ViewContent อาบน้ำอุ่น หรือ น้ำเย็น แบบไหนดีกว่ากัน มีข้อดีต่างกันอย่างไร - SILKSPAN
SILKSPAN

อาบน้ำอุ่น หรือ น้ำเย็น แบบไหนดีกว่ากัน มีข้อดีต่างกันอย่างไร

อาบน้ำอุ่น-น้ำเย็น แบบไหนดีกว่ากัน

บางประเทศ ในฤดูหนาวคนจะนิยมอาบน้ำกันเพียงอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งเท่านั้น ในขณะที่ประเทศเมืองร้อนอย่างบ้านเรา การอาบน้ำนั้นถือเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และจากผลสำรวจคนไทยจะชอบอาบน้ำอุ่นมากกว่าน้ำเย็นแม้อากาศร้อนแค่ไหน ซึ่ง “อุณหภูมิของน้ำ” ก็มีผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพผิว ถ้าอย่างนั้นเราควรอาบน้ำอุ่นหรืออาบน้ำเย็น และแบบไหนดีต่อสุขภาพมากกว่ากัน?

ข้อดีของการอาบน้ำอุ่น

  1. นอกจากช่วยลดความเครียดที่สะสมระหว่างวันได้แล้ว ยังช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และลดอาการบวมปวดเมื่อยของร่างกายในส่วนต่างๆ ได้
  2. ทำให้เราอาบน้ำได้นานกว่าโดยไม่รีบร้อน และทำความสะอาดร่างกายได้มากกว่า
  3. ช่วยเปิดรูขุมขนผิวได้กว้างกว่าการอาบด้วยน้ำเย็น และทำให้สามารถชำระล้างสิ่งสกปรกตามรูขุมขนได้ดีกว่าด้วย
  4. สำหรับผู้หญิงในช่วงก่อนหรือมีประจำเดือน จะช่วยให้ระบบโลหิตไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น ลดอาการเกร็งของมดลูก และลดอาการปวดท้องที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน

หากคุณชอบอาบน้ำอุ่น น้ำที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียสขึ้นไปจะทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เหมาะกับใช้แก้อาการอ่อนเพลียแต่ไม่ควรจะอาบนานเกินไป เพราะจะทำให้ผิวแห้ง ผิวเหี่ยว หรืออาจทำให้ประสาทอ่อนล้า ง่วงซึม ไม่เหมาะยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้มีความดันผิดปกติ ส่วนน้ำอุ่นอุณหภูมิระหว่าง 27-37 องศาเซลเซียสจะช่วยกระตุ้นระบบประสาททำให้ร่างกายสบาย ลดเครียด แถมช่วยลดไข้ได้อีกด้วย

ข้อดีของการอาบน้ำเย็น

  1. ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า
  2. ปรับระบบประสาทและร่างกายตื่นตัวได้เร็วหลังจากตื่นนอน
  3. มีส่วนช่วยเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกาย
  4. ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
  5. ทำให้ผิวพรรณดูเนียนเรียบ และอิ่มน้ำตลอดเวลา

หากคุณชอบอาบน้ำเย็น ควรปรับอุณหภูมิให้ต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียส ระดับความเย็นนี้จะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อให้กระปรี้กระเปร่า รูขุมขนกระชับโดยเฉพาะระหว่างอาบน้ำถ้าใช้มือตบเบาๆ ไปทั่วร่างกาย จะช่วยกระตุ้นผิวและตื่นระบบประสาทให้ตื่นตัวได้ จะเห็นได้ว่าการอาบน้ำด้วยน้ำอุ่นและน้ำเย็นต่างมีข้อดีแตกต่างกันไป

เคล็ดลับการอาบน้ำ เพื่อสุขภาพที่ดี

  1. เลือกอาบน้ำเย็นในตอนเช้า เพื่อให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ตื่นตัว พร้อมเริ่มวันใหม่
  2. เลือกอาบน้ำอุ่นในตอนกลางคืน เพื่อคลายความเครียดสะสมมาทั้งวัน และช่วยให้นอนหลับได้ดี
  3. หากต้องการปลุกร่างกายให้สดชื่น สามารถใช้วิธีอาบน้ำอุ่นและอาบน้ำเย็นสลับกัน 10 นาที เพื่อกระตุ้นระบบหมุนเวียนโลหิตในร่างกาย
  4. ควรเริ่มจากปลายเท้าขึ้นไปกลางลำตัวเพื่อให้ร่างกายได้ปรับอุณหภูมิตัวเองก่อน และป้องกันการช็อคหมดสติ และอาการวูบฉับพลันระหว่างอาบน้ำ
  5. หลังออกกำลังกายควรรอครึ่งชั่วโมงก่อนอาบน้ำ
  6. ไม่ควรอาบน้ำหลังกินอาหารทันที เพราะอาจทำให้อาหารไม่ย่อย ควรรอไม่ต่ำกว่า 1-2 ชั่วโมง


กำลังโหลด