เบี้ยดีโดนใจ ประกันภัยชั้น 1 เบี้ยเริ่ม 750 บาท/เดือน พิเศษรับส่วนลดสูงสุด 30% เช็กเบี้ยที่นี่ กับ SILKSPAN

เช็คระยะรถยนต์ ต้องเช็คอะไรบ้าง ? จำเป็นต้องนำรถเข้ารับการเช็คหรือไม่ ?


Main_เช็คระยะรถยนต์ ต้องเช็คอะไรบ้าง จำเป็นต้องเช็คไหม

หากคุณมีรถยนต์เป็นของตัวเองแล้ว หลีกเลี่ยงไม่ได้กับการที่ต้องมาได้ยินคำว่า “เช็คระยะรถยนต์” โดยสำหรับรถใหม่ที่เพิ่งถอยออกมา ในบางโชว์รูมอาจมอบบริการเช็คระยะเป็นบริการเสริม ซึ่งจะมีการนัดหมายเพื่อนำรถเข้ามาเช็คระยะเมื่อถึงช่วงเวลาที่กำหนด ว่าแต่… การเช็คระยะคืออะไรกันนะ ? ในระหว่างการเช็คจะมีการตรวจสอบอะไรบ้าง ? แล้วจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องนำรถเข้ามาเช็คระยะ ? ทุกข้อสงสัยบทความนี้จะมาคลี่คลายให้ทั้งหมด

 

Key Takeaways

  • การเช็คระยะรถยนต์ช่วยบำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ป้องกันอะไหล่สึกหรอก่อนเวลาอันควร และช่วยประหยัดค่าซ่อมบำรุงในระยะยาว
  • ควรนำรถเข้ารับการเช็คระยะตามเงื่อนไขที่ถึงก่อนเสมอ ไม่ว่าจะยึดตามระยะทาง (เช่น ทุก 10,000 กม.) หรือยึดตามระยะเวลา (เช่น ทุก 6 เดือน)
  • รถยนต์ใหม่จำเป็นต้องเช็คระยะตามเงื่อนไขของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้การรับประกันตัวรถ (Warranty) หลุด
  • การเช็คระยะสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และช่วยให้การเคลมประกันภัยเป็นไปอย่างราบรื่น

 

เช็คระยะรถยนต์ คืออะไร ? ทำไมต้องนำรถเข้ารับการเช็คระยะ

การเช็คระยะรถยนต์ หากเทียบกับมนุษย์แล้ว ก็คงไม่ต่างอะไรจากการ “ตรวจสุขภาพ” โดยจะเป็นการตรวจสอบอะไหล่ต่าง ๆ ของตัวรถ ว่าเกิดการสึกหรอจากการใช้งานหรือไม่ มีส่วนไหนที่จำเป็นต้องได้รับการซ่อมบำรุงหรือเปล่า ซึ่งการตรวจสอบจะขึ้นอยู่กับสถานที่บริการ ความละเอียดของการตรวจสอบอาจจะแตกต่างกันออกไป วัตถุประสงค์หลักของการเช็คระยะก็คือ เพื่อให้รถมีความพร้อมต่อการใช้งานมากที่สุด จะได้ตอบสนองต่อการขับขี่ สร้างความปลอดภัยบนท้องถนน และ ยังยืดอายุการใช้งานของตัวรถอีกด้วย

นอกจากนี้ สำหรับรถที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปีขึ้นไป นอกจากการเช็คระยะสม่ำเสมอแล้ว เจ้าของรถยังต้องนำรถไปตรวจสภาพที่ ตรอ. เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการต่อภาษีประจำปีอีกด้วย

ตารางเช็คระยะรถยนต์และค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน SILKSPAN ได้สรุปตารางการเช็คระยะมาตรฐาน พร้อมรายการที่ต้องตรวจสอบหรือเปลี่ยนถ่าย และประมาณการค่าใช้จ่ายในแต่ละรอบ ดังนี้

ระยะเวลา / ระยะทาง

รายการตรวจเช็คและเปลี่ยนถ่ายอะไหล่

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

6 เดือน / 10,000 กม. ตรวจเช็คทั่วไป, เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง และไส้กรอง, เช็คระบบเบรก, เติมน้ำยาฉีดกระจก 1,500 – 3,000 บาท
12 เดือน / 20,000 กม. รายการตรวจเช็ค 10,000 กม., เปลี่ยนกรองอากาศเครื่องยนต์, เปลี่ยนกรองแอร์ห้องโดยสาร, สลับยางและถ่วงล้อ 2,500 – 4,500 บาท
24 เดือน / 40,000 กม. รายการตรวจเช็คใหญ่, เปลี่ยนน้ำมันเบรก, เปลี่ยนน้ำมันเกียร์, เปลี่ยนหัวเทียน, ตรวจเช็คสายพานและระบบช่วงล่าง 5,000 – 10,000+ บาท

หมายเหตุ: ค่าใช้จ่ายอาจมีความแตกต่างกันออกไปตามยี่ห้อ รุ่นรถ ประเภทของน้ำมันเครื่อง และศูนย์บริการที่เลือกใช้

คำแนะนำจากช่างผู้เชี่ยวชาญ: “แม้รถของคุณจะไม่ได้ขับไปไหนไกล แต่สารเคมีและน้ำมันเคมีต่าง ๆ ภายในเครื่องยนต์สามารถเสื่อมสภาพได้ตามกาลเวลา การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและเช็คระยะตามกำหนดเวลาจึงสำคัญไม่แพ้เรื่องระยะทางครับ”

ระหว่างการเช็คระยะรถยนต์ จะมีการตรวจสอบอะไรในรถบ้าง ?

เนื่องจากเป็นบริการที่มีค่าใช้จ่าย การเช็คระยะรถยนต์ของศูนย์บริการแต่ละแห่ง ก็อาจจะมีรายละเอียดของการตรวจสอบที่ต่างกันบ้าง รวมถึง “ระยะเวลา” ของการเช็คระยะแต่ละครั้ง ก็มีความจำเป็นต้องตรวจสอบที่ต่างกันออกไป แต่โดยรวมแล้วในทุก ๆ ครั้งที่นำรถเข้ารับการเช็คระยะที่ศูนย์บริการ ก็จะมีการตรวจสอบดังต่อไปนี้

  • ตรวจเครื่องยนต์ เช็คว่าเครื่องยนต์ยังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ มีเสียงแปลก ๆ ระหว่างการใช้งานไหม ท่อควันดำหรือไม่ ระบบส่งกำลังเป็นอย่างไร เป็นต้น
  • ตรวจของเหลวในรถ ไม่ว่าจะเป็น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำยาหล่อเย็น หรือ น้ำมันเฟืองท้าย ส่วนไหนที่มีของเหลวที่จำเป็นกับตัวรถ ก็จะมีการตรวจสอบ และ เปลี่ยนถ่ายทั้งหมด
  • ตรวจระบบไฟฟ้า เช็คระบบไฟฟ้าภายในรถยนต์ทั้งหมด เน้นไปที่ แบตเตอรี่ ว่ามีการทำงานที่เต็มที่หรือไม่ กำลังไฟอ่อนลงไหม และ เปิดไฟทุกดวงในรถเพื่อเช็คว่าใช้งานได้ปกติหรือไม่ เป็นต้น
  • ตรวจสอบระบบเบรก เช็คไปที่ผ้าเบรกว่าเพียงพอไหม ความสะอาดเป็นอย่างไร มีสนิมหรือไม่ สายเบรก น้ำมันเบรก เบรกมือ ทุกอย่างที่กล่าวไปทำงานได้ปกติหรือไม่ เป็นต้น
  • ตรวจสอบช่วงล่างและยาง โช้คอัพยวบไหม แข็งเกินไปหรือเปล่า ศูนย์ถ่วงล้อคลาดเคลื่อนจากเดิมหรือไม่ และ เช็คสภาพยางรถยนต์ ดอกยางสึกหรอมากน้อยเพียงใด พร้อมใช้งานแค่ไหน
  • ตรวจสอบระบบปรับอากาศ เช็คความสะอาดของแผ่นกรอง ปริมาณของน้ำยาแอร์ และ การทำงานของคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศภายในรถ

รับข้อเสนอพิเศษ ให้ประกันรถคุ้มครองทุกการเดินทาง ผ่อนประกันรถชั้น 1 0% ที่ SILKSPAN

ควรต้องเช็คระยะรถยนต์เมื่อไหร่ ? คำแนะนำสำหรับรถใช้บ่อย vs รถจอดนาน

การใช้รถยนต์หนึ่งคันก็เหมือนกับการวิ่งมาราธอน เมื่อใช้งานไปสักระยะ ก็จำเป็นต้องนำรถเข้ามารับการเช็คระยะรถยนต์ เปรียบเสมือนกับจุด Check Point โดยหลักการสำคัญคือ “เงื่อนไขใดถึงก่อน ให้ยึดตามเงื่อนไขนั้น”

  • กลุ่มรถใช้งานบ่อย (ขับทุกวัน/ระยะทางไกล): ควรยึดเกณฑ์ “ระยะทาง” เป็นหลัก เช่น ครบทุก 10,000 กิโลเมตร ให้นำรถเข้าเช็คระยะทันที เนื่องจากชิ้นส่วนต่าง ๆ ผ่านการใช้งานหนัก มีโอกาสสึกหรอสูงกว่า
  • กลุ่มรถจอดนาน (ไม่ค่อยได้ขับ/ใช้น้อย): ควรยึดเกณฑ์ “ระยะเวลา” เป็นหลัก เช่น ครบทุก 6 เดือน แม้ระยะทางจะวิ่งไปเพียง 2,000–3,000 กิโลเมตรก็ตาม เพราะน้ำมันเคมี แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนยาง สามารถเสื่อมสภาพได้เองตามธรรมชาติ

หากไม่นำรถเข้าเช็คตามระยะ จะเสี่ยงกับอะไรบ้าง ?

การละเลยไม่นำรถเข้ารับการเช็คระยะตามกำหนด ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายให้เครื่องยนต์ แต่ยังนำมาซึ่งผลกระทบร้ายแรงหลายประการ ได้แก่

  1. อาจถูกยกเลิกประกันภัยชิ้นส่วนตัวรถ: สำหรับรถใหม่ป้ายแดง หากไม่นำรถเข้าเช็คระยะตามเงื่อนไขของผู้ผลิต ศูนย์บริการอาจยกเลิกการรับประกันชิ้นส่วนตัวรถทันที หากเกิดปัญหาในภายหลังคุณจะต้องจ่ายค่าซ่อมเองทั้งหมด
  2. บานปลายกลายเป็นค่าซ่อมมหาศาล: อะไหล่บางชิ้นที่มีราคาหลักร้อย หากไม่เปลี่ยนตามระยะ อาจส่งผลกระทบให้ชิ้นส่วนหลักในเครื่องยนต์พังเสียหาย จนต้องจ่ายค่าซ่อมหลักหมื่นหรือหลักแสน
  3. เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ: การไม่เช็คระบบเบรก สภาพยาง หรือระบบช่วงล่าง อาจทำให้เกิดเหตุขัดข้องกะทันหันขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

เช็คระยะรถยนต์ที่ไหน ? ทำเองที่บ้านได้หรือเปล่า

การเช็คระยะรถยนต์ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญจะดีกว่า เพราะรถยนต์ยิ่งมีอายุการใช้งานที่มากเท่าไหร่ ก็จำเป็นจะต้องมีการดูแลรักษาที่มากขึ้น บางอย่างหากสามารถทำได้ด้วยตนเอง ก็สามารถจัดการได้เลย เช่น การทำความสะอาด การเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน และ พฤติกรรมการขับขี่ทีถนอมตัวรถ ถึงอย่างไรเมื่อถึงระยะเวลาที่เหมาะสม ก็ควรต้องนำรถเข้าไปเช็คระยะกับศูนย์บริการใกล้ตัวคุณ เนื่องจากจะได้รับการดูแลที่ครอบคลุมมากกว่า จะใช้ศูนย์บริการของยี่ห้อรถยนต์ที่คุณใช้ หรือ ศูนย์บริการอื่น ๆ ก็ได้เช่นเดียวกัน

เช็คระยะรถยนต์ที่ไหนดี ? ศูนย์บริการ VS อู่นอก

การเลือกว่าจะนำรถไปเช็คระยะที่ไหนดี ขึ้นอยู่กับอายุของตัวรถและงบประมาณของคุณ โดยมีความแตกต่างดังนี้

  • เช็คระยะที่ศูนย์บริการ: เหมาะสำหรับรถใหม่ที่ยังอยู่ในระยะรับประกัน (1-5 ปีแรก) ข้อดีคือได้อะไหล่แท้ตรงรุ่น ช่างมีความชำนาญเฉพาะยี่ห้อ มีประวัติการบำรุงรักษาชัดเจนซึ่งช่วยให้ขายต่อได้ราคาดี แต่จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า
  • เช็คระยะที่อู่นอก หรือศูนย์บริการด่วน: เหมาะสำหรับรถที่หมดระยะรับประกันแล้ว ข้อดีคือค่าใช้จ่ายย่อมเยากว่า สามารถเลือกเกรดอะไหล่ได้ตามงบประมาณ แต่ต้องเลือกอู่ที่น่าเชื่อถือและมีช่างที่ไว้ใจได้

 

Sub_เช็คระยะรถยนต์ ต้องเช็คอะไรบ้าง จำเป็นต้องเช็คไหม

การเช็คระยะรถ กับ ตรวจสภาพรถ เหมือนกันไหม แตกต่างกันอย่างไร ?

ยังมีหลายคนเข้าใจผิด เกี่ยวกับ การเช็คระยะรถยนต์ที่ศูนย์บริการ กับการตรวจสภาพรถที่ ตรอ. แม้จะเป็นการนำรถเข้ารับการตรวจสภาพคล้าย ๆ กัน แต่ที่จริงแล้วทั้งสองเป็นการตรวจสภาพรถยนต์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ในหลาย ๆ ด้าน อาทิเช่น

  • ความถี่ในการตรวจ การเช็คระยะจะทำทุก ๆ 6 เดือน หรือ 5,000 ถึง 10,000 กิโลเมตร แต่สำหรับ การตรวจสภาพรถยนต์ที่ ตรอ. สำหรับรถยนต์ที่ใช้งานเกิน 7 ปี จะต้องตรวจทุก ๆ ปี
  • วัตถุประสงค์ การเช็คระยะจะเป็นการเช็คเพื่อความปลอดภัย ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับตัวรถ ส่วนการตรวจสภาพรถที่ ตรอ. มีเอาไว้เพื่อนำไปต่อภาษีรถยนต์ประจำปี อ้างอิงตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก
  • ผู้รับหน้าที่ตรวจสอบ การเช็คระยะทำได้ที่ศูนย์บริการ หรือ อู่สำหรับ จะเป็นช่างเทคนิคที่มีความชำนาญด้านตัวรถ ส่วนการตรวจสภาพรถที่ ตรอ. จะเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ที่จะต้องได้รับใบอนุญาตเท่านั้น
  • ข้อบังคับตามกฎหมาย การเช็คระยะไม่มีกฎหมายบังคับ แต่ก็ควรเข้ารับการเช็คตามวงรอบ ส่วนรถยนต์ที่มีอายุเกินกว่า 7 ปี ทุกคัน จะต้องตรวจสภาพที่ ตรอ. เพื่อต่อภาษีในทุก ๆ ปี มีกฎหมายบังคับชัดเจน

เช็คระยะรถสม่ำเสมอ ส่งผลดีต่อประกันภัยรถยนต์อย่างไร ?

รู้หรือไม่ว่า การดูแลเช็คระยะรถยนต์อย่างต่อเนื่องไม่ได้ส่งผลดีแค่กับตัวเครื่องยนต์เท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อเรื่องประกันรถยนต์ อีกด้วย ดังนี้

  • ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุและการเคลม: รถที่มีสภาพสมบูรณ์ สภาพเบรกและยางพร้อมใช้งาน จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ทำให้คุณประวัติการขับขี่ดี ไม่มีการเคลม
  • ช่วยให้ได้ส่วนลดเบี้ยประกัน: ผู้ใช้รถที่มีประวัติดี ไม่เคยแจ้งเคลมแบบมีคู่กรณี สามารถนำประวัติไปใช้เป็นส่วนลดเบี้ยประกันภัยปีต่อไป (No Claim Bonus) ได้สูงสุดถึง 50%
  • ไม่มีปัญหาเรื่องการเคลมประกัน: หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน การมีประวัติการดูแลเช็คระยะรถอย่างถูกต้อง จะช่วยยืนยันว่าอุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากความประมาทในการปล่อยให้รถเสื่อมสภาพจนเกิดเหตุ ทำให้การพิจารณาอนุมัติเคลมเป็นไปได้อย่างราบรื่น

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเช็คระยะรถยนต์

1. เช็คระยะรถยนต์ ลืมนำรถไปเช็คตามกำหนด เป็นอะไรไหม?

หากเลื่อนการเช็คระยะออกไปเล็กน้อย (เช่น ไม่เกิน 1,000 กิโลเมตร หรือไม่เกิน 1 เดือน) มักจะไม่ส่งผลเสียร้ายแรง แต่หากเป็นรถใหม่ป้ายแดงที่ยังอยู่ในระยะรับประกัน อาจเสี่ยงต่อการถูกตัดสิทธิ์การรับประกันจากทางศูนย์บริการได้

2. รถวิ่งน้อยมาก นาน ๆ ขับที ต้องนำรถไปเช็คระยะไหม?

ยังคงต้องนำรถไปเช็คระยะตามกำหนดเวลา เช่น ทุกๆ 6 เดือน เนื่องจากของเหลวอย่างน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก รวมถึงชิ้นส่วนยางต่าง ๆ สามารถเสื่อมสภาพตามระยะเวลาได้ แม้รถจะไม่ถูกใช้งานก็ตาม

3. ซื้อรถมือสองมา ควรนำรถไปเช็คระยะเลยหรือไม่?

ควรนำรถไปเช็คระยะและเปลี่ยนถ่ายของเหลวทั้งหมด (น้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์, น้ำมันเบรก) ทันทีหลังซื้อ เพื่อเป็นการรีเซ็ตนับหนึ่งใหม่ และป้องกันปัญหาเครื่องยนต์ที่เจ้าของเดิมอาจไม่ได้ดูแลรักษาไว้

4. การเช็คระยะกับการไปตรวจสภาพรถที่ ตรอ. เหมือนกันไหม?

ไม่ใช่ การเช็คระยะคือการซ่อมบำรุงเปลี่ยนอะไหล่ตามรอบการใช้งาน ส่วนการตรวจสภาพรถที่ ตรอ. คือการตรวจสภาพรถเพื่อนำใบรับรองไปยื่นต่อภาษีประจำปีกับกรมการขนส่งทางบกสำหรับรถที่มีอายุเกินเกณฑ์

5. สามารถซื้ออะไหล่ไปให้ศูนย์หรืออู่เปลี่ยนในการเช็คระยะได้ไหม?

ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถานที่ อู่นอกส่วนใหญ่ยินยอมให้คิดเฉพาะค่าแรงได้ แต่ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการมักมีนโยบายต้องใช้อะไหล่แท้จากทางศูนย์เท่านั้น เพื่อให้รับประกันงานซ่อมได้อย่างถูกต้อง

 

บทส่งท้าย

เมื่อใช้รถมาได้สักระยะแล้ว การนำไปเช็คระยะรถยนต์ เป็นสิ่งที่ควรจะต้องทำอย่างยิ่งยวด เพราะจะช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับรถยนต์สุดรักสุดหวงของคุณได้อย่างยาวนาน หากมีส่วนไหนที่สึกหรอก็จะได้รับการดูแลซ่อมแซมอย่างรวดเร็ว เพียงเท่านี้รถยนต์คันโปรดของคุณก็จะอยู่กับคุณไปอีกนาน ๆ ไม่มีปัญหากวนใจระหว่างการใช้งานอีกด้วย 

และถ้าอยากให้ทุก ๆ การขับขี่อุ่นใจมากกว่าเดิม “ประกันภัยรถยนต์” เป็นสิ่งที่คุณควรมีติดรถเอาไว้ หากสนใจทำประกันแต่ไม่รู้จะซื้อที่ไหนดี SILKSPAN พร้อมเป็นคำตอบที่ดีที่สุด หากสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือ ขอคำแนะนำได้เลยตลอด 24 ชั่วโมง

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม


เขียนโดย : SILKSPAN MKT
เผยแพร่วันที่ : 09/09/2026
รับข้อเสนอพิเศษ

จองสิทธิ์ประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์ รับส่วนลดสูงสุด 30% กว่า 20 บริษัทชั้นนำ

  1. ต่ออายุล่วงหน้า รับส่วนลดเพิ่ม สูงสุดกว่า 500 บาท
  2. ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนเงินสด ได้สูงสุด 10 เดือน
  3. ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
  4. ฟรีรถใช้ระหว่างซ่อม หรือ เบิกค่าเดินทาง 1,000 บาท

กรอกข้อมูล เพื่อ “รับข้อเสนอพิเศษ” ต่อประกันรถยนต์

taff-call
“เช็คเบี้ยประกันรถฟรี 24 ชม.”
line

กำลังโหลด