เบี้ยดีโดนใจ ประกันภัยชั้น 1 เบี้ยเริ่ม 750 บาท/เดือน พิเศษรับส่วนลดสูงสุด 30% เช็กเบี้ยที่นี่ กับ SILKSPAN

รู้จัก "เกียร์ออโต้" สำหรับมือใหม่ พร้อมสัญลักษณ์บนเกียร์ที่ควรรู้


เกียร์ออโต้

ทุกวันนี้รถใหม่ๆ ในบ้านเรา ส่วนมากจะเป็นระบบเกียร์ออโต้ หรือเกียร์อัตโนมัติ เพราะมีความสะดวกสบายมากกว่าเกียร์ธรรมดา ไม่ต้องคอยมานั่งเหยียบคลัตช์ เปลี่ยนเกียร์บ่อยๆ และขับง่ายขึ้นเมื่อเข้าสู่เมืองใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่น เช่น กรุงเทพฯ เกียร์ออโต้จึงกลายเป็นตัวเลือกหลักสำหรับมือใหม่ 

แม้จะใช้งานง่าย แต่การขับรถเกียร์ออโต้ก็มีข้อควรระวัง หากใช้งานไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น เข้าเกียร์ไม่ได้ เกียร์ออโต้, เข้าเกียร์แล้วรถไม่วิ่ง, หรือแม้แต่อาการเกียร์ค้าง เกียร์ออโต้ ซึ่งนำไปสู่ค่าใช้จ่ายซ่อมแซมที่สูงมาก หากคุณเป็นมือใหม่หัดขับที่ยังไม่คุ้นเคยกับเกียร์ออโต้ หรือสงสัยว่า เกียร์ออโต้มีอะไรบ้าง หรือสัญลักษณ์เกียร์ออโต้แต่ละตัวหมายถึงอะไร บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจการทำงานของเกียร์ออโต้อย่างละเอียด เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยและมั่นใจยิ่งขึ้น


Key Takeaways

  • เกียร์ออโต้ใช้งานง่าย เหมาะกับมือใหม่ แต่ต้องเข้าใจการทำงานและสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อการขับขี่ที่ถูกต้องและปลอดภัย
  • รู้จักสัญลักษณ์เกียร์ (P, R, N, D, L, S, B) แต่ละตำแหน่งมีหน้าที่เฉพาะ ควรศึกษาให้แม่นยำเพื่อใช้งานอย่างถูกวิธี
  • ข้อควรระวังสำคัญ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำลายเกียร์ออโต้ เช่น การเบิ้ลเครื่องแล้วเข้าเกียร์ หรือปล่อยไหลเกียร์ N 
  • เทคนิคขับขึ้นเขา  ใช้เกียร์ต่ำ (L หรือ 1, 2, 3) เพื่อเพิ่มกำลังและใช้ Engine Brake ช่วยชะลอความเร็วอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ประกันภัยช่วยได้ยามฉุกเฉิน หากเกิดปัญหา เช่น รถสตาร์ทไม่ติด ประกันรถยนต์ มักมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินครอบคลุม

เกียร์ออโต้ vs. เกียร์กระปุก ต่างกันอย่างไร?

สำหรับมือใหม่หัดขับ หรือผู้ที่กำลังมองหารถ และกำลังหาข้อมูลอยู่ ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างเกียร์ออโต้ (เกียร์อัตโนมัติ) และเกียร์กระปุก (เกียร์ธรรมดา) กันก่อน

  • เกียร์ออโต้ : ใช้งานง่าย ไม่ต้องเหยียบคลัตช์ ระบบเปลี่ยนเกียร์เองตามความเร็วของรถ เพียงแค่เลือกตำแหน่งเกียร์ที่เหมาะสมกับการขับขี่เท่านั้นเหมาะกับผู้ขับขี่มือใหม่และการขับในเมือง ซึ่งช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ โดยเฉพาะในการจราจรติดขัดได้ และหากคุณยังไม่คุ้นเคยกับวิธีขับรถเกียร์ออโต้ ก็สามารถเรียนรู้ได้ง่าย ๆ เพื่อการขับขี่ที่สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น
  • เกียร์กระปุก : ผู้ขับขี่จะต้องเหยียบคลัตช์และเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเองตามความเร็วรอบเครื่องยนต์ ทำให้ควบคุมกำลังรถได้ละเอียดกว่า ตอบสนองรวดเร็วกว่า เหมาะกับผู้มีประสบการณ์และต้องการควบคุมรอบเครื่องยนต์

ถ้าหากคุณเป็นมือใหม่แนะนำให้เริ่มต้นกับเกียร์ออโต้ เพื่อความสะดวกและปลอดภัย โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องขับรถขึ้นเขา หรือเร่งแซงในเมือง ต้องจำให้ได้ว่า เกียร์กระปุก (เกียร์ธรรมดา) หรือเกียร์ออโต้ คันเร่งอยู่ด้านไหน คำตอบคือก็ยังคงอยู่ในตำแหน่งขวาสุดเช่นเดียวกับรถเกียร์ธรรมดา ซึ่งมือใหม่สามารถเรียนรู้และปรับตัวได้ไม่ยาก


 

รับข้อเสนอพิเศษ ให้ประกันรถคุ้มครองทุกการเดินทาง ผ่อนประกันรถชั้น 1 0% ที่ SILKSPAN


เกียร์ออโต้มีกี่แบบ? รู้จักประเภทของเกียร์อัตโนมัติ

หลายคนอาจสงสัยว่าเกียร์ออโต้มีกี่แบบ โดยหลักๆ แล้ว เกียร์อัตโนมัติสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภทตามกลไกการทำงานภายใน ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นและลักษณะการขับขี่ที่แตกต่างกันไป แต่โดยรวมแล้วเกียร์ออโต้ล้วนมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการขับขี่ให้ง่ายขึ้นกว่าเกียร์ธรรมดามาก วันนี้ SILKSPAN จะพามารู้จักว่าเกียร์ออโต้มีอะไรบ้าง ดังนี้

  • เกียร์ออโต้ Torque Converter : แบบคลาสสิก ใช้แรงดันน้ำมันช่วยเปลี่ยนเกียร์ ราบรื่น แต่กินน้ำมันมากกว่า
  • เกียร์ออโต้ CVT (Continuously Variable Transmission) : ไม่มีเกียร์ที่ตายตัว เปลี่ยนอัตราทดอย่างลื่นไหล ประหยัดน้ำมัน
  • เกียร์ออโต้ แบบคลัตช์คู่ DCT (Dual-Clutch Transmission) : เปลี่ยนเกียร์เร็วมาก คล้ายเกียร์ธรรมดา แต่ไม่มีคลัตช์ให้เหยียบ 
  • เกียร์ออโต้แบบกึ่งอัตโนมัติ AMT (Automated Manual Transmissions) : เป็นเกียร์ออโต้ที่ไม่ได้ทำงานอัตโนมัติ มีลักษณะการทำงานคล้ายเกียร์ธรรมดา แต่มีการทำงานของคลัตช์ และระบบเปลี่ยนเกียร์ออโต้ ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์เอง แต่ยังคงให้ความรู้สึกคล้ายการขับรถเกียร์ธรรมดา

แต่ละแบบมีข้อดี-ข้อเสียต่างกัน หากกำลังเลือกซื้อรถ อย่าลืมศึกษาประเภทของเกียร์ออโต้ให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ


สัญลักษณ์บนเกียร์ออโต้ที่มือใหม่ควรรู้!

เกียร์ออโต้ มีกี่แบบ

สำหรับมือใหม่หัดขับ การทำความเข้าใจสัญลักษณ์เกียร์ออโต้แต่ละตำแหน่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะแต่ละสัญลักษณ์มีหน้าที่และการใช้งานที่แตกต่างกัน การรู้ความหมายของสัญลักษณ์เหล่านี้จะช่วยให้คุณใช้งานเกียร์ออโต้ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

สัญลักษณ์ P (Parking)

ใช้สำหรับจอดรถสนิทและล็อกเกียร์ไม่ให้รถเคลื่อนที่ ควรใช้เมื่อจอดรถบนพื้นราบและดึงเบรกมือควบคู่ไปด้วย ห้ามใช้ตอนรถยังเคลื่อนที่อยู่ เพราะอาจทำให้เกียร์เสียหาย

สัญลักษณ์ R (Reverse)

ใช้สำหรับถอยหลัง เมื่อเข้าเกียร์ R รถจะเคลื่อนที่ถอยหลัง ควรเหยียบเบรกให้สนิทก่อนเปลี่ยนไปตำแหน่งนี้ ต้องใช้เมื่อรถหยุดนิ่งเท่านั้น

สัญลักษณ์ N (Neutral)

เกียร์ว่าง เหมาะกับการจอดชั่วคราว เช่น ติดไฟแดง หรือจอดซ้อนคัน รถจะสามารถเข็นได้ในตำแหน่งนี้ ในกรณีที่รถสตาร์ทไม่ติด ผู้ขับขี่ควรศึกษาวิธีสตาร์ทรถกรณีแบตหมดหากใช้เกียร์ออโต้ไว้ล่วงหน้า เพื่อความปลอดภัยและสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องด้วยเช่นกัน

สัญลักษณ์ D (Drive) หรือ D4

เกียร์เดินหน้าปกติ ใช้สำหรับการขับขี่ทั่วไป รถจะเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติไปข้างหน้าตามรอบเครื่อง

สัญลักษณ์ L (Low)

เกียร์ต่ำ ใช้เมื่อต้องการกำลังเครื่องยนต์สูง เช่น ขับขึ้นทางลาดชันมากๆ หรือขับลงเขาเพื่อใช้ Engine Brake ช่วยชะลอความเร็ว ช่วยเพิ่มแรงบิด ควบคุมรถได้ดีขึ้น

สัญลักษณ์ S (Sport)

เกียร์สปอร์ต หรือเกียร์สำหรับขับขี่แบบสปอร์ต รถจะลากรอบเครื่องยนต์สูงขึ้นเพื่อเพิ่มอัตราเร่ง เหมาะกับการขับขี่ที่ต้องการความคล่องตัว

สัญลักษณ์ B (Brake)

เกียร์เบรก หรือเกียร์สำหรับใช้ Engine Brake คล้ายกับเกียร์ L พบในรถไฮบริด เกียร์ออโต้รุ่นใหม่ ใช้เมื่อขับลงทางลาดชันเพื่อหน่วงความเร็วของรถ


ข้อควรระวังและดูแลรถยนต์เกียร์ออโต้

การดูแลรักษาเกียร์ออโต้อย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งานและลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาต่างๆ ที่อาจนำไปสู่ค่าซ่อมมหาศาล ดังนั้น มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่คุณไม่ควรทำกับรถเกียร์ออโต้

  • การขับขี่แบบกดคันเร่งมิด (Kick Down) บ่อยๆ : การทำเช่นนี้บ่อยครั้งเพื่อเร่งแซงอย่างรวดเร็ว จะทำให้แรงบิดที่เพิ่มขึ้นไปทำความเสียหายกับชุดเกียร์ออโต้มากกว่าปกติ ส่งผลให้ชุดเกียร์พังไวขึ้น
  • การเบิ้ลเครื่องแล้วเข้าเกียร์เพื่อออกตัวทันที : แม้จะช่วยให้ออกตัวได้เร็วกว่าเดิม แต่ก็สร้างความเสียหายให้แก่ชุดเกียร์ออโต้ และเพลาขับ รวมถึงยางรถยนต์อีกด้วย
  • หลีกเลี่ยงการเข้าเกียร์ P ขณะรถติด หรือจอดในที่เสี่ยงถูกชน : หากเข้าเกียร์ P ไว้ สลักล็อกในชุดเกียร์จะทำงาน เมื่อเกิดอุบัติเหตุถูกชนท้ายขึ้นมา จะก่อให้เกิดความเสียหายกับชุดเกียร์ออโต้มากขึ้น
  • ไม่ควรปล่อยรถไหลในเกียร์ N เป็นเวลานาน : โดยเฉพาะเมื่อปล่อยไหลลงสะพาน หรือก่อนถึงไฟแดง เพราะจะทำให้ชุดเกียร์ออโต้ ขาดน้ำมันเกียร์หล่อลื่น ทำให้เกิดความร้อนสูงและเสียหายได้
  • การลากรถเกียร์ออโต้ที่เสีย ควรยกล้อขับเคลื่อนให้พ้นพื้น : หากรถเสียและจำเป็นต้องลากจูง ควรยกล้อขับเคลื่อนขึ้นให้พ้นพื้นถนน เพราะหากชุดเกียร์ออโต้ ทำงานโดยไม่มีการหล่อลื่นจากน้ำมันเกียร์ที่ปั๊มไม่ทำงาน จะเกิดการเสียดสีรุนแรงและเสียหายทันที หากไม่มีทางเลือก ให้ลากไปแบบช้าๆ ไม่เกิน 30 กม./ชม. เพื่อรีบไปหาร้านซ่อมรถยนต์ใกล้ฉันที่ใกล้ที่สุด
  • เมื่อจอดรถเกียร์ออโต้บนทางลาดชัน ควรดึงเบรกมือให้สุดก่อนเข้าเกียร์ P เสมอ : เพื่อให้เบรกมือช่วยรับภาระน้ำหนักรถควบคู่กับเกียร์ P ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสียหายต่อสลักเกียร์ในระยะยาว

เทคนิคที่ควรรู้สำหรับการขับรถขึ้นเขาเมื่อใช้เกียร์ออโต้

การขับรถขึ้นเขาเกียร์ออโต้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่มีเทคนิคที่ควรรู้เพื่อความปลอดภัย และถนอมเกียร์ออโต้

  • ใช้เกียร์ต่ำ (L หรือ 1, 2, 3) : เมื่อขับขึ้นทางชัน ควรเปลี่ยนไปใช้เกียร์ต่ำ (L หรือตำแหน่งเกียร์ 1, 2, 3) เพื่อให้รถมีกำลังปีนขึ้นเขาได้ดีขึ้น และเมื่อขับลงเขา เกียร์ต่ำจะช่วยใช้ Engine Brake หน่วงความเร็ว ลดภาระของระบบเบรก
  • ไม่เหยียบคันเร่งค้าง : หากเหยียบคันเร่งไม่ขึ้น เกียร์ออโต้เมื่อขึ้นเขา ควรค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักเท้า ไม่ควรกดคันเร่งค้างไว้ เพราะอาจทำให้เกียร์ทำงานหนักเกินไป
  • ระวังอาการเกียร์ค้าง : หากรู้สึกว่าอาการเกียร์ค้าง เกียร์ออโต้ ขณะขึ้นหรือลงเขา ควรจอดพักรถและตรวจสอบ หากไม่แน่ใจ ควรเรียกใช้บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินฟรี

ขับขี่เกียร์ออโต้อย่างมั่นใจ ด้วยความคุ้มครองจาก SILKSPAN

การดูแลรักษาเกียร์ออโต้ หรือเกียร์อัตโนมัติ อาจจะต้องใส่ใจมากกว่าเกียร์ธรรมดา เพราะค่าซ่อม ค่าเปลี่ยนใหม่ ค่อนข้างที่จะแพงเอาเรื่อง ดังนั้นเมื่อถึงเวลาตรวจเช็ก หรือเช็กระยะ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ ก็ควรที่จะทำทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้นาน ไม่งั้นได้เสียเงินมากกว่าเดิมแน่ ๆ 

สำหรับใครที่กำลังมองหาประกันภัยรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1 ,ประกันรถยนต์ 2+ หรือประกันรถยนต์ 3+ เราสามารถช่วยคุณค้นหาประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดี หรือเปรียบเทียบว่าประกันรถบริษัทไหนดี เช่น ประกันรถวิริยะ ,ประกันรถโตเกียวมารีน ,ประกันรถยนต์ไทยวิวัฒน์ หรือประกันรถยนต์กรุงเทพ เช็กราคา เปรียบเทียบแผน และสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ของพวกเราได้เลย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม


เขียนโดย : SILKSPAN ADVISOR & ECOMONEY
เผยแพร่วันที่ : 12/08/2025
รับข้อเสนอพิเศษ

จองสิทธิ์ประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์ รับส่วนลดสูงสุด 30% กว่า 20 บริษัทชั้นนำ

  1. ต่ออายุล่วงหน้า รับส่วนลดเพิ่ม สูงสุดกว่า 500 บาท
  2. ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนเงินสด ได้สูงสุด 10 เดือน
  3. ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
  4. ฟรีรถใช้ระหว่างซ่อม หรือ เบิกค่าเดินทาง 1,000 บาท

กรอกข้อมูล เพื่อ “รับข้อเสนอพิเศษ” ต่อประกันรถยนต์

ปรึกษาประกันรถยนต์ สอบถามได้เลยผ่าน LINE SILKSPAN

กำลังโหลด