รวมโรคประจำตัวยอดฮิตของคนวัย 50+ ที่ส่งผลให้ทำประกันผู้สูงอายุยาก
ในการทำประกันชีวิตแต่ละรูปแบบก็จะมีความซับซ้อนที่แตกต่างกัน แต่ถ้าให้กล่าวถึงประกันชีวิตในรูปแบบที่มีความซับซ้อนมากที่สุด เราเชื่อว่า ประกันผู้สูงอายุ น่าจะเป็นคำตอบที่หลายๆ คนพูดเป็นเสียงเดียวกัน เพราะมักจะมาพร้อมเงื่อนไขที่ซับซ้อนชวนปวดหัว พร้อมด้วยข้อจำกัดต่างๆ มากมาย และยังมีขั้นตอนการที่ยุ่งยากมากกว่าประกันชีวิตรูปแบบอื่นๆ อีกด้วย บทความนี้ SILKSPAN อยากพาผู้อ่านทุกท่าน มาทำความรู้จักกับ 5 โรคประจำตัวยอดฮิตของคนวัย 50+ ที่จะส่งผลให้การทำประกันผู้สูงอายุยุ่งยากไปมากกว่าเดิม
Key Takeaway
- ประกันผู้สูงอายุ ไม่เหมือน ประกันสุขภาพ: เน้นที่ความคุ้มครองชีวิต มอบเงินก้อนเป็นมรดก และการวางแผนเกษียณ มากกว่าแค่การเคลมค่ารักษาพยาบาลเพียงอย่างเดียว
- 5 โรคสกัดดาวรุ่ง: เบาหวาน, ความดันสูง, ไขมันในเลือดสูง, โรคหัวใจ และโรคไตเรื้อรัง (กลุ่มโรค NCDs) เป็นปัจจัยหลักที่บริษัทประกันมักใช้ปฏิเสธการทำประกันสุขภาพแบบทั่วไป หรืออาจต้องจ่ายเบี้ยที่แพงกว่าปกติ
- มีโรคประจำตัวก็ทำได้: หากเลือกแผนประกันผู้สูงอายุโดยเฉพาะ (เช่น Extra Senior) จะมีเงื่อนไขผ่อนปรน “ไม่ต้องตรวจสุขภาพ” และ “ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ” ทำให้คนมีโรคประจำตัวเข้าถึงความคุ้มครองได้ง่ายขึ้น
- ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย (แต่ปกปิดอาจไม่ได้เคลม): การตอบคำถามสุขภาพตามจริงสำคัญที่สุด หากปกปิดข้อมูลเพื่อหวังให้ผ่านเกณฑ์ อาจนำไปสู่การถูกบอกเลิกสัญญาหรือปฏิเสธการเคลมในภายหลัง
- บริหารเงินในรูปแบบมรดก: ประกันกลุ่มนี้เป็นมากกว่าความคุ้มครอง เพราะมีรูปแบบการจ่ายเบี้ยที่มีเงินคืนระหว่างสัญญา (เช่น ช่วงอายุ 75 ปี) และเป็นเงินก้อนให้ลูกหลานเมื่อครบสัญญาหรือเสียชีวิต
ประกันผู้สูงอายุคืออะไร ?
ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจเบื้องต้นกันเสียก่อน ว่าประกันผู้สูงอายุ ไม่ใช่ประกันสุขภาพ เพราะมีคนจำนวนมากยังเข้าใจตรงนี้ผิดอยู่ ประกันสำหรับผู้สูงอายุ หมายถึงประกันชีวิตที่เหมาะสำหรับคนในวัยมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ความคุ้มครองนั้นจะไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น ยังมีในส่วนของเงินก้อนกรณีที่เสียชีวิต เงินช่วยเหลือครอบครัว เงินคืนตามงวดที่ชำระ หรือในบางกรมธรรม์อาจจะมีการสะสมเงินในระยะยาว เพื่อวางแผนเกษียณได้อีกด้วย
รวมความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำประกันชีวิต ของผู้ที่มีอายุเกินไปกว่า 50+
เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น การทำประกันชีวิตนั้นก็จะยากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะประกันสุขภาพ เนื่องจากในช่วงวัยที่เพิ่มมากขึ้นความเสี่ยงด้านสุขภาพก็เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีการออกแบบความคุ้มครองประเภท ประกันผู้สูงอายุ ขึ้นมานั่นเอง และต่อจากนี้คือความเข้าใจผิดๆ ของการทำประกันชีวิตในวัย 50+ เราได้นำข้อเท็จจริงมาฝากในเนื้อหาต่อจากนี้
มีโรคประจำตัว ไม่ได้แปลว่าทำประกันไม่ได้เสมอไป
มีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่า เมื่อป่วยเป็นโรคประจำตัวที่รักษาไม่หาย จะไม่สามารถทำประกันชีวิตได้อีกต่อไป ซึ่งความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ยังคงทำประกันชีวิตได้อยู่ ทว่าอาจทำได้ยากกว่าเดิมเล็กน้อย เพราะตามความเป็นจริงแล้ว บริษัทประกันไม่ได้มองเฉพาะเรื่องของโรคที่กำลังเผชิญอยู่ แต่จะมองความเสี่ยงอื่นๆ ร่วมด้วย อาทิเช่น ประวัติการรักษา พฤติกรรมการดำเนินชีวิต สูบบุหรี่จัดไหม ติดสุราหรือไม่ สุขภาพโดยรวมแข็งแรงมากน้อยเพียงใด ไม่ได้จำกัดสิทธิ์ว่าเมื่อมีโรคประจำตัว แล้วจะห้ามทำประกันชีวิตไปเลย อย่างที่หลายคนเข้าใจ
คนที่มีโรคประจำตัว มักจะต้องเจอกับเบี้ยประกันแพงอยู่เสมอ
จะบอกว่าเป็นความเชื่อที่ผิดเลยก็คงไม่ทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ถูกไปทั้งหมดเช่นเดียวกัน เพราะในแนวคิดแบบเดิมของบริษัทประกันภัย เมื่อมีความเสี่ยงสุขภาพสูงก็จะต้องจ่ายเบี้ยประกันสูงไปด้วย ทว่าปัจจุบันมีแผนประกันรูปแบบใหม่ๆ ให้เลือกมากมาย อย่างเช่น ประกันผู้สูงอายุ โรคประจำตัวที่มีก็ไม่ได้เป็นปัญหาโดยตรง เนื่องจากมีการลดเงื่อนไขการคัดกรองด้านสุขภาพลง ไม่ต้องตรวจสุขภาพ ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ เบี้ยประกันไม่ได้แพงขึ้นตามความเสี่ยงสุขภาพ แต่ก็จะได้ครอบคลุมการรักษาเท่ากับแบบที่เบี้ยประกันแพงกว่า เป็นต้น
การตอบคำถามสุขภาพ แบบตรงไปตรงมา ไม่ใช่สิ่งที่ดี
หลายคนกลัวว่าการตอบคำถามสุขภาพแบบตรงไปตรงมา จะส่งผลให้เบี้ยประกันสูงขึ้น หรืออาจทำให้ความคุ้มครองไม่ผ่านการพิจารณา เลยเลือกจะตอบคำถามสุขภาพด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากมีการตรวจสอบถึงข้อเท็จจริงในภายหลัง อาจส่งผลต่อการเคลมประกันในอนาคต สิ่งที่ควรทำคือเลือกความคุ้มครองให้เหมาะกับปัญหาสุขภาพของตนเอง หากกังวลว่าจะต้องตอบคำถามสุขภาพ ก็ควรเลือกทำประกันผู้สูงอายุ มากกว่าทำประกันสุขภาพแบบทั่วไป
5 โรคประจำตัวที่พบได้บ่อย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการทำประกันชีวิต

ปัญหาสุขภาพของชาวไทยในวัยเกินกว่า 50 ปี มีอยู่หลายอย่าง โดยส่วนมากมักจะเป็นโรคในกลุ่ม NCDs หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งล้วนเกิดจากพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน โรคเหล่านี้มักจะเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการทำประกันชีวิตโดยตรง ยกเว้นการทำประกันผู้สูงอายุที่ไม่ได้มีการตรวจสุขภาพ เราขอหยิบยก 5 โรคที่พบในคนไทยในช่วงวัยกลางคนมากที่สุด ไปดูกันเลยว่าจะมีโรคอะไรบ้าง
1. โรคเบาหวาน
ข้อมูลด้านสาธารณสุขของไทยระบุว่า คนไทยมากกว่า 10% ของประชากรป่วยเป็นโรคเบาหวาน และสัดส่วนของผู้ป่วยสูงที่สุดอยู่ในกลุ่มคนอายุเกินกว่า 50 ปีขึ้นไป ความอันตรายของโรคเบาหวานคือไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และยังเป็นโรคที่เป็นจุดเริ่มต้นของภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้อีกมากมาย จึงทำให้เป็นโรคประจำตัวที่บริษัทประกันไม่ชอบสักเท่าไหร่
2. โรคความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากในกลุ่มคนวัยเกิน 50 ปี ถูกเรียกกันว่ามัจจุราชเงียบ เพราะช่วงแรกๆ มักจะไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาให้เห็น แต่เป็นสาเหตุของภาวะเส้นเลือดในสมองแตก เส้นเลือดอุดตัน กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ไปจนถึงกรณีของหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เนื่องจากเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงมากๆ ทำให้มักจะมีปัญหาในขั้นตอนการทำประกันสุขภาพ
3. ไขมันในเลือดสูง
อาจเป็นโรคที่คนไทยไม่ได้ตื่นตัวสักเท่าไหร่ แต่รู้หรือไม่? ว่าการมีไขมันในเลือดสูง เป็นสาเหตุที่ทำให้คนเสียชีวิตจากเส้นเลือดตีบตันจำนวนมากในแต่ละปี และจำนวนของผู้ป่วยก็มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ไม่ได้กังวลเฉพาะกลุ่มคนที่มีอายุเกิน 50 ปีขึ้นไปเพียงอย่างเดียว เนื่องจากพฤติกรรมการกิน การพักผ่อน การออกกำลังกายที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน อาจไม่ได้ส่งผลมากนักกับการทำประกันชีวิต แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพอื่นๆ ร่วมด้วย
4. โรคหัวใจและหลอดเลือด
ในผู้ที่มีประวัติป่วยเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด ในมุมมองของบริษัทประกันชีวิตจะถือว่าเป็นความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำได้ พร้อมกับมีแนวโน้มของการเสียชีวิตแบบฉับพลัน เมื่อพบว่ามีประวัติเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด ทางบริษัทประกันมักจะขอข้อมูลการรักษาเพิ่มเติมโดยละเอียด เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะอนุมัติกรมธรรม์หรือไม่? แต่สำหรับการทำประกันผู้สูงอายุ แม้จะเป็นโรคหัวใจก็ไม่ต้องกังวล
5. โรคไตเรื้อรัง
ปิดท้ายด้วยโรคที่มักจะเซอร์ไพรส์โดยไม่ทันได้ตั้งตัว เพราะโรคไตเรื้อรังมักจะเริ่มจากอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้มีอาการที่ปรากฏขึ้นมาอย่างรุนแรงจนน่าสงสัย หากไม่ได้รับการตรวจโดยละเอียดมักจะถูกมองข้ามไป กว่าจะรู้ตัวก็อยู่ในระยะที่อันตรายแล้ว อาจต้องเข้ารับการฟอกไตเป็นประจำ ซึ่งการรักษาโรคไตเรื้อรังมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก และยังมาพร้อมกับภาวะแทรกซ้อนโรคร้ายอื่นๆ อีกมากมาย หากป่วยเป็นโรคนี้โอกาสจะทำประกันสุขภาพแทบจะริบหรี่เลยทีเดียว
ปัญหาของผู้ที่มีอายุ 50+ ที่อยากจะทำประกันผู้สูงอายุให้กับตนเอง
จากปัญหาสุขภาพข้างต้น น่าจะทำให้เห็นแล้วว่า ผู้ที่มีอายุเกินกว่า 50 ปี ถ้าอยากจะทำประกันชีวิตต้องลุ้นกับอะไรหลายๆ อย่าง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ถึงได้มีการออกแบบประกันผู้สูงอายุ ให้ตอบโจทย์กับกลุ่มคนวัยกลางคน ที่อยากหาหลักประกันให้กับตนเองและครอบครัว เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงปัญหาความยุ่งยากของการทำประกันในกลุ่มคนวัย 50+ เราขอหยิบเอาปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย เกิดขึ้นจริง และเป็นประสบการณ์ตรงของใครหลายๆ คนมาฝาก
- ต้องตอบคำถามสุขภาพเป็นจำนวนมาก แม้จะมีประวัติการรักษาที่ชัดเจนอยู่แล้วก็ตาม ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะผ่านการประเมิน
- มีข้อจำกัดความคุ้มครองในหลายๆ โรคที่มีความเสี่ยง อาจทำให้ความคุ้มครองมีข้อจำกัด ไม่ครอบคลุมทุกปัญหาสุขภาพ
- เบี้ยประกันสูงเกินงบประมาณสำหรับคนในวัยใกล้เกษียณ เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ความเสี่ยงด้านสุขภาพก็จะมากตามไปด้วย
- เลือกความคุ้มครองได้ยาก เพราะประกันมีหลายแบบ มีทั้งแบบเหมาจ่าย วงเงินต่อครั้ง ความคุ้มครองต่อปี และอาจไม่ได้รับคำแนะนำแบบตรงไปตรงมา
ประกันผู้สูงอายุสูงวัยมีทรัพย์ (Extra Senior) ไม่ต้องตรวจ ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ
หนึ่งในทางเลือกที่ตอบโจทย์กลุ่มคนวัย 50+ ได้อย่างชัดเจน ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาสุขภาพ ไม่ต้องตรวจ ไม่ต้องตอบคำถาม เราขอแนะนำประกันผู้สูงอายุ สูงวัยมีทรัพย์ (Extra Senior) จากบริษัทไทยประกันชีวิต ความคุ้มครองสำหรับคนอายุ 50 ถึง 70 ปี สามารถชำระเบี้ยได้ถึงอายุ 90 มีแผนความคุ้มครองให้เลือกหลายแบบ เบี้ยประกันเริ่มต้นเพียงวันละ 9 บาทเท่านั้น คุ้มครองเมื่อเสียชีวิตจากอาการป่วยและจากอุบัติเหตุสูงสุด 600,000 บาท จ่ายเบี้ยจนถึงอายุ 75 ปี รับเงินคืน 50% ของจำนวนเงินเอาประกันสูงสุดถึง 200,000 บาท
ประกันสุขภาพผู้สูงอายุ ไม่ใช่แค่ความคุ้มครอง แต่คือมรดกที่ทิ้งเอาไว้ให้กับลูกหลาน
SILKSPAN ของเราไม่ได้ให้บริการเฉพาะประกันรถยนต์เท่านั้น เพราะเราให้บริการแบบครบวงจร มีประกันชีวิตทุกรูปแบบให้เลือกในที่เดียว แน่นอนว่าประกันผู้สูงอายุ ก็เป็นอีกหนึ่งความคุ้มครองที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่มีอายุเกิน 50 ปี และกำลังวางแผนเกษียณ เป็นมากกว่าแค่การออมเงินเอาไว้เฉยๆ เมื่อชำระเบี้ยไปเรื่อยๆ ก็จะมีเงินคืนตลอดอายุสัญญา เมื่ออายุครบ 75 ปี ก็จะได้รับเงินก้อน ช่วยให้สามารถใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างไร้กังวล มั่นใจได้ว่าต่อให้จะเกิดอะไรขึ้น ก็ยังคงมีมรดกทิ้งเอาไว้ให้กับคนที่คุณรัก หากสนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
- Facebook : SILKSPAN
- Instagram : silkspan
- Line Official : @SILKSPAN
- X (twitter) : SILKSPAN
- Youtube : SILKSPAN
- TikTok : silkspan
FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ประกันผู้สูงอายุสูงวัยมีทรัพย์
ถาม : ประกันผู้สูงอายุสูงวัยมีทรัพย์ คืออะไร?
ตอบ : เป็นประกันชีวิตจากบริษัทไทยประกันชีวิต ที่ถูกออกแบบมาเพื่อคนอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป สมัครง่าย เงื่อนไขสุขภาพไม่ยุ่งยาก
ถาม : ประกันผู้สูงอายุสูงวัยมีทรัพย์ ใครสมัครได้บ้าง?
ตอบ : ผู้ที่มีอายุ 50 ถึง 70 ปี คุ้มครองยาวจนถึง 90 ปี
ถาม : มีคืนเงินระหว่างสัญญาหรือไม่?
ตอบ : มีคืนเงินระหว่างสัญญาเมื่ออายุครบ 75 ปี เป็นจำนวน 50% ของเงินเอาประกัน
ถาม : หากจ่ายครบสัญญาแล้วจะได้อะไร?
ตอบ : หากจ่ายจนครบสัญญาที่อายุ 90 ปี จะได้รับเงินครบสัญญาตามเงื่อนไข โดยเป็นจำนวนเงินสูงสุดถึง 150% ของเงินเอาประกัน
ถาม : หากเสียชีวิตตั้งแต่ในช่วงแรกๆ ของความคุ้มครอง จะได้รับเงินเท่าไหร่?
ตอบ : หากเสียชีวิตในปีที่ 1 หรือ 2 ของความคุ้มครอง จะได้รับเงินประมาณ 105% ของเบี้ยที่ชำระแล้ว หากเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจะจ่ายเพิ่มตามเงื่อนไข ทั้งนี้จำนวนเงินขึ้นอยู่กับรายละเอียดของแต่ละคน