วิธีใช้ใบขับขี่ดิจิทัลแทนบัตรจริง 2569 หมดปัญหาลืมใบขับขี่
เคยไหม? รีบออกจากบ้านขับรถไปทำธุระ เจอด่านตรวจ แล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า “ลืมเอากระเป๋าสตางค์มา” หรือ “ลืมใบขับขี่ไว้ในกระเป๋าอีกใบ” ในอดีตสถานการณ์นี้อาจทำให้คุณต้องเสียเวลาเจรจาหรือโดนค่าปรับ แต่ในยุคดิจิทัลปี 2569 นี้ ปัญหานี้จะหมดไปหากคุณมีใบขับขี่ดิจิทัล หรือใบขับขี่บนมือถือที่สามารถใช้แสดงแทนบัตรจริงได้ทันที
กรมการขนส่งทางบก ได้พัฒนาระบบใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า DLT QR Licence มาอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกวิธีใช้ใบขับขี่ดิจิทัล ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เงื่อนไขการใช้งาน และไขข้อข้องใจสำคัญที่ว่า “ตำรวจยังยึดใบขับขี่ได้อยู่ไหม?”
Key Takeaways
- ใช้แทนบัตรจริงได้ กฎหมายรับรองแล้ว สามารถเปิดแอปแสดงให้เจ้าหน้าที่ดูได้ทันที ไม่มีความผิดฐานไม่พกใบขับขี่
- ต้องเป็นบัตร Smart Card ผู้ที่จะลงทะเบียนแอปได้ ต้องถือใบขับขี่รุ่นใหม่ที่มี QR Code หลังบัตรเท่านั้น (รุ่นกระดาษต้องไปเปลี่ยนก่อน)
- ห้ามแคปหน้าจอ หรือรูปที่ถูกบันทึกเก็บไว้ การแสดงผลต้องเปิดผ่านแอปพลิเคชัน DLT QR Licence แบบ Real-time เท่านั้น รูปถ่ายหรือภาพแคปหน้าจอใช้ไม่ได้
- ตำรวจยึดบัตรไม่ได้ กฎหมายใหม่ระบุชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่จราจรไม่มีอำนาจยึดใบอนุญาตขับขี่ แต่สามารถตัดแต้มความประพฤติผ่านระบบออนไลน์ได้
- ประกันรถยนต์ยอมรับ ใช้เป็นหลักฐานยืนยันตัวตนผู้ขับขี่ในการแจ้งเคลมประกันได้ตามปกติเหมือนบัตรตัวจริง
ใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) คืออะไร? ใช้แทนบัตรจริงได้จริงหรือ?
ใบขับขี่ดิจิทัล หรือที่หลายคนค้นหาด้วยคำว่า ใบขับขี่ดิจิตอล คือรูปแบบเสมือนของใบอนุญาตขับรถที่แสดงผลผ่านหน้าจอสมาร์ตโฟน โดยต้องใช้งานผ่านแอปพลิเคชันของภาครัฐที่ชื่อว่า DLT QR Licence เท่านั้น (การถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในอัลบั้มรูป หรือแคปหน้าจอ ไม่สามารถ ใช้แสดงแทนตามกฎหมายได้)
กฎหมายใบขับขี่ 2569 ยืนยัน ใช้แทนได้ 100%
ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2562 และที่มีการอัปเดตบังคับใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันปี 2569 ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้ขับขี่สามารถแสดงใบอนุญาตขับรถด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (ใบขับขี่ดิจิทัล) ต่อเจ้าพนักงานจราจรได้ โดยถือว่ามีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับการแสดงใบขับขี่ตัวจริงทุกประการ
ดังนั้น หากคุณลืมใบขับขี่ตัวจริงไว้ที่บ้าน แต่มีแอปพลิเคชันนี้ในมือถือ ก็สามารถขับรถได้อย่างสบายใจ ไม่ถือว่ามีความผิดฐานไม่พกใบอนุญาตขับขี่
เช็กเงื่อนไขก่อนใช้ ใครบ้างที่ทำ “ใบขับขี่ดิจิทัล” ได้?
แม้เทคโนโลยีจะสะดวกสบาย แต่ก็มีเงื่อนไขสำคัญหนึ่งข้อที่ผู้ขับขี่ต้องรู้ก่อนจะโหลด แอปใบขับขี่ดิจิตอล มาใช้งาน นั่นคือ “รูปแบบของบัตรใบขับขี่ปัจจุบันของคุณ”
ต้องเป็นใบขับขี่แบบ Smart Card เท่านั้น
ระบบ DLT QR Licence จะรองรับเฉพาะผู้ที่มีใบขับขี่รุ่นใหม่ที่เป็นพลาสติกแข็ง หรือ Smart Card (ที่มีแถบแม่เหล็กและ QR Code ด้านหลังบัตร) เท่านั้น หากคุณยังถือใบขับขี่รุ่นเก่าที่เป็นบัตรกระดาษเคลือบ หรือรุ่นตลอดชีพแบบเก่าที่ไม่มี QR Code ด้านหลัง คุณจะไม่สามารถลงทะเบียนใช้งานระบบนี้ได้
ทางแก้สำหรับคนถือบัตรรุ่นเก่า : คุณต้องไปดำเนินการขอเปลี่ยนใบขับขี่เป็นแบบ Smart Card ที่สำนักงานขนส่งพื้นที่ใกล้บ้านก่อน สามารถจองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ผ่านแอป DLT Smart Queue ได้ เมื่อได้บัตรรุ่นใหม่ที่มี QR Code แล้ว จึงจะสามารถเข้าสู่ขั้นตอนการลงทะเบียนใช้งานใบขับขี่ดิจิทัลได้
How-to วิธีลงทะเบียนและวิธีใช้ใบขับขี่ดิจิทัล

เมื่อคุณมีใบขับขี่แบบ Smart Card พร้อมแล้ว ขั้นตอนการเปลี่ยนให้มันมาอยู่ในมือถือทำได้ง่ายๆ ดังนี้:
1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
ค้นหาคำว่า DLT QR Licence ใน App Store (สำหรับ iOS) หรือ Google Play Store (สำหรับ Android) และกดติดตั้ง
2. ลงทะเบียนเข้าใช้งาน
- เปิดแอปพลิเคชัน เลือก “ลงทะเบียน”
- กรอกข้อมูลเลขบัตรประจำตัวประชาชน และอีเมล
- ระบบจะส่งรหัส OTP มาให้ทางอีเมลเพื่อยืนยันตัวตน
- ตั้งรหัสผ่าน 6 หลัก (PIN) เพื่อความปลอดภัยในการเข้าใช้งานครั้งต่อไป
3. สแกน QR Code หลังบัตร
- เลือกเมนู “เพิ่มใบอนุญาตขับรถ”
- สแกน QR Code ที่อยู่ด้านหลังใบขับขี่ตัวจริงของคุณ
- เมื่อสแกนสำเร็จ ระบบจะแสดงภาพใบขับขี่เสมือนจริงบนหน้าจอมือถือทันที
วิธีใช้งานเมื่อเจอด่านตรวจ
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขอดูใบอนุญาตขับขี่ ให้คุณเปิดแอป DLT QR Licence ใส่รหัส PIN และเปิดหน้าบัตรแสดงให้เจ้าหน้าที่ดูได้เลย เจ้าหน้าที่อาจทำการสแกน QR Code บนหน้าจอของคุณเพื่อตรวจสอบสถานะในระบบฐานข้อมูลว่าเป็นบัตรที่ยังไม่หมดอายุและไม่ถูกเพิกถอน
มากกว่าแค่โชว์บัตร ฟีเจอร์เด็ดของแอป DLT QR Licence
แอปพลิเคชันนี้ไม่ได้มีประโยชน์แค่ตอนเจอด่านตรวจเท่านั้น แต่กรมการขนส่งทางบกได้ออกแบบฟีเจอร์อื่นๆ เพื่อความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ในปี 2569 ดังนี้
1. ระบบแจ้งเตือนวันหมดอายุ
ไม่ต้องมานั่งจำหรือคอยพลิกดูบัตรอีกต่อไป แอปจะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อใบขับขี่ของคุณใกล้หมดอายุ ทำให้คุณวางแผนไปต่ออายุได้ทันเวลา ซึ่งการต่ออายุล่วงหน้าสำคัญมากต่อความคุ้มครองของ ประกันภัยรถยนต์
2. ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการแพทย์
คุณสามารถบันทึกข้อมูลกรุ๊ปเลือด ประวัติการแพ้ยา หรือสิทธิการรักษาพยาบาลไว้ในแอปได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากหากเกิดอุบัติเหตุและเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องการข้อมูลเร่งด่วน
3. แชร์พิกัดขอความช่วยเหลือ (SOS)
ในกรณีรถเสียหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถใช้ฟีเจอร์ในแอปเพื่อส่งพิกัดตำแหน่งปัจจุบัน (GPS) ไปยังบุคคลที่เราระบุไว้ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้
ไฮไลท์สำคัญ ตำรวจ “ไม่มีอำนาจยึดใบขับขี่” อีกต่อไป?
นี่คือประเด็นที่หลายคนเข้าใจผิด หรือยังสับสนอยู่ ตามกฎหมายจราจรฉบับใหม่ (พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 140/1) ได้มีการปรับเปลี่ยนอำนาจของเจ้าพนักงานจราจร โดยระบุสาระสำคัญว่า
“เจ้าพนักงานจราจรไม่มีอำนาจเรียกเก็บหรือยึดใบอนุญาตขับขี่ของผู้ขับขี่”
แล้วถ้าทำผิดกฎจราจร จะโดนอะไร?
แม้ตำรวจจะยึดบัตรไปไม่ได้ แต่หากคุณทำผิดกฎจราจร เจ้าหน้าที่จะดำเนินการออกใบสั่งให้แทน โดยอาจเป็นการออกใบสั่งกระดาษ หรือส่งไปรษณีย์ตามไปที่บ้าน และจะมีการตัดคะแนนความประพฤติในระบบดิจิทัลแทน
การใช้ใบขับขี่ดิจิทัลจึงสอดคล้องกับกฎหมายใหม่นี้อย่างสมบูรณ์ เพราะเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลและตัดแต้มผ่านระบบออนไลน์ได้โดยไม่ต้องยึดบัตรพลาสติกของคุณไปเก็บไว้ที่โรงพักเหมือนสมัยก่อน
ใบขับขี่ดิจิทัล กับ ประกันรถยนต์ สัมพันธ์กันอย่างไร?
หลายคนสงสัยว่า ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วเราไม่มีใบขับขี่ตัวจริง มีแต่แบบดิจิทัล บริษัทประกันรถยนต์จะคุ้มครองไหม?
คำตอบคือ คุ้มครองตามปกติ บริษัทประกันภัยยึดถือความมีผลตามกฎหมาย หากกฎหมายบอกว่าใบขับขี่ดิจิทัลใช้แทนได้ ประกันก็ต้องยอมรับเช่นกัน สิ่งที่สำคัญกว่ารูปแบบของบัตร คือ “สถานะของบัตร”
- บัตรหมดอายุ หากใบขับขี่หมดอายุ และคุณเป็นฝ่ายผิด ประกันภาคสมัครใจ (เช่น ชั้น 1) ส่วนใหญ่จะไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถของคุณ (แต่ยังคุ้มครองคู่กรณีและบุคคลภายนอกตามกฎหมาย)
- ไม่มีใบขับขี่เลย หากไม่เคยทำใบขับขี่มาก่อน ประกันจะไม่คุ้มครองเลยในกรณีที่คุณเป็นฝ่ายผิด
ดังนั้น การมีแอป DLT QR Licence ที่ช่วยเตือนวันหมดอายุ จึงเป็นตัวช่วยที่ดีมากที่จะทำให้คุณไม่พลาดการต่ออายุ และรักษาสิทธิความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ไว้ได้อย่างครบถ้วน
มองหาความคุ้มครองที่อุ่นใจกว่า
การมีใบขับขี่ดิจิทัลช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างถูกกฎหมาย แต่การมีประกันรถยนต์ที่ดี จะช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างไร้กังวล หากคุณกำลังมองหาประกันรถยนต์ชั้น 1 ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ประกันรถยนต์ชั้น 3+ และประกันรถยนต์ชั้น 3 ที่เหมาะกับการใช้งาน และรองรับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล สามารถเปรียบเทียบเบี้ยประกันและความคุ้มครองจากบริษัทชั้นนำกว่า 20 แห่งได้ที่ SILKSPAN เราพร้อมช่วยคุณเลือกแผนที่ใช่ ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง
สรุป
การใช้ใบขับขี่ดิจิทัล หรือ DLT QR Licence คือมาตรฐานใหม่ของผู้ขับขี่ในปี 2569 ที่ช่วยแก้ปัญหาการลืมพกบัตรได้อย่างตรงจุด ถูกต้องตามกฎหมาย และใช้งานได้จริงทั่วประเทศ เพียงแค่คุณมีใบขับขี่แบบ Smart Card และสมาร์ตโฟน ก็สามารถลงทะเบียนใช้งานได้ทันที นอกจากจะสะดวกแล้ว ยังช่วยรักษาสิทธิ์พึงมีพึงได้ของคุณ ทั้งในแง่กฎหมายจราจรและความคุ้มครองจากประกันรถยนต์อีกด้วย ใครยังไม่มี รีบโหลดติดเครื่องไว้ อุ่นใจกว่าแน่นอน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ถ้าแบตมือถือหมด เปิดแอปใบขับขี่ดิจิทัลไม่ได้ ตำรวจจะจับไหม?
A: หากคุณไม่สามารถแสดงใบอนุญาตขับขี่ได้ไม่ว่าในรูปแบบใด (บัตรจริง หรือ แอป) เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ออกใบสั่งข้อหา “ไม่พกพาใบอนุญาตขับขี่” ได้ ดังนั้นควรเตรียมพร้อมเรื่องแบตเตอรี่ หรือพกบัตรจริงสำรองไว้ในรถเสมอ
Q: แคปหน้าจอ (Screen Capture) ใบขับขี่ในแอป ไว้โชว์ตำรวจได้ไหม?
A: ไม่ได้ กรมการขนส่งทางบกระบุชัดเจนว่า ต้องแสดงผ่านแอปพลิเคชัน DLT QR Licence แบบ Real-time เท่านั้น เพื่อป้องกันการปลอมแปลงแก้ไขภาพ
Q: ใบขับขี่ตลอดชีพ ใช้แอปนี้ได้ไหม?
A: ใช้ได้ แต่ต้องเป็นใบขับขี่ตลอดชีพที่เป็นแบบ Smart Card (รุ่นใหม่) แล้วเท่านั้น หากเป็นบัตรรุ่นกระดาษเคลือบ ต้องไปขอเปลี่ยนเป็น Smart Card ที่ขนส่งก่อน
Q: ใช้ใบขับขี่ดิจิทัล ยื่นเคลมประกันได้หรือไม่?
A: ได้ บริษัทประกันภัยยอมรับหลักฐานใบขับขี่ดิจิทัลในการแจ้งเคลมและตรวจสอบความถูกต้องของผู้ขับขี่ตามกฎหมาย