เบี้ยดีโดนใจ ประกันภัยชั้น 1 เบี้ยเริ่ม 750 บาท/เดือน พิเศษรับส่วนลดสูงสุด 30% เช็กเบี้ยที่นี่ กับ SILKSPAN

ในกรณีที่รถไฟไหม้ ยังได้รับความคุ้มครองจากประกันรถยนต์หรือไม่


รถไฟไหม้ ประกันรถยนต์จ่ายไหม ประกันชั้นไหนคุ้มครองบ้าง ?

โจรปล้นบ้าน 10 ครั้ง ไม่เท่ากับไฟไหม้แค่ครั้งเดียว สำนวนไทยที่กล่าวถึงความน่ากลัวของปัญหาเพลิงไหม้ได้เป็นอย่างดี กลับกันถ้าสิ่งที่ถูกไฟไหม้ไม่ใช่บ้าน แต่เปลี่ยนมาเป็นรถยนต์ของเราล่ะ จะเป็นอย่างไร ? ด้วยข้อสงสัยในรูปแบบนี้ที่เกิดขึ้น ทำให้บทความนี้ SILKSPAN ของเรา มาพร้อมกับประเด็นเกี่ยวกับ “รถไฟไหม้” ที่เกี่ยวข้องกับ “ประกันรถยนต์” มาดูกันเลยว่า เมื่อเกิดไฟไหม้ตัวรถ ประกันภัยรถยนต์ของคุณจะให้ความคุ้มครองมากแค่ไหน และ จะต้องทำประกันชั้นอะไร ถึงจะได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่ามากที่สุด

 

ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับความคุ้มครองของประกันรถยนต์ เมื่อเกิดเหตุการณ์รถไฟไหม้

การทำประกันรถยนต์นอกจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ยังสามารถคาดหวังถึงความคุ้มครองในกรณีอื่น ๆ ที่สามารถทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวรถได้อีกด้วย ถ้าถามว่าถ้าไฟไหม้แล้วจะได้รับความคุ้มครองหรือไม่ ? คำตอบคือ “ได้รับความคุ้มครอง” แต่ ! เฉพาะประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 , ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 และ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ เท่านั้น โดยความเสียหายจากเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจาก เกิดการลุกไหม้จากภายในตัวรถเอง หรือ จากสาเหตุภายนอกอย่างเช่น ไฟไหม้บ้านแล้วลามมาไหม้รถ ก็จะให้ความคุ้มครองตามเงื่อนไขของประกันภัยที่คุณเลือกซื้อติดรถเอาไว้ ยกเว้นเฉพาะสถานการณ์สงครามเท่านั้น ที่คุณจะไม่ได้รับความคุ้มครองในเงื่อนไขเกิดเพลิงไหม้

 

รถไฟไหม้เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยว่า “รถยนต์ไม่ได้ติดไฟกันง่ายขนาดนั้น” อาจเป็นเพราะสื่อบันเทิงต่าง ๆ ที่นำเสนอภาพที่ รถยนต์เมื่อชนกันแล้วเกิดระเบิด หรือ ถูกยิงถังน้ำมันแล้วระเบิด ตามความจริงแล้วรถยนต์ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี ให้การติดไฟจากภายในตัวรถเกิดขึ้นได้ยากมาก ๆ ถ้าเป็นในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุ ถึงโอกาสจะน้อยเพียงใด แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดไฟไหม้จากภายในรถเช่นเดียวกัน ในส่วนของสาเหตุก็สามารถยกตัวอย่างได้ดังนี้

  • เกิดการรั่วไหลของระบบเชื้อเพลิง รวมถึงของเหลวอื่น ๆ ภายในรถ เช่น น้ำมันเบรก น้ำมันเกียร์ เป็นต้น
  • ไฟฟ้าลัดวงจรภายในตัวรถ จนอาจทำให้เกิดประกายไฟ ส่วนมากพบบริเวณแบตเตอรี่
  • เครื่องยนต์มีความร้อนสูงเกินไป ส่งผลให้ของเหลวต่าง ๆ ภายในรถเกิดการติดไฟ รวมถึงชิ้นส่วนต่าง ๆ บางชิ้นอาจติดไฟขึ้นมาได้
  • ในรถไฟฟ้าอาจพบกรณีที่เกิดไฟไหม้ระหว่างการชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งเกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจร และ การเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่

การติดตั้งอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสม พบบ่อยในกรณีของรถที่ใช้แก๊ส ที่ติดตั้งอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน และ การรั่วซึมของแก๊สที่ใช้

รับข้อเสนอพิเศษ ให้ประกันรถคุ้มครองทุกการเดินทาง ผ่อนประกันรถชั้น 1 0% ที่ SILKSPAN

ความคุ้มครองที่จะได้รับจากประกันภัยรถยนต์ เมื่อเกิดเหตุการณ์รถไฟไหม้

แม้จะมีประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองในกรณีรถไฟไหม้ แต่อย่างที่รู้กันดีว่าปัญหานี้เมื่อเกิดขึ้น ค่อนข้างจะเป็นเรื่องใหญ่ มากกว่าแค่การเคลมประกันเฉี่ยวชนทั่ว ๆ ไป ซึ่งความคุ้มครองที่จะได้รับถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน โดยแบ่งตามความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถ ดังนี้

  • รถเสียหายในระดับที่ซ่อมแซมได้

เมื่อประเมินความเสียหายแล้วพบว่า ยังสามารถซ่อมแซมให้รถของคุณกลับมาใช้งานได้ดังเดิม กรณีนี้คุณสามารถเลือกได้ว่า จะรับการซ่อมแซมจากให้รถกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ซึ่งในระหว่างการซ่อมแซม จะได้รับรถยนต์มาใช้ทดแทนไปก่อน (ในกรณีประกันชั้น 1 เท่านั้น) หรือ จะเลือกรับเงินชดเชยจากทางบริษัทประกันรถยนต์ ก็ได้เช่นเดียวกัน

  • เสียหายจนไม่สามารถกลับมาใช้งานได้

หากประเมินแล้วว่า สภาพรถของคุณยากที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ หรือ ค่าซ่อมแซมตัวรถนั้นสูงเกินกว่า 70% ของมูลค่ารถ กรณีนี้ระบุได้ว่า “เสียหายสิ้นเชิง” คุณจะได้รับความคุ้มครองเป็นเงินชดเชยเต็มจำนวน ที่ระบุเอาไว้ในส่วนของทุนประกัน โดยมีเงื่อนไขคือเป็นการยกซากรถ ให้กับบริษัทประกันรถยนต์ แต่ถ้าเก็บซากรถไว้กับตนเอง เงินชดเชยที่ได้ก็จะมีจำนวนลดน้อยลง

ในกรณีที่รถไฟไหม้ ยังได้รับความคุ้มครองจากประกันรถยนต์หรือไม่

รถติดแก๊สเมื่อเกิดเหตุรถไฟไหม้ ยังได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์หรือไม่ ?

แม้จะไม่ได้เป็นที่พูดถึงมาพอสมควรแล้ว สำหรับ “รถติดแก๊ส” ซึ่งเป็นการนำเอารถยนต์ ไปติดตั้งระบบที่จะจ่ายพลังงาน ด้วยแก๊ส LPG หรือ NGV ในอดีตเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีราคาเชื้อเพลิงที่ถูกกว่าน้ำมันที่ใช้กันทั่วไป ซึ่งรถติดแก๊สเองก็ยังได้รับความคุ้มครองจากประกันรถยนต์ ในกรณีที่รถเกิดไฟไหม้ หากพิสูจน์ได้ว่า อุปกรณ์ที่นำมาติดตั้งมีมาตรฐาน และ ผ่านการแจ้งต่อกรมการขนส่งทางบก รวมถึงแจ้งกับบริษัทประกันเรียบร้อยแล้ว

 

เอาตัวรอดอย่างไร ในสถานการณ์ที่รถไฟไหม้ระหว่างขับขี่ ?

ไฟไหม้เป็นสิ่งที่ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ ในขณะที่กำลังขับขี่ เมื่อเริ่มรู้ตัวแล้วว่า รถของเราอาจเกิดไฟไหม้ สิ่งแรกที่คุณจะสัมผัสได้ คือกลิ่นไหม้ที่ลอยมาจากแอร์รถ ไม่ต้องรอให้เห็นประกายไฟ หรือ ควันไฟ ก่อนอื่นให้ตั้งสติ นำรถเข้าจอดบริเวณไหล่ทาง ดับเครื่องยนต์ มองหาควันไฟ และ ต้นเพลิง แต่ ! ห้าม ! เปิดฝากระโปรงรถเป็นอันขาด ให้ใช้การแง้มฝากระโปรงขึ้นมาเล็กน้อยเท่านั้น หากพบว่ามีเพลิงไหม้ กรณีที่ไม่มีถังดับเพลิง ให้รีบถอยออกห่างจากตัวรถ โทรแจ้งดับเพลิง และบริษัทประกันรถยนต์ในทันที

 

บทส่งท้าย

อย่างที่เรากล่าวถึงอยู่เสมอ ว่าทุกปัญหาที่เกิดกับตัวรถมักจะมีสัญญาณแจ้งล่วงหน้า ปัญหารถไฟไหม้ก็เช่นเดียวกัน สัญญาณเตือนที่คุณต้องระวังคือ เห็นร่องรอยของเหลวต่าง ๆ ของรถที่เกิดการรั่วซึมหยดบนพื้น หรือ สังเกตเห็นสัญญาณเตือนว่าเครื่องยนต์ร้อนเกินไป เพียงคุณสังเกตกับสัญญาณเตือนเหล่านี้ ก็สามารถลดโอกาสเกิดความเสียหายได้แล้ว และสิ่งที่ผ่อนหนักให้กลายเป็นเบา ได้ในทุกสถานการณ์คือ “ประกันรถยนต์” ไม่ว่าจะเป็นรถสภาพใด การเลือกซื้อประกันภัยที่เหมาะสมติดรถเอาไว้เป็นสิ่งสำคัญเสมอ หากไม่รู้ว่าประกันแบบไหนคุ้มครองมากที่สุด หรือ ประกันแบบไหนเหมาะกับคุณ SILKSPAN พร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง


เขียนโดย : SILKSPAN ADVISOR
เผยแพร่วันที่ : 12/09/2024
รับข้อเสนอพิเศษ

จองสิทธิ์ประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์ รับส่วนลดสูงสุด 30% กว่า 20 บริษัทชั้นนำ

  1. ต่ออายุล่วงหน้า รับส่วนลดเพิ่ม สูงสุดกว่า 500 บาท
  2. ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนเงินสด ได้สูงสุด 10 เดือน
  3. ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
  4. ฟรีรถใช้ระหว่างซ่อม หรือ เบิกค่าเดินทาง 1,000 บาท

กรอกข้อมูล เพื่อ “รับข้อเสนอพิเศษ” ต่อประกันรถยนต์

ปรึกษาประกันรถยนต์ สอบถามได้เลยผ่าน LINE SILKSPAN

กำลังโหลด