ViewContent เช็กสภาพรถด้วยตัวเองอย่างไรให้สภาพนางฟ้า ประหยัดค่าใช้จ่าย - SILKSPAN
SILKSPAN

เช็กสภาพรถด้วยตัวเองอย่างไรให้สภาพนางฟ้า ประหยัดค่าใช้จ่าย

ใครว่าการเช็กรถคือการให้ช่างเช็กตอนถึงระยะเท่านั้น จริงๆ แล้วคุณสามารถเช็กรถได้เองทุกครั้งที่ขับ หรือเมื่อมีเวลาว่าง แค่เช็ก 11 จุดตามนี้

1. น้ำมันเครื่อง

ควรอยู่ในระดับที่กำหนด

2. เรื่องของยาง

คุณควรเช็กยางปัดน้ำฝนว่าสภาพยังดีอยู่หรือไม่ ส่วนยางล้อรถก็ให้เช็กสภาพยาง ลมยาง และความลึกของร่องดอกยาง

3. น้ำยาหล่อเย็น

ควรอยู่ในระดับที่กำหนดเช่นกัน และควรเช็กให้มั่นใจก่อนการขับรถระยะไกล

4. ระบบไฟฟ้า

ส่วนที่ต้องใช้ไฟฟ้ามีอยู่หลายจุด คุณแค่เปิดไฟทั้งหมด แล้วเดินดูรอบรถว่าไฟติดทุกดวงหรือไม่ จากนั้นก็เช็กแบตเตอรี่โดยเริ่มจากความสะอาดและการต่อขั้วแบตภายนอกว่าเรียบร้อยดีหรือไม่ มีไฟเต็มสตาร์ทเครื่องได้ปกติหรือไม่ ถ้าเริ่มมีปัญหาการสตาร์ทก็ควรเอาไปเช็ก หรือเปลี่ยนแบต เวลาเช็กควรให้ช่างช่วยเช็กระบบการชาร์ทด้วย

5. น้ำยาเช็ดกระจก

ส่วนนี้อาจดูไม่สำคัญเท่าไหร่ แต่ถ้าหากขับรถไปต่างจังหวัดตอนกลางคืน น้ำยาเช็ดกระจกนี้จะช่วยกำจัดแมลงที่มาติดที่กระจกหน้าได้ง่ายขึ้น ดังนั้นคุณก็แค่เช็กว่าระดับน้ำยาอยู่ในระดับที่กำหนดหรือไม่

6. ไส้กรองอากาศ

ไส้กรองอากาศที่สกปรกจะทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ลดลง และกินน้ำมันมากขึ้น ถ้าเห็นว่าไส้กรองสกปรก หรือถึงกำหนดเปลี่ยนแล้ว คุณก็สามารถเปลี่ยนไส้กรองได้เองด้วย

7. หัวเทียน

ถ้าหัวเทียนทำงานผิดปกติ เช่นสตาร์ทติดยาก รถวิ่งกระตุก มีเสียงสั่นๆ เปลืองน้ำมันมากกว่าปกติ คุณก็ควรเปลี่ยนหัวเทียนได้แล้ว ซึ่งสามารถทำเองได้เช่นกัน

8. ระบบเบรก

ให้เช็กน้ำมันเบรกว่าอยู่ในระดับที่กำหนดหรือไม่

9. ระบบปรับอากาศ

นอกจากจะสังเกตว่าแอร์ยังเย็นปกติมั้ย คุณยังสามารถลองเช็กระบบท่อแอร์ได้ แต่นอกเหนือจากนี้ รวมไปถึงการเติมน้ำยาแอร์ ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเป็นคนจัดการ

10. ภายในรถ

พยายามรักษาความสะอาดภายในรถ และเก็บขยะ ขวดน้ำออกเพื่อความปลอดภัย

11. ภายนอกรถ

ล้างรถสม่ำเสมอ ถ้าล้างรถเองให้พยายามเช็ดไฟหน้า ไฟเบรก ไฟป้ายทะเบียน กระจกต่างๆ ให้สะอาด


เช็กรถเองบ่อยๆ นอกจากจะเพิ่มความปลอดภัย คงความสวย และประหยัดค่าซ่อมแล้ว ยังช่วยให้ราคาขายต่อไม่ตกมากอีกด้วย



ติดต่อเรา

กำลังโหลด