เบี้ยดีโดนใจ ประกันภัยชั้น 1 เบี้ยเริ่ม 750 บาท/เดือน พิเศษรับส่วนลดสูงสุด 30% เช็กเบี้ยที่นี่ กับ SILKSPAN

ประกันรถยังจะให้ความคุ้มครองหรือไม่ ในกรณีขับรถลุยน้ำ


ประกันรถยังจะให้ความคุ้มครองหรือไม่ ? ในกรณีขับรถลุยน้ำ

ช่วงเวลานี้ก็เป็นช่วงที่ฝนตกชุกทั่วประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีปัญหาที่เรื้อรังในหลาย ๆ พื้นที่คือ “น้ำท่วมขัง” หรือบางแห่งอาจเรียกว่า “น้ำรอการระบาย” นั่นทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเกิดข้อสงสัยว่า ประกันรถยนต์จะให้ความคุ้มครองหรือไม่ ในกรณีที่ขับรถลุยน้ำแล้วเกิดความเสียหาย ? แน่นอนว่าบทความนี้ SILKSPAN ก็มาพร้อมเกร็ดความรู้ด้านประกันภัยรถยนต์อีกเช่นเคย มาตามหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันในข้อสงสัยนี้ ถ้าพร้อมแล้วเชิญรับชมได้เลย !

 

ประกันรถยนต์กับความคุ้มครองในสถานการณ์ “น้ำท่วม”

ทุกปัญหาบนท้องถนน บริษัทประกันภัยรถยนต์มักจะหาทางออกมาไว้ให้คุณอยู่เสมอ ปัญหาน้ำท่วมขังก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากมีประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองในกรณีน้ำท่วม รวมไปถึงความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ทว่าจะต้องได้รับการตรวจสอบเสียก่อน ไม่ใช่การขับรถลุยน้ำในทุก ๆ กรณีจะได้รับความคุ้มครองทั้งหมด มาดูกันเลยว่าในกรณีไหนบ้างที่จะได้รับความคุ้มครอง และ กรณีไหนที่เราจะไม่ได้รับการคุ้มครอง

· สถานการณ์ที่ “ได้รับความคุ้มครอง”

กรณีที่คุณจะได้รับความคุ้มครอง ความเสียหายของตัวรถจะต้องเกิดจาก “เหตุสุดวิสัย” เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น จอดรถเอาไว้แล้วเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถได้ทัน หรือ กำลังขับรถแล้วอยู่ดี ๆ เส้นทางที่ใช้ก็เกิดน้ำท่วมขัง ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จนทำให้รถได้รับความเสียหาย กรณีเหล่านี้จะได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น

· สถานการณ์ที่ “ไม่ได้รับความคุ้มครอง”

ในกรณีที่รถของคุณเสียหายจากการขับลุยน้ำซึ่งเกิดจาก “ความดันทุรัง” และ “รู้ทั้งรู้” ไม่ว่าคุณจะทำประกันภัยที่ดีที่สุดอย่างไร ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองแม้แต่นิดเดียว ยกตัวอย่างเช่น ขับรถลุยเข้าไปในเส้นทางที่มีการแจ้งเตือนอยู่แล้วว่าน้ำท่วม หรือ มีทางเลือกที่สามารถใช้เส้นทางอื่นได้ แต่ก็ยังดันทุรังขับรถลุยน้ำ ถ้ารถได้รับความเสียหายไม่ว่าจะเป็นในส่วนใด ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองโดยเด็ดขาด

รับข้อเสนอพิเศษ ให้ประกันรถคุ้มครองทุกการเดินทาง ผ่อนประกันรถชั้น 1 0% ที่ SILKSPAN

ประกันรถยนต์ชั้นไหน ที่ให้ความคุ้มครองในกรณีน้ำท่วม

เมื่อได้รู้กันไปแล้ว ว่ามีประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครอง ในกรณีที่รถเสียหายจากเหตุสุดวิสัยที่จะต้องขับรถลุยน้ำ เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่มีความเสี่ยงจะต้องเจอปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน อาจกำลังอยากรู้ว่าจะต้องเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์แบบไหนดี ? คำตอบที่ดีที่สุดคือ “ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1” ที่จะให้ความคุ้มครองในกรณีที่รถเสียหายจากน้ำท่วม ภัยธรรมชาติ รถหาย รถไฟไหม้ และในบางบริษัทประกันภัยชั้น 2+ และ 3+ ก็ให้ความคุ้มครองในกรณีนี้เช่นเดียวกัน

 

แชร์เทคนิคการสังเกต น้ำท่วมประมาณไหน “ลุยได้” ไม่ทำให้รถเสียหาย

แม้เราจะบอกว่าประกันรถจะไม่รับเคลม ในกรณีที่คุณขับรถลุยน้ำแล้วรถเสีย แต่ !! ไม่ใช่การขับรถลุยน้ำจะทำไม่ได้เลย เพราะน้ำท่วมขังบางครั้งก็ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหากับตัวรถยนต์ โดยเฉพาะรถที่ยังใช้ระบบสันดาปไม่ใช่รถไฟฟ้า ค่อนข้างจะรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมขังได้ดีพอสมควร ทว่าจะต้องอาศัยความชำนาญของผู้ขับขี่ ที่จะต้องรู้ความสูงของตัวรถตนเอง และรู้ถึงพื้นผิวถนนภายใต้น้ำที่กำลังท่วมขังเป็นอย่างดี ในส่วนของความสูงระดับน้ำ สูงเท่าไหร่ลุยได้ สูงเท่าไหร่ควรเลี่ยง เรานำมาฝากเรียบร้อยแล้ว ดังนี้

  • ระดับน้ำไม่เกิน 10 เซนติเมตร เป็นน้ำท่วมขังเล็กน้อย ลุยได้ทุกรุ่น ทุกประเภทรถ ไม่มีความเสี่ยง
  • ระดับน้ำไม่เกิน 20 เซนติเมตร ถือว่าเป็นระดับที่ยังปลอดภัย ทว่ารถเก๋งอาจมีความเสี่ยงอยู่เล็กน้อย
  • ระดับน้ำไม่เกิน 40 เซนติเมตร สำหรับรถเก๋งลุยระยะสั้น ๆ ทำได้ แต่ระยะยาวไม่ควรเสี่ยงจะดีที่สุด
  • ระดับน้ำสูงกว่า 40 ถึง 60 เซนติเมตร รถกระบะพอได้ลุ้น รถเก๋งพอได้แล้ว การันตีพังแน่นอน
  • ระดับน้ำมากกว่า 60 เซนติเมตร รถทุกประเภทไม่ควรลุยน้ำความสูงเกินนี้โดยเด็ดขาด

คำเตือน : ความสูงนี้ยึดตามความสูงมาตรฐานของตัวรถ ไม่สามารถใช้อ้างอิงกับรถที่มีการดัดแปลงสภาพ

ประกันรถยังจะให้ความคุ้มครองหรือไม่ ? ในกรณีขับรถลุยน้ำ

ประกันรถให้ความคุ้มครองแบบใดบ้าง ในกรณีที่รถเกิดความเสียหายจากน้ำท่วม

ว่ากันด้วยเรื่องความคุ้มครองของประกันรถยนต์ กรณีที่มีความคุ้มครองเมื่อเกิดความเสียหายจากน้ำท่วมขัง ถ้าพิสูจน์แล้วว่าสาเหตุที่รถเกิดความเสียหาย ตรงตามเงื่อนไขที่ประกันภัยระบุเอาไว้ ความคุ้มครองจะถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ ดังนี้

  • กรณีที่เสียหายบางส่วน สามารถนำรถเข้ารับการซ่อมแซมแล้วกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ประกันจะดำเนินการเคลมและส่งซ่อมให้ในทันที โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • กรณีที่เสียหายทั้งคัน ถ้าประเมินแล้วว่าการซ่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด จากกรณีที่รถเกิดถูกน้ำท่วมสูงจนรถไม่สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ จะได้รับค่าชดเชยเป็นเงินประมาณ 80% จากทุนประกัน

 

บทส่งท้าย

จากข้อมูลที่ถูกบันทึกเอาไว้โดยเว็บไซต์ Thaiwater ได้เปิดเผยเอาไว้ว่าในช่วงปี 2566 ที่ผ่านมา ประเทศไทยของเรามีพื้นที่กว่า 4.74 ล้านไร่ ที่เผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขัง โดยจังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด 5 อันดับแรกจะเป็น พระนครศรีอยุธยา , สุพรรณบุรี , สุโขทัย , พิจิต และ นครสวรรค์ ในพื้นที่ซึ่งมีปัญหาน้ำท่วมขังอยู่บ่อยครั้ง การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ ควรจะมองหาข้อเสนอที่ให้ความคุ้มครองในความเสี่ยงนี้ เพราะเรื่องของฟ้าฝนเราไม่สามารถบังคับกันได้ ทำได้เพียงมองหาหลักประกัน เมื่อยามที่ต้องพบกับเหตุไม่คาดฝันเพียงเท่านั้น

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงกับปัญหาน้ำท่วมหรือไม่ก็ตาม SILKSPAN พร้อมมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดให้กับคุณ เนื่องจาก “เหตุการณ์ไม่คาดฝัน” มักจะมาหาเราโดยไม่บอกล่วงหน้า การเลือกใช้ประกันภัยรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด จะช่วยทำให้คุณยิ้มได้เมื่อภัยมา เรามีผลิตภัณฑ์ประกันภัยจากบริษัทชั้นนำในไทยกว่า 30 แห่งให้คุณเลือก พร้อมส่วนลดสุดพิเศษอีกมากมาย


เขียนโดย : SILKSPAN ADVISOR
เผยแพร่วันที่ : 07/08/2024
รับข้อเสนอพิเศษ

จองสิทธิ์ประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์ รับส่วนลดสูงสุด 30% กว่า 20 บริษัทชั้นนำ

  1. ต่ออายุล่วงหน้า รับส่วนลดเพิ่ม สูงสุดกว่า 500 บาท
  2. ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนเงินสด ได้สูงสุด 10 เดือน
  3. ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
  4. ฟรีรถใช้ระหว่างซ่อม หรือ เบิกค่าเดินทาง 1,000 บาท

กรอกข้อมูล เพื่อ “รับข้อเสนอพิเศษ” ต่อประกันรถยนต์

ปรึกษาประกันรถยนต์ สอบถามได้เลยผ่าน LINE SILKSPAN

กำลังโหลด