ViewContent ดื่มน้ำธรรมดา กับ น้ำเย็น ดี/เสีย ต่างกันอย่างไร - SILKSPAN
SILKSPAN

ดื่ม “น้ำธรรมดา” กับ “น้ำเย็น” ดี/เสีย ต่างกันอย่างไร

ดื่มน้ำธรรมดา กับ น้ำเย็น ดี/เสีย ต่างกันอย่างไร

เรามักได้ยินว่าการดื่มน้ำเย็นนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ด้วยอากาศบ้านเราที่มีแต่หน้าร้อน และหน้าร้อนกว่า เราก็อดที่จะดื่มน้ำเย็นไม่ได้ วันนี้มาไขข้อข้องใจกันหน่อยว่าจะดื่มน้ำเย็น หรือน้ำธรรมดาดี

การหายใจ

มีการทดลองกลุ่มเล็กๆ ในปี 1978 ได้ให้คน 15 คนดื่มน้ำเย็น พบว่าสารคัดหลั่งบริเวณโพรงจมูกเหนียวข้นขึ้น ทำให้หายใจไม่สะดวก แต่เมื่อให้ผู้ร่วมการทดลองดื่มน้ำร้อน และซุปไก่ กลับทำให้สามารถหายใจได้ดีขั้น นอกจากนี้ยังพบกว่าในผู้ป่วยโรคหวัด หรือไข้หวัดใหญ่ก็มีอาการคัดจมูกมากขึ้นเมื่อดื่มน้ำเย็น

อาการปวด

ในปี 2001 ได้มีการทดลองเพื่อหาว่า การดื่มน้ำเย็นมีผลต่ออาการปวดหัวไมเกรนหรือไม่ โดยให้ผู้ร่วมการทดลองดื่มน้ำเย็น 150 มิลลิลิตร การทดลองพบว่า 7.6% ของผู้เข้าร่วมการทดลองมีอาการปวดหลัง ส่วนผู้ที่มีอาการปวดไมเกรนในระยะ 1 ปี มีโอากาสปวดหัวเพิ่มขึ้น ส่วนผู้ที่เคยมีอาการปวดไมเกรนในระยะมากกว่า 1 ปี การดื่มน้ำเย็นดูจะไม่มีผลต่ออาการปวดไมเกรน

การกระหายน้ำ

การดื่มน้ำอุ่นจะช่วยลดความกระหายน้ำได้ แต่สำหรับอากาศร้อนบ้านเราหากการกระหายน้ำลดลง นั่นแปลว่าเราจะดื่มน้ำน้อยลงด้วย ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อร่างกายเพราะร่างการมีการเสียน้ำจากอากาศร้อนตลอดเวลา เมื่อดื่มน้ำน้อยลง จะทำให้เกิดอาการสูญเสียน้ำ และอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ

การออกกำลังกาย

จากการศึกษาพบว่าการดื่มน้ำเย็นระหว่างการออกกำลังกายจะช่วยให้อุณหภูมิของร่างกายไม่สูงจนเกินไป ทำให้ส่งผลดีต่อการออกกำลังกาย

การเผาผลาญ

การดื่มน้ำเย็นจะทำให้ร่างกายต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการรักษาความร้อน หรืออุณหภูมิของร่างกาย การดื่มน้ำเย็นใส่น้ำแข็ง 2 ลิตรต่อวัน จะช่วยเผาผลาญได้ถึง 70 กิโลแคลอรี่ทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำเย็นก็ไม่ใช่วิธีการลดน้ำหนัก

การย่อย

การดื่มน้ำอุ่นจะช่วยเสริมระบบการย่อยของร่างกายได้ดี และยังช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดดีขึ้น นอกจากนี้ยังไม่ควรดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหารเป็นเวลา 15 นาที ระหว่างรับประทานอาหาร และหลังอาหารเป็นเวลา 45 นาที เนื่องจากเป็นเวลาที่น้ำย่อยกำลังทำงาน น้ำที่ดื่มเข้าไปจะไปรบกวนการะทำงานของน้ำย่อยได้

ไต

การดื่มน้ำเย็นจะทำให้ไตต้องกรองน้ำที่เย็นออกเพื่อกำจัดความเย็น ทำให้เราปัสสาวะบ่อยขึ้น และหากดื่มน้ำน้อย จะทำให้เลือดข้น และหลอดเลือดไม่ยืดหยุ่น ซึ่งอาจทำให้ไขมัน และของเสียไปติดกับผนังของหลอดเลือด และเกิดอาการเส้นเลือดตีบได้


จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะดื่มน้ำธรรมดา น้ำอุ่น หรือน้ำเย็น ก็ล้วนมีทั้งข้อดีข้อเสีย ดังนั้นเราแต่ละคนควรจะต้องสังเกตร่างการของตัวเอง และเลือกดื่มน้ำให้สมดุลย์กับร่างกายของตัวเองในขณะนั้นๆ จะดีกว่า นอกจากนี้อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่ายกาย โดยเอาน้ำหนักของตัวคุณ คูณด้วย 33 ก็จะได้ปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวัน โดยที่หน่วยเป็น CC เช่น หาคุณน้ำหนัก 50 กิโลกรัม 50x33=1,650 CC ซึ่งเท่ากับ 1.65 ลิตร และควรค่อยๆ จิบตลอดวัน จะดีกว่าการดื่มน้ำครั้งละมากๆ นะ



กำลังโหลด