เบี้ยดีโดนใจ ประกันภัยชั้น 1 เบี้ยเริ่ม 750 บาท/เดือน พิเศษรับส่วนลดสูงสุด 30% เช็กเบี้ยที่นี่ กับ SILKSPAN

บริจาคเลือดห้ามเป็นโรคอะไร


บริจาคเลือดห้ามเป็นโรคอะไร

เรามักจะเห็นข่าวสภากาชาดออกมารณรงค์ให้มาบริจาคเลือดเป็นระยะๆ คนส่วนใหญ่มักจะพอทราบเรื่องการเตรียมตัวก่อนไปบริจาคเลือดกันบ้าง แต่ยังมีรายละเอียดของโรคบางโรคที่เมื่อเป็นอยู่จะทำให้ไม่สามารถบริจาคเลือดได้

 

โรคที่ห้ามบริจาคเลือด

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคประจำตัวที่พบบ่อยในผู้ที่บริจาคโลหิต และโรคอื่นๆ ซึ่งมีข้อควรระวังดังนี้

1. โรคเบาหวาน

ผู้ที่เป็นเบาหวานสามารถบริจาคโลหิตได้เช่นกัน แต่ต้องไม่ฉีดอินซูลิน และไม่มีโรคแทรกซ้อน

2. โรคความดันโลหิตสูง

ผู้ที่เป็นโรคนี้ ก็สามารถบริจาคโลหิตได้เช่นกัน หากสามารถควบคุมความดันให้ไม่เกิน 160/100 และไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ

3. โรคไขมันในเลือดสูง

ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง แต่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนเช่นเส้นเลือดในสมอง หรือเส้นเลือดหัวใจแตก หรืออุดตัน ก็สามารถบริจาคโลหิตได้

4. โรคไทรอยด์

ผู้ที่เป็นโรคไทรอยด์ แต่ถ้าระดับฮอร์โมนกลับมาปกติ โดยไม่ต้องรับยาแล้วอย่างน้อย 8 สัปดาห์ หรือแพทย์อนุญาตให้หยุดรักษาแล้ว 2 ปี ก็สามารถบริจาคเลือดได้ แต่ถ้าเป็นไทรอยด์ที่เกิดจากมะเร็ง หรือโรคภูมิคุ้มกัน จะไม่สามารถบริจาคโลหิตได้ถาวร

 

รับข้อเสนอพิเศษ ให้ประกันรถคุ้มครองทุกการเดินทาง ผ่อนประกันรถชั้น 1 0% ที่ SILKSPAN

 

5. โรคลมชัก

หากหยุดยามาแล้ว 3 ปี และมีใบรับรองแพทย์ ผู้ที่เป็นโรคลมชักก็สามารถบริจาคได้

6. โรคมะเร็งทุกชนิด

ผู้ที่เป็นโรคมะเร็งทุกชนิด แม้ว่าจะรักษาหายแล้ว ก็จะไม่สามารถบริจาคโลหิตได้ถาวร

7. โรควัณโรค

ผู้ที่เป็นโรคนี้ จะสามารถบริจาคโลหิตได้ก็ต่อเมื่อรักษาจนหายแล้ว แล้วหยุดยาเม็ดสุดท้ายมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี

8. โรคหอบหืด

แม้ว่าจะควบคุมอาการโดยใช้ยากินแบบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ หรือใช้ยาพ่น ก็สามารถบริจาคได้ แต่วันที่มาบริจาคจะต้องไม่มีอาการ

9. โรคตับอักเสบ

หากเป็นตับอับเสบชนิดเอ เมื่อรักษาหายแล้วก็สามารถบริจาคได้ แต่ถ้าเป็นตับอักเสบชนิดบี หรือซี จะต้องงดบริจาคโลหิตถาวร

10. โรคไข้หวัด ไข้เลือดออก โรคชิคุนกุนยา

สามารถบริจาคได้หลังรักษาหายแล้ว 1 เดือน

11. โรคไข้ซิกา

สามารถบริจาคได้หลังจากรักษาหายแล้ว 4 เดือน

12. โรคมาลาเรีย

สามารถบริจาคได้หลังจากรักษาหายแล้ว 3 ปี

13. โรคโควิด

ให้งดบริจาคโลหิต 4 สัปดาห์

 

นอกจากนี้ถ้าหากคุณป่วย และมีการใช้ยาปฏิชีวนะอยู่ ไม่ควรมาบริจาคโลหิต และจะสามารถมาบริจาคได้เมื่อหยุดยาแล้ว 7 วัน ส่วนผู้ที่ใช้ยาแอสไพริน ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาแก้ปวดข้อ ก็ควรหยุดยาอย่างน้อย 2 วันก่อนมาบริจาค

 


เขียนโดย : SILKSPAN ADVISOR
เผยแพร่วันที่ : 07/01/2022
รับข้อเสนอพิเศษ

จองสิทธิ์ประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์ รับส่วนลดสูงสุด 30% กว่า 20 บริษัทชั้นนำ

  1. ต่ออายุล่วงหน้า รับส่วนลดเพิ่ม สูงสุดกว่า 500 บาท
  2. ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนเงินสด ได้สูงสุด 10 เดือน
  3. ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
  4. ฟรีรถใช้ระหว่างซ่อม หรือ เบิกค่าเดินทาง 1,000 บาท

กรอกข้อมูล เพื่อ “รับข้อเสนอพิเศษ” ต่อประกันรถยนต์

ปรึกษาประกันรถยนต์ สอบถามได้เลยผ่าน LINE SILKSPAN

กำลังโหลด