไฟไม่ไหม้ กรณีนี้ ประกันรถยนต์ 2+ อาจ ไม่คุ้มครอง ครับ เพราะกรมธรรม์ประเภทนี้เน้นคุ้มครองอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกและภัยจากไฟไหม้เป็นหลัก ไม่รวมความเสียหายจากวัตถุอื่นกระแทก
3. ประกันรถยนต์ 3+ และชั้น 3 (ความคุ้มครองจำกัด)
สำหรับประกันรถยนต์ 3+ และชั้น 3 ความคุ้มครองจะเน้นไปที่กรณีรถชนรถ
- ประกันรถยนต์ 3+: โดยทั่วไปจะคุ้มครองรถเราเฉพาะกรณีรถชนรถเท่านั้น ไม่รวมถึงความเสียหายจากไฟไหม้ (ยกเว้นบางแพ็กเกจพิเศษที่ซื้อความคุ้มครองเสริม) ดังนั้นหากรถเสียหายจากประทัด คุณอาจต้องรับผิดชอบค่าซ่อมเองไม่สามารถเคลมประกันรถได้ หรือไปเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระทำผิดโดยตรง
- ประกันชั้น 3: คุ้มครองเฉพาะทรัพย์สินของบุคคลภายนอก (คู่กรณี) ไม่ซ่อมรถเรา และไม่คุ้มครองไฟไหม้ครับ
5 ขั้นตอน เคลมประกันรถเมื่อโดนพลุหรือประทัดจนรถเสียหาย

เมื่อเกิดเหตุรถเสียหายจากประทัดหรือดอกไม้ไฟ สิ่งสำคัญคือ “สติ” และการรวบรวมหลักฐานให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องความประมาทเลินเล่อ นี่คือ 5 ขั้นตอนการเคลมประกันรถที่ SILKSPAN แนะนำ:
- ประเมินสถานการณ์และระงับเหตุ: หากมีประกายไฟหรือควัน ให้รีบดับไฟทันที (ถ้าทำได้โดยปลอดภัย) เพื่อลดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด แต่หากไฟลุกลามรุนแรง ให้รีบถอยห่างและโทรแจ้งดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
- ถ่ายภาพความเสียหาย: ถ่ายรูปสภาพรถให้ครบทุกมุม ทั้งภาพมุมกว้างให้เห็นสภาพแวดล้อม และภาพระยะใกล้ (Close-up) บริเวณร่องรอยความเสียหาย รอยไหม้ หรือซากประทัดที่ตกอยู่ใกล้รถ
- แจ้งบริษัทประกันทันที: โทรแจ้งศูนย์รับแจ้งเหตุของบริษัทประกันภัย แจ้งรายละเอียดเหตุการณ์ เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน เพื่อขอคำแนะนำและเลขรับแจ้ง (Claim No.) สำหรับการเคลมประกันรถ
- แจ้งความลงบันทึกประจำวัน: ขั้นตอนนี้สำคัญมาก! ให้ไปสถานีตำรวจเพื่อแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยเฉพาะกรณีที่ไม่ทราบว่าใครเป็นคนจุดประทัด หรือกรณีที่ความเสียหายรุนแรง ใบแจ้งความจะใช้ยืนยันกับบริษัทประกันว่าเหตุเกิดจากบุคคลอื่น หรืออุบัติเหตุ ไม่ใช่การเผารถตัวเองหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
- เตรียมเอกสารและหลักฐาน: รวบรวมสำเนากรมธรรม์, ใบขับขี่, เล่มทะเบียนรถ, ใบแจ้งความ และไฟล์ภาพ/วิดีโอ เพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่เคลมดำเนินการต่อ
หลักฐานสำคัญที่ห้ามลืม เพื่อยืนยันว่าไม่ได้ประมาท
บริษัทประกันอาจมีการตรวจสอบว่าความเสียหายเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่ (เช่น ขับรถฝ่าเข้าไปในดงประทัดเอง) ดังนั้นหลักฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ใจในการ วิธีเคลมประกันรถ:
- กล้องหน้ารถ (Dash Cam): นี่คือพยานปากเอกที่ดีที่สุด หากมีคลิปเหตุการณ์ขณะประทัดลอยมาตกใส่ หรือเห็นตัวผู้กระทำผิด จะช่วยให้การเคลมประกันรถง่ายขึ้นมาก และบริษัทประกันสามารถไปไล่เบี้ยเก็บเงินคืนจากคู่กรณีได้
- กล้องวงจรปิด (CCTV): หากจุดเกิดเหตุเป็นหน้าบ้าน หรือลานจอดรถ ลองขอดูกล้องวงจรปิดจากนิติบุคคลหรือเทศบาลเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบ
- ซากประทัด/ดอกไม้ไฟ: หากปลอดภัย ให้เก็บภาพหรือชิ้นส่วนของวัตถุต้นเพลิงไว้ (แต่อย่าเคลื่อนย้ายถ้าไม่จำเป็นจนกว่าเจ้าหน้าที่ประกันจะมาถึง)
เทคนิคดูแลรถช่วงเทศกาล: การจัดบ้าน และที่จอดรถให้ปลอดภัย
“กันไว้ดีกว่าแก้” ยังคงเป็นคำที่ใช้ได้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีความเสี่ยงสูง นอกจากการมีประกันที่ดีแล้ว การเตรียมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมก็ช่วยลดความเสี่ยงได้มหาศาล
1. การจัดบ้านและพื้นที่จอดรถ
หลายคนอาจมองข้าม แต่การจัดบ้าน ให้เป็นระเบียบมีผลต่อความปลอดภัยของรถมาก
- เคลียร์พื้นที่: บริเวณโรงจอดรถ หรือหน้าบ้าน ไม่ควรมีกองกระดาษ ใบไม้แห้ง ลังกระดาษ หรือวัสดุติดไฟง่าย เพราะหากสะเก็ดประทัดตกลงไป อาจกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ลามมาไหม้รถได้
- หลังคาจอดรถ: หากเป็นไปได้ ควรจอดรถในที่ร่มที่มีหลังคาคลุมมิดชิด หลีกเลี่ยงการจอดรถริมถนน หรือลานโล่งแจ้งในช่วงเวลาที่มีการจุดพลุ
- ผ้าคลุมรถ: หากจำเป็นต้องจอดที่โล่ง ควรเลือกใช้ผ้าคลุมรถชนิด “กันลามไฟ” (Fire Retardant) ซึ่งจะช่วยป้องกันสะเก็ดไฟไม่ให้สัมผัสกับสีรถโดยตรง
2. หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง
ในช่วงเทศกาล หากทราบว่าบริเวณไหนมีการจัดงานฉลอง หรือมีการจุดพลุ ควรหลีกเลี่ยงการขับรถผ่าน หรือนำรถไปจอดในบริเวณนั้น เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุ
สรุป เคลมประกันรถจากเหตุไฟไหม้ช่วงเทศกาล เรื่องใกล้ตัวที่ต้องรู้
อุบัติเหตุจากประทัดและไฟไหม้ในช่วงเทศกาลเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ และสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ได้มากกว่าที่คิด การทำความเข้าใจเงื่อนไขของประกันภัยรถยนต์ แต่ละประเภทจึงเป็นเรื่องสำคัญ
- ประกันรถยนต์ชั้น 1 คือตัวเลือกที่อุ่นใจที่สุด เพราะคุ้มครองครอบคลุมทั้งไฟไหม้และการกระแทก
- ประกันรถยนต์ 2+ เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับความคุ้มครองไฟไหม้ แต่ต้องระวังเรื่องความเสียหายที่ไม่มีเปลวไฟ
การเคลมประกันรถ ในกรณีเหล่านี้ ต้องอาศัยความรวดเร็วและความรอบคอบในการเก็บหลักฐาน ทั้งรูปถ่าย และใบแจ้งความ เพื่อยืนยันว่าเราไม่ได้ประมาท
หากคุณกำลังมองหาความคุ้มครองที่ครอบคลุม เพื่อให้ทุกเทศกาลเป็นการเฉลิมฉลองที่มีแต่ความสุข ไม่ต้องกังวลเรื่องรถ SILKSPAN พร้อมช่วยคุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์จากบริษัทชั้นนำกว่า 20 แห่ง ไม่ว่าจะเป็น ประกันชั้น 1, 2+ หรือ 3+ เรามีข้อเสนอที่ตรงใจ พร้อมบริการผ่อน 0% และความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ให้คุณมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าจะเกิดเหตุไฟไหม้หรืออุบัติเหตุใดๆ เราพร้อมดูแลคุณเสมอครับ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- Facebook : SILKSPAN
- Instagram : silkspan
- Line Official : @SILKSPAN
- X (twitter) : SILKSPAN
- Youtube : SILKSPAN
- TikTok : silkspan
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: รถโดนพลุตกใส่จนบุบ แต่ไฟไม่ไหม้ ประกัน 2+ เคลมได้ไหม?
A: โดยปกติ ประกันรถยนต์ 2+ จะไม่คุ้มครองกรณีนี้ครับ เพราะ 2+ คุ้มครองเฉพาะ รถชนรถ (ที่มีคู่กรณี) + รถหาย + ไฟไหม้ หากเป็นรอยบุบจากวัตถุอื่นกระแทกโดยไม่มีไฟไหม้ จะอยู่นอกเหนือความคุ้มครอง ต้องเป็น ประกันรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้นถึงจะเคลมประกันรถได้
Q: ถ้าไม่รู้ว่าใครเป็นคนจุดประทัด ยังเคลมประกันได้ไหม?
A: เคลมได้ครับ หากคุณทำ ประกันรถยนต์ชั้น 1 หรือ ประกัน 2+ (ในกรณีไฟไหม้) โดยบริษัทประกันจะรับผิดชอบค่าซ่อมให้เราก่อน แล้วบริษัทจะไปสืบหาคู่กรณีเพื่อไล่เบี้ยเอง แต่คุณต้องไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานด้วยนะครับ
Q: ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ไหม?
A: สำหรับ ประกันชั้น 1 หากรถเสียหายจากประทัดแต่ระบุคู่กรณีไม่ได้ (ไม่รู้ว่าใครจุด) คุณอาจต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ประมาณ 1,000 บาทต่อเหตุการณ์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ของแต่ละบริษัทครับ แนะนำให้ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ตอนแจ้งเคลมประกันรถอีกครั้ง