เบี้ยดีโดนใจ ประกันภัยชั้น 1 เบี้ยเริ่ม 750 บาท/เดือน พิเศษรับส่วนลดสูงสุด 30% เช็กเบี้ยที่นี่ กับ SILKSPAN

รถยนต์ไฟฟ้าดีอย่างไร มีข้อดี ข้อเสียอะไรบ้าง


รถยนต์ไฟฟ้าดีอย่างไร มีข้อดี ข้อเสียอะไรบ้าง

      ทุกวันนี้สิ่งแวดล้อมของเราเต็มไปด้วยมลพิษมากมาย หลายๆ คนกำลังมองหาทางเลือกใหม่ในการเดินทางเพื่อช่วยลดมลพิษ หนึ่งในทางเลือกนั้นคือรถยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric vehicles (EV) แต่ก็กังวลว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะดีจริงหรือไม่ เรามีข้อดี ข้อเสียมาช่วยในการตัดสินใจ

 

รถยนต์ไฟฟ้า คืออะไร

      รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์ EV มีชื่อเรียกเต็มว่า Electric Vehicle เป็นยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% แทนการใช้งานแบบเครื่องยนต์ที่มีการเผาไหม้แบบสันดาป ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าจะใช้พลังจากไฟฟ้าแทนการใช้น้ำมัน โดยระบบไฟฟ้าจะถูกเก็บพลังงานเอาไว้ภายในแบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จไฟได้เพื่อเพิ่มพลังงานและสามารถแปลงมาใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้มีกลไกที่ซับซ้อนมากมายเท่ากับรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์และใช้น้ำมันเป็นตัวขับเคลื่อน จึงทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีเสียงเครื่องยนต์ที่เงียบและไม่มีไอเสียจากการเผาผลาญพลังงาน

 

ประเภทของรถยนต์ไฟฟ้า

        รถยนต์ไฟฟ้ายังสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภทตามการใช้งานของพลังงานไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานระบบไฟฟ้าแค่เพียงอย่างเดียวในการขับเคลื่อน ตลอดไปจนถึงการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าครึ่งหนึ่งและน้ำมันอีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งในปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าสามารถแบ่งได้ตามเทคโนโลยีออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

รถยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle : HEV)

      สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าประเภทแรกคือรถยนต์ที่ใช้พลังงานผสมผสานกันระหว่าง พลังงานไฟฟ้ากับเชื้อเพลิงทั่วไป จึงทำให้รถยนต์ประเภทนี้มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำกว่าเครื่องยนต์แบบปกติทั่วไป ซึ่งสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าไปพร้อมกับการทำงานของเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้

รถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle : PHEV)

      ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าประเภทที่สองคือมีระบบน้ำมันเชื้อเพลิง และระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกันกับรถยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริด เพียงแต่จะสามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟฟ้าได้จากภายนอก หรือปลั๊ก-อิน (Plug-in) จึงทำให้สามารถชาร์จพลังงานเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนในระยะทางที่มากกว่ารถยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริด  ในส่วนของแบตเตอรี่ยังสามารถชาร์จเพื่อกักเก็บพลังงานได้ตามต้องการ และเมื่อแบตเตอรี่หมดลงก็จะมีระบบการทำงานของตัวรถคล้ายกับระบบไฮบริด

รถยนต์ไฟฟ้าแบบใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเดียว (Plug-in Electric Vehicle : PEVs)

      สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าประเภทสุดท้ายจะมีความคล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) เพียงแต่ว่าจะมีขนาดของแบตเตอรี่ที่ใหญ่กว่า ซึ่งแบตเตอรี่จะใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักในการขับเคลื่อนรถ เมื่อแบตเตอรี่หมดลงก็สามารถชาร์จไฟได้ตามปกติเพื่อช่วยในการขับเคลื่อนในระยะทางที่เพิ่มมากขึ้น

 

รวมข้อดีและข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า

      หลังจากที่ได้ทำความรู้จักเพิ่มเติมกับรถยนต์ไฟฟ้ากันไปแล้ว ในปัจจุบันนี้เชื่อว่ามีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสนใจรถยนต์ไฟฟ้ากันเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงและประหยัดเงินในกระเป๋า แต่ก็ใช่ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแต่ข้อดี เพราะรถยนต์ไฟฟ้าก็ยังมาพร้อมกับข้อเสียที่หลายคนอาจต้องนำไปพิจารณาว่าเหมาะสมต่อไลฟ์สไตล์การใช้งานของตัวเองหรือไม่ มาดูกันว่าข้อดีและข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้ามีอย่างไรบ้าง

ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า

  • ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง นอกจากจะประหยัดค่าน้ำมันแล้ว ยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลอีกด้วย เพราะรถยนต์ไฟฟ้ามีกลไกในการขับเคลื่อนไม่มากเท่ารถที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน จึงทำให้ไม่ต้องคอยบำรุงรักษา หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน
  • เงียบและเร็ว เนื่องจากกลไกในการขับเคลื่อนไม่ต้องใช้การจุดระเบิดเพื่อเผาไหม้ จึงทำให้ไม่มีเสียงเวลาขับขี่ แถมยังออกตัวได้ไวอีกด้วย
  • เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากไม่ต้องใช้น้ำมัน หรือก๊าซในการเผาไหม้ จึงทำให้รถยนต์ไฟฟ้าแทบจะไม่ปล่อยมลพิษออกมาเลย
  • ไม่ต้องขับรถไปเติมน้ำมัน เพราะคุณสามารถชาร์จไฟได้เองที่บ้านได้

 

รับข้อเสนอพิเศษ ให้ประกันรถคุ้มครองทุกการเดินทาง ผ่อนประกันรถชั้น 1 0% ที่ SILKSPAN

 

ข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า

  • ราคาสูง รถยนต์ไฟฟ้ามีราคาค่อนข้างแพง เนื่องจากกระบวนการผลิตจนถึงการวางจำหน่ายจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่มีราคาสูง ทำให้ตัวรถมีราคาสูงตามไปด้วย ส่งผลให้จำนวนผู้ซื้อน้อยตามไปด้วย จึงเป็นไปตามกลไกการตลาดที่เมื่อความต้องการจากผู้ใช้น้อย การผลิตจึงน้อยตาม ทำให้ราคาของรถยนต์ EV สูงไปด้วย
  • ระยะการขับ จากการชาร์จแต่ละครั้ง รถยนต์ไฟฟ้าสามารถวิ่งไว้ประมาณ 160-200 กิโลเมตร ซึ่งไม่เหมาะสำหรับการขับรถระยะไกล และคุณอาจจะต้องเสียเวลาคำนวณระยะทางเพื่อไม่ให้ไฟหมดระหว่างทาง
  • จุดชาร์จไฟ ที่อาจจะยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ และใช้เวลาในการชาร์จ ซึ่งสถานีชาร์จด่วนก็ใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง และได้เพียงแค่ 80%
  • มีตัวเลือกไม่มาก รถไฟฟ้ายังเป็นยานพาหนะที่ใหม่อยู่ จึงมีค่ายรถยนต์เพียงไม่กี่ค่ายเท่านั้นที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า EV ออกสู่ตลาด รวมถึงมีเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นต่อค่ายรถแต่ละค่าย

 

รถไฟฟ้าดีอย่างไร

      ทางด้านรัฐบาลไทยเองก็สนับสนุนเรื่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเช่นกัน โดยมีมติเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2562 ให้ลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าจากเดิม 8% เหลือ 2% และสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จะได้ปรับลดภาษีสรรพสามิตจาก 2% เหลือ 0% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 จนถึง 31 ธันวาคม 2565 เราก็หวังว่าการสนับสนุนนี้จะทำให้มีตัวเลือกรถยนต์ไฟฟ้ามาให้คนไทยได้เลือกซื้อกันมากขึ้น ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

 

สรุปบทความรถยนต์ไฟฟ้า

      สุดท้ายนี้ หากใครที่ต้องการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าก็ควรที่จะศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อ เพราะรถยนต์ไฟฟ้ามีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน จึงทำให้อาจไม่ตอบสนองสำหรับไลฟ์สไตล์ของการใช้งานแต่ละคนได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าภายในบ้านเราอาจต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าที่รถยนต์ไฟฟ้าจะเข้ามาแทนที่รถยนต์เครื่องสันดาป ซึ่งขึ้นอยู่กับโครงสร้างต่าง ๆ เช่น ความพร้อมของสถานีชาร์จแบตเตอรี่ การบริหารจัดการกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ รวมไปถึงการผลิตแบตเตอรี่ของตัวเองภายในประเทศ

 


เขียนโดย : SILKSPAN SPECIALIST
เผยแพร่วันที่ : 29/09/2023
รับข้อเสนอพิเศษ

จองสิทธิ์ประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์ รับส่วนลดสูงสุด 30% กว่า 20 บริษัทชั้นนำ

  1. ต่ออายุล่วงหน้า รับส่วนลดเพิ่ม สูงสุดกว่า 500 บาท
  2. ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนเงินสด ได้สูงสุด 10 เดือน
  3. ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
  4. ฟรีรถใช้ระหว่างซ่อม หรือ เบิกค่าเดินทาง 1,000 บาท

กรอกข้อมูล เพื่อ “รับข้อเสนอพิเศษ” ต่อประกันรถยนต์

ปรึกษาประกันรถยนต์ สอบถามได้เลยผ่าน LINE SILKSPAN

กำลังโหลด