เครื่องหลวม ไม่ฟิต จะเปลี่ยนหรือซ่อมดี?


เครื่องหลวม ไม่ฟิต จะเปลี่ยนหรือซ่อมดี?

สำหรับคนมีรถเมื่อใช้ไปสักพักเข็มไมล์แตะเลข 150,000 km. ต้องเริ่มหมั่นตรวจสอบเครื่องยนต์กันบ่อยครั้งขึ้น จะนิ่งนอนใจเหมือนแต่ก่อนก็คงไม่ได้ ในคู่มือรถส่วนใหญ่ เครื่องยนต์เบนซินเกือบทุกบริษัทแนะนำไว้เหมือนกันหมด คือการตรวจเช็กครั้งใหญ่ที่ 150,000 km. perform valve job ต้องเช็กบ่าวาล์ว ซีลวาล์ว และตั้งวาล์ว ตลอดจนถึงตรวจสภาพแหวนลูกสูบ ระบบปั๊มต่างๆ ทั้งหมดนี้บริษัทรถยนต์เรียกรวมๆ ว่า Minor Overhaul

หลังจากนั้นหากเข็มไมล์แตะที่ 300,000 km. จะกำหนดเป็นตารางบำรุงรักษาระดับ Major Overhaul กันเลยทีเดียว ดังนั้นถ้าท่านให้ศูนย์บริการดูแลมาตลอด ใช้น้ำมันเครื่องระดับมาตรฐานที่ค่ายรถกำหนด สภาพเครื่องยนต์ก็จะเสื่อมสภาพไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ วิธีสังเกตอาการเครื่องหลวมเบื้องต้น คือรถเริ่มกินน้ำมันเครื่อง มีควันดำ ควันขาว ออกมากกว่าปกติ กำลังเครื่องตก รถใช้งานวิ่งมาเป็นแสนโล สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเครื่องยนต์เริ่มเสื่อมแล้ว ถึงเวลานี้ก็มีเพียง 2 ทางเลือกแล้วว่าจะซ่อม หรือเปลี่ยนดี

 

       ซ่อมเครื่อง หรือ โอเวอร์ฮอลล์ (Overhaul) ต้องยกเครื่องมาถอดออกแล้วใช้เครื่องมือช่างวัดทุกชิ้นส่วนอย่างละเอียด เช่น วัดความสึก และการกินกระบอกสูบ วัดความสึกของลูกสูบ ถ้าไม่ได้ตามค่ามาตรฐานที่โรงงานกำหนด หรือสึกเกินก็เปลี่ยน ชุดแหวนเปลี่ยนใหม่ ประเก็นฝาสูบเสื้อสูบเปลี่ยนใหม่ ระยะสึกของชาร์ฟก้านใช้เกจวัดสึกเกินค่าที่อยู่ในคู่มือก็เปลี่ยน ซีลข้อเหวี่ยง ซีลราวลิ้น ชุดซีลเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดไหนๆ ก็รื้อเเล้ว สายพานหน้าเครื่องเปลี่ยน แหวนรอง กรองน้ำมันเครื่องเปลี่ยนใหม่ ฯลฯ

       ทั้งหมดนี้ยังไม่รวมค่าแรงช่างนะครับ เตรียมเงินคร่าวๆ น่าจะ 15,000 – 30,000 บาท ขึ้นอยู่ว่าใช้อะไหล่แท้ หรืออะไหล่เทียม ทำแล้วเหมือนได้สภาพเครื่องคืนมา 80-90 เปอร์เซ็นต์ ถ้ามีอู่ที่ไว้ใจได้วิธีนี้นิยมทำกันครับ

 

       เปลี่ยนเครื่องใหม่ จริงๆ ก็ไม่ได้ใหม่กันหรอก ส่วนใหญ่ที่ยกเครื่องกันใหม่เป็นเครื่องมือ 2 คือเก่าคนอื่นแต่ใหม่ของเรา วิธีนี้มีความเสี่ยง ไม่รู้ว่าเครื่องที่ได้มานั้นจะใช้งานได้อีกนานเท่าไร หากเป็นรถบ้านจะซื้อมาใช้งานยาวๆ ก็ไม่แนะนำครับ เพราะเอามาใช้ก็ต้องเอามาซ่อมอีก เอาไว้ให้รถแต่งซิ่งเค้าไปโมดิฟายดีกว่า แต่ถ้าเป็นเครื่องใหม่แกะกล่องก็ไม่ว่ากัน หากเปลี่ยนเครื่องแล้วก็อย่าลืมไปแจ้งกรมการขนส่งทางบกด้วย

       “การเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไปจากที่ได้จดทะเบียนไว้ จะต้องนำไปให้นายทะเบียนตรวจสภาพก่อน การฝ่าฝืน เจ้าของรถจะมีความผิดตามมาตรา 60 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท”

เตรียมหลักฐานยื่นที่ขนส่ง

1. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

2. หลักฐานการได้มาของเครื่องยนต์ เช่น หนังสือรับรองการส่งบัญชีรับ และจำหน่ายเครื่องยนต์ หนังสือแจ้งจำหน่ายใบเสร็จรับเงินค่าเครื่องยนต์ ใบกำกับภาษีค่าเครื่องยนต์

3. หลักฐานประจำตัวเจ้าของรถ ได้แก่ ภาพถ่ายบัตรประจำตัว หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (แล้วแต่กรณี)

 

       สุดท้ายนี้คุณเท่านั้นที่ตัดสินใจแล้วว่าจะเปลี่ยน หรือซ่อมดี ศึกษาจากผู้รู้ให้รอบด้าน บทความนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ประกอบการตัดสินใจเท่านั้น แต่สำหรับผู้เขียนแล้วไม่นิยมเครื่องมือ 2 ครับ

ประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ ซื้อง่าย ราคาถูก แถมยังผ่อนได้นาน 10 เดือน คลิกดู


เขียนโดย : SILKSPAN ADVISOR
เผยแพร่วันที่ : 26/08/2016
บริการแจ้งเตือนผ่านช่องทางต่างๆ

กำลังโหลด