เบี้ยดีโดนใจ ประกันภัยชั้น 1 เบี้ยเริ่ม 750 บาท/เดือน พิเศษรับส่วนลดสูงสุด 30% เช็กเบี้ยที่นี่ กับ SILKSPAN

5 สิ่งที่คนล้างรถเองมักจะเข้าใจผิด ! ข้อมูลวงในจากพนักงานคาร์แคร์


พนักงานคาร์แคร์เผย 5 สิ่งที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการล้างรถ

เผย 5 สิ่งที่พนักงานคาร์แคร์ไม่เคยบอกคุณ ! เคยสงสัยกันไหม ? ทำไมเวลานำรถเข้าไปทำความสะอาดที่ร้านคาร์แคร์ แล้วรถถึงออกมาเงาวิบวับเหมือนกับได้รถใหม่ แต่เมื่อลองมาล้างด้วยตนเอง นอกจากจะไม่เงาแวววาวเหมือนกับที่ร้านคาร์แคร์ล้างรถให้ ในบางจุดกลับคราบที่เกิดขึ้น ทำให้รถไม่สะอาดเหมือนอย่างที่หวังเอาไว้ บทความนี้เราจะมาเผยจุดที่คุณพลาดไป ด้วยข้อมูลวงในจากพนักงานร้านคาร์แคร์ ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

 

คาร์แคร์ คืออะไร ?

“ร้านคาร์แคร์” เป็นผู้ให้บริการดูแลความสะอาดรถยนต์ บริการของแต่ละร้านก็จะแตกต่างกันออกไป บ้างก็เน้นไปที่การล้างรถเพียงอย่างเดียว บ้างก็เป็นศูนย์ให้บริการแบบครบวงจร มีทั้งการล้างรถ การซ่อมบำรุง เช็คระยะ ไปจนถึงการ ต่อ พรบ. รถ จุดเด่นของการล้างรถที่ร้านคาร์แคร์ ก็จะเป็นอุปกรณ์ที่ครบครัน มีทั้งเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง น้ำยาเคลือบ เครื่องดูดฝุ่น เครื่องอบไอน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรค เป็นต้น ดำเนินการด้วยผู้เชี่ยวชาญ ที่เข้าใจวิธีการล้างรถที่ถูกต้อง นั่นจึงทำให้ผลลัพธ์ที่ได้จากการล้างรถที่คาร์แคร์ เป็นสิ่งที่คนรักรถส่วนมากต่างก็พึงพอใจนั่นเอง

 

ทำไมการล้างรถผิดวิธีถึงเป็นปัญหา ?

สำหรับบางคนอาจคิดว่า การนำรถเข้าไปล้างที่ร้านคาร์แคร์เป็นสิ่งที่สิ้นเปลือง และมองว่าการล้างรถเองก็ไม่เห็นจะยากตรงไหน ซึ่งก็เป็นแนวคิดที่ไม่ได้ผิดอะไร แต่ถ้าลงมือล้างรถด้วยตนเอง ด้วยความเข้าใจผิด ๆ และวิธีการที่ไม่ถูกต้อง นอกจากจะไม่ได้ทำให้รถสะอาดเหมือนใช้บริการล้างคาร์แคร์ อาจมาพร้อมกับผลเสียต่าง ๆ อีกหลายอย่างที่ตามมา อาทิเช่น รอยขนแมวบนตัวรถ , คราบน้ำที่ฝังแน่นล้างยังไงก็ไม่ออก , เกิดกลิ่นอับภายใน กรณีที่หนักหน่อยก็อาจทำให้สีของรถเกิดความเสียหาย เป็น รอยด่าง สีดูซีดไม่เงางาม เป็นต้น

 

พนักงานคาร์แคร์เผย ! 5 จุดที่คนล้างรถพลาดบ่อยที่สุด

มาดูกันเลย ว่าทำไมร้านคาร์แคร์ล้างรถได้อย่างเอี่ยมอ่อง แล้วทำไมเมื่อเราลองกลับมาล้างเองแล้ว ถึงไม่สามารถทำให้รถสะอาดได้เหมือนกับที่ร้านคาร์แคร์ทำ โดยจากการสอบถามกับพนักงานจากร้านคาร์แคร์ ผู้มีประสบการณ์ล้างรถอย่างชำนาญ ได้เผยว่านอกจากเรื่องของอุปกรณ์ที่ต่างกันแล้ว ยังมี 5 จุดที่คนล้างรถเองมักจะมองข้ามไป ซึ่งส่งผลให้ผลลัพธ์ของการล้างรถออกมาไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น แถมยังส่งผลเสียต่อตัวรถในระยะยาวอีกด้วย ดังนี้

1. ใช้ฟองน้ำหรือผ้าเช็ดผิดประเภท

สิ่งแรกที่มีคนพลาดกันบ่อย ๆ ก็จะเป็นในส่วนของ ตัวฟองน้ำที่ใช้ล้างรถ และ ผ้าสำหรับเช็ดรถ ซึ่งไม่ใช่ว่าจะใช้ฟองน้ำล้างจานที่หาซื้อได้ทั่วไป หรือ ผ้าชนิดอะไรมาเช็ดรถก็ได้ ต้องเป็นฟองน้ำที่ถูกออกแบบมาเพื่อล้างรถโดยเฉพาะเท่านั้น เพราะถ้าเป็นฟองน้ำคุณภาพต่ำทั่วไป อาจทำให้รถเกิด “รอยขนแมว” ได้ และผ้าที่ใช้เช็ดรถก็ต้องเป็นผ้าที่ถูกออกแบบเพื่อเช็ดรถโดยเฉพาะ เช่น ผ้าไมโครไฟเบอร์ , ผ้าชามัวร์ หรือ ผ้านาโน เป็นต้น

2. ล้างรถกลางแดดแรง ๆ

มีหลายคนเข้าใจผิด คิดว่าการล้างรถกลางแดดแรง ๆ ความร้อนของแสงแดด จะทำให้รถแห้งเร็ว ไม่ต้องลำบากมาคอยเช็ดคราบน้ำ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิดมหันต์ เพราะเมื่อล้างรถกลางแดด ตัวรถจะสะสมความร้อนแล้วทำให้น้ำยาล้างรถระเหยเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้เกิด “คราบน้ำ” บนตัวรถ คราบเหล่านี้อาจเกาะแน่นจนล้างไม่ออก ส่งผลให้สีของรถขาดความสวยงาม ดูเป็นรอยด่างในบริเวณที่มีคราบน้ำได้

รับข้อเสนอพิเศษ ให้ประกันรถคุ้มครองทุกการเดินทาง ผ่อนประกันรถชั้น 1 0% ที่ SILKSPAN

3. ล้างรถจากล่างขึ้นบน

การล้างรถควรจะเริ่มจาก “บนลงล่าง” เท่านั้น ไม่ควรทำจากล่างขึ้นบน เนื่องจากส่วนล่างของรถจะมีสิ่งสกปรกสะสมอยู่มากกว่า โดยเฉพาะคราบฝุ่นคราบดิน หากเป็นการใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ควรฉีดไล่จากด้านบนลงมาด้านล่าง เพื่อให้สิ่งสกปรกต่าง ๆ ค่อย ๆ ไหลลงมาจนหมด ถ้าฉีดจากล่างขึ้นบน อาจทำให้สิ่งสกปรกไปค้างอยู่บนตัวรถ เมื่อถึงขั้นตอนของการเช็ดรถ สิ่งสกปรกเหล่านั้นอาจไปเกาะบนผ้าเช็ดรถ จนเกิดรอยขีดข่วนบนตัวรถได้

4. ใช้น้ำยาล้างจานแทนน้ำยาล้างรถ

น้ำยาสำหรับการใช้ล้างรถ ควรจะต้องเป็น “น้ำยาล้างรถ” จริง ๆ เท่านั้น แชมพู , สบู่ หรือ น้ำยาล้างจาน ไม่สามารถทดแทนกันได้ด้วยประการทั้งปวง การใช้น้ำยาล้างจานเพื่อล้างรถ จะเป็นการทำลายผิวนอกสุดของสีรถ โดยเฉพาะในส่วนของชั้นแว็กซ์ที่เคลือบให้รถดูเงางาม แถมยังเป็นสาเหตุของการเกิดคราบด่างบนตัวรถอีกด้วย เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อต้องล้างรถ ต้องใช้น้ำยาสำหรับล้างรถโดยเฉพาะเท่านั้น

5. ไม่เช็ดรถให้แห้งหลังล้างเสร็จ

เรื่องสุดท้ายที่มีหลาย ๆ คนตกม้าตายมาแล้วนักต่อนัก ไม่ว่าขั้นตอนการล้างรถที่ทำจะสมบูรณ์แค่ไหน ใช้ฟองน้ำคุณภาพดี ล้างรถจากบนลงล่าง เลือกใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อบำรุงสีรถ แต่ ! ไม่ยอม “เช็ดรถให้แห้ง” หลังล้างเสร็จ สุดท้ายแล้วรถสุดรักสุดหวงของคุณ ก็จะคราบน้ำเกิดขึ้นบนตัวรถ เนื่องจากในน้ำประปาที่เราใช้ ๆ กัน มีแร่ธาตุที่เรามองไม่เห็นอยู่เยอะพอสมควร เมื่อปล่อยให้โดยไม่เช็ดให้ดี ก็จะส่งผลให้เป็นคราบเกาะฝังแน่นบนตัวรถ และอย่าลืมว่า ผ้าที่ใช้เช็ดรถหลังล้างเสร็จ ต้องเป็นผ้าชนิดพิเศษสำหรับเช็ดรถเท่านั้น !

พนักงานคาร์แคร์เผย 5 สิ่งที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการล้างรถ

แค่ล้างรถให้ถูกวิธี ก็ช่วยถนอมสีรถไปได้นานขึ้น

หากมีความตั้งใจแน่วแน่แล้ว ว่าจะล้างรถด้วยตัวเอง สิ่งที่ต้องมีอย่างแรกคืออุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการล้างรถ อาจจะไม่ต้องเหมือนกับที่ร้านคาร์แคร์ใช้ทุกชิ้นก็ได้ ขอเพียงเป็นสิ่งที่เหมาะสำหรับใช้กับตัวรถก็เพียงพอ และที่สำคัญคือความเข้าใจถึงวิธีล้างรถที่ถูกต้อง เพื่อให้การล้างรถเป็นการถนอมสีของรถให้สวยงามไปได้อีกนานเท่านาน เคล็ดลับเพิ่มเติมคือ ล้างรถเป็นประจำทุก 7 ถึง 10 วัน อย่าปล่อยให้มีคราบสกปรกเกาะแน่นบนตัวรถ และถ้าอยากให้รถดูเงางาม ควรใช้น้ำยาเคลือบสีรถเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

 

บทส่งท้าย

เกร็ดความรู้จากบทความนี้ สามารถทำให้คุณสามารถล้างรถเอง ให้ออกมาสะอาด เงางาม ไร้ริ้วรอย เพียงเข้าใจถึงความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการล้างรถ พร้อมปรับปรุงคุณภาพของอุปกรณ์ที่ใช้ล้างรถ เพียงเท่านี้การล้างรถก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากอีกต่อไป ถึงคุณภาพอาจจะไม่เท่ากับที่ร้านคาร์แคร์มอบให้ก็ตาม สำหรับบทความนี้ก็จบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากใครที่ชื่นชอบบทความที่มีประโยชน์เช่นนี้ SILKSPAN พร้อมนำเนื้อหาดี ๆ มาเสิร์ฟคุณถึงที่ บทความถัดไปจะน่าสนใจเพียงใด ต้องรอติดตาม !


เขียนโดย : SILKSPAN ADVISOR
เผยแพร่วันที่ : 29/04/2025
รับข้อเสนอพิเศษ

จองสิทธิ์ประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์ รับส่วนลดสูงสุด 30% กว่า 20 บริษัทชั้นนำ

  1. ต่ออายุล่วงหน้า รับส่วนลดเพิ่ม สูงสุดกว่า 500 บาท
  2. ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนเงินสด ได้สูงสุด 10 เดือน
  3. ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
  4. ฟรีรถใช้ระหว่างซ่อม หรือ เบิกค่าเดินทาง 1,000 บาท

กรอกข้อมูล เพื่อ “รับข้อเสนอพิเศษ” ต่อประกันรถยนต์

ปรึกษาประกันรถยนต์ สอบถามได้เลยผ่าน LINE SILKSPAN

กำลังโหลด