เบี้ยดีโดนใจ ประกันภัยชั้น 1 เบี้ยเริ่ม 750 บาท/เดือน พิเศษรับส่วนลดสูงสุด 30% เช็กเบี้ยที่นี่ กับ SILKSPAN

ใบขับขี่ทำได้ถึงอายุเท่าไหร่? อายุเยอะยังต่อใบขับขี่ได้ไหม? กฎหมายว่าอย่างไร?


อายุเยอะยังต่อใบขับขี่ได้ไหม?

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เราจึงเห็นภาพของ ผู้สูงอายุ ที่ยังคงแข็งแรงและต้องการอิสระในการเดินทางด้วยตัวเองมากขึ้น คำถามที่ตามมาและสร้างความกังวลใจให้กับลูกหลานรวมถึงตัวผู้ขับขี่เองก็คือ “กฎหมายไทยกำหนดอายุสูงสุดในการขับรถหรือไม่?” หรือ “ใบขับขี่ทำได้ถึงอายุเท่าไหร่?” ถ้าอายุเกิน 60 –  80 ปีแล้ว ยังสามารถถือ ใบอนุญาตขับขี่ ได้อยู่หรือไม่?

บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบที่ชัดเจน เจาะลึกระเบียบกรมการขนส่งทางบก ขั้นตอนการ ต่ออายุ ใบขับขี่ สำหรับผู้สูงวัย และเทคนิคการดูแลความปลอดภัยเมื่อ คน แก่ ขับ รถ เพื่อให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความมั่นใจและปลอดภัยที่สุด


Key Takeaways

  • อายุไม่ใช่ตัวตัดสิน: กฎหมายไทยไม่มีเพดานอายุสูงสุดสำหรับการทำหรือต่อใบขับขี่ แต่เน้นที่ “สมรรถภาพทางร่างกาย” เป็นหลัก
  • ใบรับรองแพทย์คือหัวใจสำคัญ: ผู้สูงอายุจำเป็นต้องใช้ใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าไม่มีโรคต้องห้ามที่ส่งผลต่อการขับขี่
  • การทดสอบร่างกายเข้มข้นขึ้น: การวัดสายตาและปฏิกิริยาตอบสนองทางเท้ามีความสำคัญมากในการพิจารณาต่ออายุ
  • ประกันรถยนต์ห้ามขาด: ความเสี่ยงตามวัยมีสูง การมี ประกันรถยนต์ชั้น 1 ช่วยคุ้มครองทั้งชีวิตและทรัพย์สินได้ดีที่สุด

กฎหมายกำหนดไว้ไหม? ใบขับขี่ทำได้ถึงอายุเท่าไหร่

หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวลือว่า “อายุ 70 ปี ห้ามขับรถ” หรือ “อายุเยอะแล้วจะโดนยึดใบขับขี่” ความจริงแล้ว ตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบกในปัจจุบัน ยังไม่มีกฎหมายกำหนดเพดานอายุสูงสุด สำหรับผู้ขอรับหรือขอต่ออายุ ใบขับขี่ รถยนต์ ส่วนบุคคล นั่นหมายความว่า ตราบใดที่คุณยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ร่างกายแข็งแรง และผ่านการทดสอบสมรรถภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด คุณก็ยังสามารถขับรถได้อย่างถูกกฎหมาย ไม่ว่าตัวเลขจะระบุอายุเท่าไหร่ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีการจำกัดตัวเลขอายุ แต่สิ่งที่เข้มงวดขึ้นคือ “การตรวจประเมินสุขภาพ” ยิ่งอายุมากขึ้น ความเสื่อมถอยของร่างกายย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจและการตอบสนองบนท้องถนน ดังนั้น การคัดกรองจึงเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของตัว ผู้สูงอายุขับรถ เองและเพื่อนร่วมทาง


ขั้นตอนการ “ต่ออายุใบขับขี่” สำหรับผู้สูงอายุ (อัปเดตล่าสุด)

ขั้นตอนการต่ออายุใบขับขี่สำหรับผู้สูงอายุ

สำหรับผู้ที่ ใบขับขี่ หมดอายุ หรือใกล้จะหมดอายุ และมีความกังวลเรื่องขั้นตอนการต่ออายุ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัย ขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด แต่ต้องเตรียมความพร้อมมากกว่าปกติเล็กน้อย ดังนี้

1. จองคิวผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue

ในยุคปัจจุบัน การ Walk-in อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อความสะดวก แนะนำให้ลูกหลานช่วยจองคิวผ่านแอปฯ DLT Smart Queue โดยเลือกหัวข้อ “ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ” เพื่อระบุวันและเวลาที่จะเข้าไปดำเนินการที่สำนักงานขนส่ง

2. ขอใบรับรองแพทย์ (สำคัญมาก)

นี่คือด่านที่สำคัญที่สุด สำหรับผู้ที่มีอายุมาก แพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าท่านมีโรคร้ายแรงที่เป็นอุปสรรคต่อการขับรถหรือไม่ ตามกฎหมายใหม่ ใบรับรองแพทย์ต้องมีอายุไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคต้องห้าม 5 โรคหลัก ได้แก่:

  • โรคเท้าช้าง
  • วัณโรคในระยะแพร่กระจาย
  • โรคเรื้อน
  • โรคพิษสุราเรื้อรัง
  • โรคติดยาเสพติดให้โทษ
  • และที่สำคัญ: ต้องไม่มีอาการของโรคทางระบบประสาท หรือโรคที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ ซึ่งแพทย์จะซักประวัติอย่างละเอียดในผู้สูงอายุ

3. อบรมภาคทฤษฎี (อบรมใบขับขี่ออนไลน์)

เพื่อลดความแออัดและอำนวยความสะดวก ท่านสามารถเข้าอบรมผ่านระบบ ใบขับขี่ออนไลน์ (DLT e-Learning) ได้ที่บ้าน โดยหลักสูตรการต่ออายุจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เนื้อหาจะเน้นเรื่องกฎจราจรที่อัปเดตใหม่ และการขับขี่อย่างปลอดภัย เมื่ออบรมเสร็จให้แคปหน้าจอผลการผ่านการอบรมไว้เป็นหลักฐาน (มีอายุ 6 เดือน)

4. ทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ณ สำนักงานขนส่ง

เมื่อถึงวันนัดหมาย ผู้สูงอายุจะต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพ ซึ่งจุดนี้คือจุดชี้วัดว่าจะได้ไปต่อหรือไม่ การทดสอบประกอบด้วย:

  • ทดสอบการมองเห็นสี: เพื่อแยกแยะไฟจราจร (แดง เหลือง เขียว)
  • ทดสอบสายตาทางลึก: เพื่อกะระยะความห่างในการแซงหรือจอด
  • ทดสอบสายตาทางกว้าง: สำคัญมากสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อดูมุมมองด้านข้าง
  • ทดสอบปฏิกิริยาเท้า (ความไวในการเบรก): ผู้ทดสอบต้องเหยียบเบรกทันทีที่เห็นสัญญาณไฟแดง หาก คน แก่ ขับ รถ มีการตอบสนองช้ากว่าเกณฑ์ อาจไม่ผ่านการทดสอบในส่วนนี้

สัญญาณเตือน! เมื่อไหร่ที่ “ผู้สูงอายุ” ควรวางมือจากการขับรถ

แม้กฎหมายจะอนุญาตให้ทำ ใบขับขี่ ได้โดยไม่จำกัดอายุ แต่ในทางปฏิบัติ ลูกหลานหรือตัวผู้สูงอายุเองควรหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนทางร่างกาย ที่บ่งบอกว่าการขับรถอาจเริ่มไม่ปลอดภัยแล้ว:

  1. ปัญหาด้านการมองเห็น: เริ่มมองไม่ชัดในเวลากลางคืน แพ้แสงไฟหน้ารถสวน หรือกะระยะห่างผิดพลาดบ่อยครั้ง
  2. การตอบสนองช้าลง: เหยียบเบรกไม่ทัน ตัดสินใจลังเลเมื่อถึงทางแยก หรือสับสนเส้นทางที่คุ้นเคย
  3. ปัญหาการได้ยิน: ไม่ได้ยินเสียงแตร หรือเสียงไซเรนรถฉุกเฉิน
  4. อาการหลงลืม: จำกฎจราจรไม่ได้ หรือลืมวิธีใช้งานอุปกรณ์ในรถยนต์ชั่วขณะ
  5. ความเครียดและตื่นตระหนก: รู้สึกเครียดหรือเหนื่อยล้าผิดปกติหลังจากการขับรถระยะสั้นๆ

หากพบอาการเหล่านี้ การเปลี่ยนมาใช้บริการรถสาธารณะ หรือให้ลูกหลานขับให้ อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า


เทคนิคดูแลความปลอดภัยสำหรับ “คนแก่ขับรถ“

หากท่านยังแข็งแรงและมีความจำเป็นต้องขับรถ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างจะช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุได้:

หลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วนและกลางคืน

แสงสว่างที่ไม่เพียงพอและปริมาณรถที่หนาแน่น เพิ่มความเสี่ยงให้กับ ผู้สูงอายุขับรถ อย่างมาก ควรเลือกเดินทางในช่วงกลางวัน แสงแดดชัดเจน และการจราจรไม่ติดขัด

ตรวจเช็กสภาพรถยนต์ให้พร้อมเสมอ

รถยนต์ที่ใช้งานต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด ทั้งระบบเบรก ยางรถยนต์ ไฟสัญญาณ และใบปัดน้ำฝน การนำรถเข้าศูนย์บริการตามระยะจะช่วยลดโอกาสรถเสียกลางทาง ซึ่งอาจสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้สูงอายุได้

ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย

รถยนต์รุ่นใหม่ๆ มักมีระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS) เช่น ระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Monitoring), ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ หรือกล้องมองรอบคัน สิ่งเหล่านี้เป็นตัวช่วยที่ดีเยี่ยมในการชดเชยปฏิกิริยาทางกายภาพที่ช้าลง


ความเสี่ยงสูงขึ้น ต้องเลือก “ประกันรถยนต์” อย่างไร?

เมื่ออายุมากขึ้น ความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุก็อาจเพิ่มขึ้นตามปัจจัยทางร่างกาย และเมื่อเกิดเหตุแล้ว ร่างกายของผู้สูงอายุมักเปราะบางกว่าวัยหนุ่มสาว การบาดเจ็บอาจรุนแรงและใช้เวลารักษานานกว่า ดังนั้น การเลือก ประกันรถยนต์ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของการคุ้มครองชีวิต

ประกันรถยนต์ชั้น 1 : ตัวเลือกที่ดีที่สุด

สำหรับผู้สูงอายุ ไม่มีอะไรดีไปกว่าความคุ้มครองที่ครอบคลุมที่สุด ประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองครบทุกมิติ:

  • คุ้มครองแบบไม่มีคู่กรณี: หากขับรถชนรั้ว ชนต้นไม้ หรือถอยชนเสาเอง ซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ประกันชั้น 1 เคลมได้
  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล: วงเงินค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีความสำคัญมากสำหรับผู้สูงวัย
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน: หลายกรมธรรม์มีบริการรถยก หรือช่างซ่อมฉุกเฉิน 24 ชม. ซึ่งช่วยให้อุ่นใจเมื่อต้องขับรถคนเดียว

ประกันรถยนต์ 2+ : ทางเลือกที่ประหยัดแต่คุ้มค่า

หากผู้สูงอายุใช้รถน้อย ขับเฉพาะในซอยแถวบ้าน และมั่นใจว่าไม่ขับรถเร็ว ประกันรถยนต์ 2+ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

  • คุ้มครองรถชนรถ (ต้องมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก)
  • คุ้มครองรถหายและไฟไหม้
  • เบี้ยประกันถูกกว่าชั้น 1 ค่อนข้างมาก

ประกันรถยนต์ 3+ : เน้นซ่อมเขา ซ่อมเรา (เฉพาะรถชนรถ)

เหมาะสำหรับรถเก่าที่ใช้งานมานาน ประกันรถยนต์ 3+ จะช่วยซ่อมรถเราและรถคู่กรณีเมื่อเกิดเหตุชนกัน แต่จะไม่คุ้มครองกรณีถอยชนเสาหรืออุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี

ข้อควรระวัง: บริษัทประกันบางแห่งอาจมีเงื่อนไขเรื่อง “อายุผู้ขับขี่” หรือการเพิ่มเบี้ยประกันสำหรับผู้ที่มีอายุเกิน 70 ปี ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อ ควรเช็กเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ละเอียด หรือปรึกษาโบรกเกอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่ตรงกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด


 

รับข้อเสนอพิเศษ ให้ประกันรถคุ้มครองทุกการเดินทาง ผ่อนประกันรถชั้น 1 0% ที่ SILKSPAN


สรุป: อายุเป็นเพียงตัวเลข ถ้า “สติ” และ “ร่างกาย” ยังพร้อม

สรุปแล้ว ใบขับขี่ทำได้ถึงอายุเท่าไหร่? คำตอบคือ ทำได้ตลอดชีพ ตราบเท่าที่ท่านยังผ่านการทดสอบสมรรถภาพและได้รับการรับรองจากแพทย์ กรมการขนส่งทางบกไม่ได้กีดกันผู้สูงอายุจากการขับรถ แต่เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นที่ตั้ง

สำหรับลูกหลาน การดูแลให้ผู้สูงอายุไป ต่ออายุใบขับขี่ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย การพาไปตรวจสุขภาพสายตา และการเลือก ประกันรถยนต์ ที่เหมาะสม คือการมอบเกราะป้องกันที่ดีที่สุดให้กับคนที่คุณรัก เพื่อให้ท่านยังคงมีความสุขกับการเดินทางได้อย่างอิสระและปลอดภัย

หากคุณกำลังมองหาความคุ้มครองที่อุ่นใจให้กับรถยนต์ของคุณหรือรถของผู้สูงอายุในบ้าน สามารถเปรียบเทียบเบี้ยประกันและค้นหาแผนประกันที่เหมาะสมที่สุดได้ที่ SILKSPAN เราพร้อมดูแลและให้คำแนะนำด้วยความเป็นมืออาชีพ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ใบขับขี่ตลอดชีพ (รุ่นเก่า) ต้องไปเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ไหม? 

A: หากท่านถือใบขับขี่ตลอดชีพอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยน หรือต่ออายุใหม่ สามารถใช้ได้ตลอดไป ยกเว้นกรณีที่บัตรชำรุด สูญหาย หรือต้องการเปลี่ยนเป็นบัตรสมาร์ทการ์ดรุ่นใหม่เพื่อใช้ขับรถในกลุ่มประเทศอาเซียน

Q: ผู้สูงอายุจำเป็นต้องสอบข้อเขียนหรือสอบขับรถใหม่หรือไม่? 

A: สำหรับการ ต่ออายุ ใบขับขี่ ปกติ (ต่อก่อนหมดอายุหรือหมดอายุไม่เกิน 1 ปี) ไม่ต้องสอบขับรถใหม่ แต่ต้องทำการทดสอบสมรรถภาพร่างกายและอบรมภาคทฤษฎีเท่านั้น แต่หากปล่อยให้ใบขับขี่ขาดเกิน 1 ปี หรือ 3 ปีขึ้นไป อาจจะต้องสอบข้อเขียนและสอบขับรถใหม่ตามลำดับ

Q: ประกันรถยนต์ชั้น 1 รับทำประกันให้ผู้สูงอายุสูงสุดถึงกี่ปี? 

A: โดยทั่วไปประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ไม่ได้จำกัดอายุผู้ขับขี่ อย่างเคร่งครัดเหมือนประกันสุขภาพ แต่บางบริษัทอาจมีการพิจารณาเบี้ยประกัน หรือค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) เพิ่มเติม แนะนำให้เช็กเงื่อนไขรายบริษัท หรือใช้บริการเปรียบเทียบประกันออนไลน์เพื่อหาข้อเสนอที่ดีที่สุด

Q: ทำใบขับขี่ ออนไลน์ ได้ทุกขั้นตอนเลยไหม? 

A: ไม่ได้ทุกขั้นตอนครับ ท่านสามารถทำได้เพียง “การจองคิว” และ “การอบรมภาคทฤษฎี (e-Learning)” ผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น ส่วนการ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การถ่ายรูป และการชำระค่าธรรมเนียม ยังจำเป็นต้องเดินทางไปดำเนินการที่สำนักงานขนส่งด้วยตัวเองครับ


เขียนโดย : SILKSPAN ADVISOR
เผยแพร่วันที่ : 04/12/2025
รับข้อเสนอพิเศษ

จองสิทธิ์ประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์ รับส่วนลดสูงสุด 30% กว่า 20 บริษัทชั้นนำ

  1. ต่ออายุล่วงหน้า รับส่วนลดเพิ่ม สูงสุดกว่า 500 บาท
  2. ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนเงินสด ได้สูงสุด 10 เดือน
  3. ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
  4. ฟรีรถใช้ระหว่างซ่อม หรือ เบิกค่าเดินทาง 1,000 บาท

กรอกข้อมูล เพื่อ “รับข้อเสนอพิเศษ” ต่อประกันรถยนต์

ปรึกษาประกันรถยนต์ สอบถามได้เลยผ่าน LINE SILKSPAN

กำลังโหลด