เบี้ยดีโดนใจ ประกันภัยชั้น 1 เบี้ยเริ่ม 750 บาท/เดือน พิเศษรับส่วนลดสูงสุด 30% เช็กเบี้ยที่นี่ กับ SILKSPAN

หน้าฝนเสี่ยงน้ำท่วม! ประกันรถยนต์ชั้น 1, 2+, 3+ รับเคลมให้ไหม?


หน้าฝนเสี่ยงน้ำท่วม! ประกันรถยนต์ชั้น 1, 2+, 3+ รับเคลมให้ไหม?

น้ำท่วม ประกันคุ้มครองไหม

หน้าฝนปีนี้ฝนตกหนัก ตกชุก จนหลาย ๆ พื้นที่ต้องเจอกับเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ยิ่งใครที่ต้องใช้เส้นทางที่อยู่ในพื้นที่ต่ำอาจเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมได้ง่าย ๆ ที่อาจส่งผลให้คุณต้องขับรถลุยน้ำท่วมสูง จนทำให้เครื่องยนต์เสียหายและดับกลางทาง ซึ่งผลกระทบเหล่านี้ นอกจากจะสร้างปัญหาให้กับการเดินทางแล้ว ยังต้องเจอกับค่าซ่อมแสนแพง หากใครที่กำลังสงสัยอยู่ว่า ประกันรถยนต์ แต่ละประเภทที่ได้ทำเอาไว้ จะสามารถเคลมความเสียหายที่เกิดจากเหตุน้ำท่วมได้มากน้อยแค่ไหน เรามีคำตอบมาให้แล้ว! 

 

ขอบเขตความคุ้มครองในกรณีที่เกิดน้ำท่วม

  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 : เป็นกรมธรรม์ที่ครอบคลุมที่สุด เพราะจะคุ้มครองต่อทุกความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์และร่างกาย รวมไปถึง “ภัยพิบัติทางธรรมชาติ” ซึ่งเหตุการณ์น้ำท่วมก็จัดอยู่ในความคุ้มครองเช่นกัน แต่ทั้งนี้ต้องดูถึงเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย
    อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : ประกันชั้น1 คุ้มครองอะไรบ้าง แนะนำให้อ่านบทความนี้
  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+: จัดเป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองเกือบเทียบเท่ากับประกันรถยนต์ชั้น 1 แต่จ่ายเบี้ยประกันน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ประกันรถยนต์ชั้น 2+ อาจไม่มีการคุ้มครองภัยธรรมชาติในทุกกรมธรรม์ ดังนั้นอย่าลืมศึกษารายละเอียด หรือสอบถามให้แน่ใจก่อนการเลือกซื้อ
  • อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : ประกันชั้น2+ คุ้มครองอะไรบ้าง แนะนำแบบละเอียด
  • ประกันรถยนต์ชั้น 3+ : เช่นเดียวกับประกันรถยนต์ชั้น 2+ ในด้านของรายละเอียดการคุ้มครองภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วมเฉียบพลัน ซึ่งโดยปกติประกันเสริมชั้นนี้จะไม่ครอบคลุมความเสียหายในเรื่องนี้ แต่อาจมีบางแพ็กเกจที่มอบการคุ้มครองเสริมพิเศษ ดังนั้น การศึกษารายละเอียดของกรมธรรม์ก่อนเลือกซื้อ จะช่วยให้คุณได้แผนประกันราคาประหยัดที่ตรงใจมากที่สุด
    อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : ประกันชั้น3+ คุ้มครองอะไรบ้าง สรุปมาให้แบบเข้าใจง่าย

 

เรียนรู้ความเสียหายจากน้ำท่วม มีแบบไหนบ้างที่ประกันรับจ่าย?

 การสูญเสียโดยสิ้นเชิง (Total Loss)

          เป็นลักษณะของความเสียหายที่รถยนต์ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยบริษัทประกันจะทำการพิจารณาและประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น ว่ารถยนต์คันนั้น ๆ มีความเสียหายที่คุ้มค่ากับการซ่อมให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมหรือไม่ โดยเงื่อนไขการเคลม จะทำการจ่ายมูลค่าความเสียหายหลังประเมินอยู่ที่ 70-80% ของราคารถยนต์หรือทุนประกัน

          ตัวอย่าง:น้ำท่วมมิดคัน น้ำท่วมเกินคอนโซลหน้ารถ ประเมินแล้วว่าระดับน้ำสูงมากพอที่จะสร้างความเสียหายให้กับห้องโดยสารและเครื่องยนต์ 

ความเสียหายบางส่วน (Partial Loss)

          เป็นลักษณะความเสียหายที่บริษัทประเมินแล้วว่า สามารถซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานในสภาพปกติได้ โดยความเสียหายบางส่วนถือเป็นความรับผิดชอบของประกันที่จะซ่อมแซมรถยนต์คันที่ได้รับความเสียหาย และดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพื่อให้รถยนต์สามารถกลับมาใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ โดยครอบคลุมตั้งแต่เครื่องยนต์ ไปจนถึงการทำความสะอาดทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร  

ตัวอย่าง:เครื่องยนต์ดับ เนื่องจากน้ำท่วมแต่มีระดับที่ไม่สูงมาก ประเมินแล้วว่าสามารถซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ก็จะได้รับการเคลมในส่วนนี้

รับข้อเสนอพิเศษ ให้ประกันรถคุ้มครองทุกการเดินทาง ผ่อนประกันรถชั้น 1 0% ที่ SILKSPAN

 

กรณีศึกษา น้ำท่วมแบบนี้ประกันรับหรือไม่รับเคลม

          ถึงแม้ในบางกรมธรรม์จะให้การคุ้มครองหากได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม แต่ถ้าความเสียหายที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุบางอย่างที่ไม่เข้ากับเงื่อนไขของกรมธรรม์ ประกันก็จะไม่อนุมัติการเคลมค่าเสียหายรวมถึงไม่รับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย 

          แล้วกรณีแบบไหนที่ประกันรถยนต์ชั้น 1, 2+ และ 3+ จะคุ้มครองหรือไม่คุ้มครองบ้าง? เราหาคำตอบมาให้แล้ว 

  • น้ำท่วมจากภัยธรรมชาติ

          ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่จอดรถไว้เฉย ๆ หรืออยู่บนท้องถนนแต่ประสบกับภัยธรรมชาติ จนทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ส่งผลให้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถยนต์ได้ ทำให้น้ำเข้าจนเกิดความเสียหาย เครื่องยนต์ดับ หรืออาจท่วมจนมิดคัน สร้างความเสียหายทั้งหมด

          กรณีนี้ประกันรับเคลม!โดยจะพิจารณาลักษณะของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ว่าเป็นรูปแบบไหน สามารถเข้าขั้นตอนการเคลม และดูแลค่าเสียหายตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ในลำดับถัดไป

  • ขับลุยน้ำท่วมขังบนท้องถนน

          ความเสียหายที่เกิดจากความตั้งใจของผู้ขับขี่ โดยนำรถยนต์ไปลุยน้ำขังบนท้องถนน จนเป็นสาเหตุทำให้น้ำเข้าห้องเครื่อง ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าภายในรถยนต์เสียหาย เครื่องยนต์ดับ หรือตัดสินใจไปในเส้นทางที่มีระดับน้ำท่วมสูงมาก จนน้ำสามารถเข้ามาในห้องโดยสารทำให้เบาะรถ และวัสดุอื่น ๆ เกิดความเสียหาย ครอบคลุมไปถึงการขับรถยนต์ไปในเส้นทางที่มีการประกาศจากสื่อและภาครัฐแล้วว่า เป็นพื้นที่ที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม

          กรณีนี้ประกันไม่รับเคลม!หรือจ่ายเพียงแค่บางส่วนในกรณีที่รถยนต์มีประกันประเภทที่ 1 คุ้มครองอยู่ อย่างไรก็ตามยังต้องขึ้นอยู่กับการประเมินของบริษัทประกันอีกครั้งด้วย

 

วิธีเคลมน้่ำท่วม ประกันรถยนต์ชั้น 1, 2+ และ 3+

 

การเตรียมเอกสารและขั้นตอนการเคลมประกัน

          การเตรียมเอกสารให้พร้อม คือสิ่งที่ไม่ว่าประกันชั้น 1 ประกันรถยนต์ชั้น 2+ หรือ 3+ ต้องเตรียมให้ครบ หากต้องการเคลมประกันได้อย่างรวดเร็วที่สุด 

เอกสารที่ต้องใช้

  • เอกสารรถยนต์และกรมธรรม์ประกันภัย แนะนำให้ใช้เป็นฉบับสำรองและพกติดรถเอาไว้ เผื่อกรณีฉุกเฉิน
  • เอกสารที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของรถ เช่น ใบขับขี่ สำเนาบัตรประชาชน เป็นต้น
  • หลักฐานความเสียหายในขณะที่เกิดเหตุน้ำท่วม เพื่อใช้ประกอบการประเมินความเสียหายให้กับเจ้าหน้าที่ประกัน

ขั้นตอนการเคลมประกัน

  • ตรวจสอบกรมธรรม์และข้อพิจารณาที่เกี่ยวข้อง หากเข้าข่ายที่สามารถเคลมได้ก็สามารถเริ่มขั้นตอนถัดไปได้ทันที
  • ทำการติดต่อบริษัทประกันภัยโดยตรง
  • รอเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันเข้ามาตรวจสอบ และบันทึกความเสียหาย
  • เลือกอู่ หรือศูนย์ซ่อมรถ เพื่อทำการประเมินราคา
  • รอขั้นตอนการอนุมัติสำหรับซ่อมรถยนต์
  • นำรถยนต์ส่งซ่อมได้ทันที เมื่อผ่านการอนุมัติ

         เตรียมความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดได้ในช่วงมรสุม! แค่เปรียบเทียบและเลือกซื้อประกันรถยนต์ชั้นประหยัด 2+ และ 3+ กับ Silkspan พร้อมให้เราเป็นตัวแทนส่งต่อประกันที่ตรงใจ ตอบโจทย์ความคุ้มครองที่ครบ จบ ในราคาสุดคุ้ม สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมเช็กเบี้ยประกันตอนนี้ได้ที่ silkspan.com 

 


เขียนโดย : EcoMoney
เผยแพร่วันที่ : 22/11/2022
รับข้อเสนอพิเศษ

จองสิทธิ์ประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์ รับส่วนลดสูงสุด 30% กว่า 20 บริษัทชั้นนำ

  1. ต่ออายุล่วงหน้า รับส่วนลดเพิ่ม สูงสุดกว่า 500 บาท
  2. ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนเงินสด ได้สูงสุด 10 เดือน
  3. ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
  4. ฟรีรถใช้ระหว่างซ่อม หรือ เบิกค่าเดินทาง 1,000 บาท

กรอกข้อมูล เพื่อ “รับข้อเสนอพิเศษ” ต่อประกันรถยนต์

ปรึกษาประกันรถยนต์ สอบถามได้เลยผ่าน LINE SILKSPAN

กำลังโหลด