เบี้ยดีโดนใจ ประกันภัยชั้น 1 เบี้ยเริ่ม 750 บาท/เดือน พิเศษรับส่วนลดสูงสุด 30% เช็กเบี้ยที่นี่ กับ SILKSPAN

ลูกหมากกันโคลงคืออะไร? สำคัญต่อช่วงล่างของรถยนต์อย่างไรบ้าง


ลูกหมากกันโคลงคืออะไร

หากขณะขับรถแล้วได้ยินเสียง “กุกกัก” จากใต้ท้องรถ แล้วเริ่มรู้สึกว่ารถนั้นโคลงกว่าปกติ ควบคุมรถได้ยากมากยิ่งขึ้น หรือบางครั้งอาจจะมีปัญหาพวงมาลัยหนัก อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนว่าลูกหมากกันโคลงกำลังมีปัญหา สำหรับใครที่ไม่เคยรู้จักลูกหมากกันโคลงหรือลูกยางกันโคลง บทความนี้ SILKSPAN จะพาทุกคนไปทำความรู้จักอย่างเจาะลึก จะมีประเด็นไหนน่าสนใจกันบ้าง เชิญรับชมได้ในเนื้อหาต่อจากนี้


Key Takeaways

  • ลูกหมากกันโคลงเชื่อมต่อระบบช่วงล่างเพื่อต้านการโคลงตัว ช่วยให้รถทรงตัวได้ดี เกาะถนน และขับขี่นิ่มนวลขึ้นในทุกเส้นทาง
  • หากขับผ่านทางขรุขระแล้วมีเสียงดังใต้ท้องรถ รถมีอาการโยนตัวผิดปกติ หรือควบคุมพวงมาลัยยาก เป็นสัญญาณชัดเจนว่าลูกหมากเริ่มหลวมหรือชำรุด
  • การขับกระแทกหลุมรุนแรง ถนนขรุขระ และการแต่งรถโหลดเตี้ย เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ลูกหมากและยางหุ้มเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด
  • สังเกตคราบจาระบีรั่วซึม รอยฉีกขาดของลูกยาง หรือลองโยกที่ตัวลูกหมากเพื่อเช็กความหลวม หากพบความผิดปกติควรแก้ไขทันที
  • ควรตรวจเช็กและเปลี่ยนลูกหมากกันโคลงทุก 60,000 – 80,000 กิโลเมตร แนะนำให้เปลี่ยนเป็นคู่ซ้าย-ขวาเพื่อความสมดุลในการขับขี่

ลูกหมากกันโคลงคืออะไร มีหน้าที่อะไรบ้าง?

ลูกหมากกันโคลง (ภาษาอังกฤษคือ Sway Bar Link) เป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ กับล้อรถ ทำหน้าที่เชื่อมเหล็กกันโคลงเข้ากับโช้คอัพหรือปีกนก แล้วจะส่งแรงต้านทางการโคลงของตัวรถไปมาระหว่างด้านซ้ายและขวา ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนในขณะขับขี่ สร้างสมดุลให้กับตัวรถ ส่งผลให้รถขับได้นิ่มและเกาะถนนได้หนึบมากขึ้น

เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกหมากกันโคลงมีปัญหา เช่น ชำรุด หลวม หรือสึกหรอ จะส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมรถ ผู้ขับขี่จะสัมผัสได้ทันทีเลยว่ารถมีการสั่นมากขึ้น เวลาเจอพื้นผิวขรุขระก็จะมีกระแทกอย่างเห็นได้ชัด เมื่อลูกหมากกันโคลงมีปัญหาต้องรีบมองหาร้านซ่อมรถยนต์ใกล้ฉันโดยเร็วที่สุด เพราะถ้าฝืนใช้งานต่อไปอาจก่อให้เกิดอันตรายได้


สาเหตุที่ทำให้ลูกหมากกันโคลงเสียหาย

สาเหตุที่ลูกหมากกันโคลงเสียหาย

สาเหตุหลักที่มักจะทำให้ลูกหมากกันโคลงเสียหาย เกิดจากพฤติกรรมการขับขี่ที่ทำให้ลูกหมากกันโคลงเสื่อมสภาพเร็วโดยไม่รู้ตัว ถ้าไม่อยากให้ช่วงล่างของรถเสื่อมสภาพเร็ว แนะนำให้หลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้

1. ขับรถชนหรือกระแทกรุนแรง 

การเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงอาจทำให้ชิ้นส่วนของลูกหมากกันโคลงเสียหายได้ เช่นการขับรถไปชนฟุตบาทแรง ๆ อาจทำให้ลูกหมากกันโคลงหน้าเสียหาย เมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดอุบัติเหตุ หากมีประกันรถยนต์ก็ควรเรียกใช้บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินฟรี อย่าฝืนขับรถต่อ เพราะเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุซ้ำ

2. สภาพถนนไม่ดี พื้นขรุขระ 

การใช้เส้นทางที่มีสภาพพื้นถนนไม่ดี พื้นขรุขระ จะทำให้ช่วงล่างของตัวรถสั่นสะเทือนตลอดเวลา ส่งผลให้ลูกยางกันโคลงสึกหรอเร็วขึ้น และมีอาการสัญญาณเตือน เช่น ช่วงท้ายรถสั่นสะเทือนหนักมาก มีเสียงดังบริเวณล้อหลัง นั่นเป็นอาการของลูกหมากกันโคลงหลังเสียหาย ควรนำรถเข้าศูนย์ซ่อมโดยเร็วที่สุด

3. การใช้งานรถโดยที่ไม่บำรุงรักษา

การใช้รถไปนาน ๆ ลูกยางกันโคลงก็จะเกิดการสึกหรอไปเรื่อย ๆ ควรเปลี่ยนทุกการใช้รถ 60,000 ถึง 80,000 กิโลเมตร ซึ่งถ้ามีการบำรุงรักษาอยู่ตลอด ก็จะไม่เกิดปัญหานี้มากวนใจ เพราะหากทีมช่างพบเจอส่วนที่สึกหรอจนถึงจุดที่ต้องเปลี่ยน ก็จะดำเนินการเปลี่ยนให้ทันทีไม่ต้องรอให้เกิดความเสียหาย

4. อายุการใช้งานของลูกหมากกันโคลง

ลูกหมากกันโคลงเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ซึ่งอายุการใช้งานนั้นก็จะแตกต่างกันไปตามพฤติกรรมการใช้รถ หากใช้งานอย่างหนักหน่วง ขับขี่ในสภาพพื้นผิวที่ขรุขระอยู่ตลอด ก็จะทำให้อายุการใช้งานนั้นสั้นลง และราคาลูกหมากกันโคลงก็จะต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ และคุณภาพของอะไหล่ที่เลือก

5. การปรับแต่งรถที่ไม่เหมาะสม 

ถ้ามีการนำรถไปเปลี่ยนแปลงสภาพ เช่น การโหลดให้ตัวรถเตี้ยลง เปลี่ยนไปใช้ล้อในขนาดที่ผิดไปจากปกติ หรือ การเซตช่วงล่างใหม่ ก็จะส่งผลโดยตรงต่อลูกหมากกันโคลง อาจทำให้ทำงานได้ไม่เต็มที่ ลูกหมากทำงานหนักกว่าปกติ และอาจทำให้เกิดการสึกหรอเร็วกว่าที่ควรจะเป็น


อาการลูกหมากกันโคลงเสียเป็นอย่างไร? 

เชื่อว่าทุกคนที่กำลังอ่านบทความนี้น่าจะอยากรู้ว่าอาการไหนที่บ่งชี้ว่าตอนนี้ลูกหมากกันโคลงมีความเสียหาย และถ้าลูกหมากกันโคลงเสียหายสามารถเคลมประกันรถยนต์ได้หรือไม่ เนื้อหาต่อจากนี้เราได้นำ “สัญญาณเตือน” ที่สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง เป็นอาการผิดปกติของรถที่ลูกหมากกันโคลงชำรุดเสียหาย หากขับรถอยู่ดี ๆ แล้วมีอาการเหล่านี้ ฟันธงได้เลยว่าคุณต้องนำรถเข้าอู่เร็ว ๆ นี้ อย่างแน่นอน

1. เสียงดังขณะเข้าโค้งหรือขับบนถนนไม่เรียบ

เป็นอาการแรกเริ่มเมื่อลูกหมากกันโคลงมีปัญหา หากเวลาขับรถเข้าโค้ง หรือขณะที่ขับรถบนพื้นผิวถนนที่ขรุขระ หากได้ยินเสียงดังจากใต้ท้องรถ ซึ่งเป็นเสียงที่ปกติไม่เคยได้ยินมาก่อน มักจะเป็นเสียง กุกกัก ๆ หรือ อาจเป็นเหมือนเสียงเคาะของเหล็ก มีโอกาสสูงมากที่ลูกหมากของคุณกำลังมีปัญหา

2. รถสั่นสะเทือนหรือมีเสียงดังผิดปกติ

เนื่องจากหน้าที่หลักของลูกหมากกันโคลงคือช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของตัวรถ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมตัวรถได้ง่าย เมื่อใดก็ตามที่ลูกหมากมีปัญหา จะทำให้ตัวรถสั่นสะเทือนอย่างเห็นได้ชัด สามารถสัมผัสได้ถึงความแตกต่างจากช่วงเวลาปกติอย่างชัดเจน และอาจมีเสียงดังแปลก ๆ ขณะขับขี่อีกด้วย

3. รถยนต์เสียสมดุล 

เมื่อลูกหมากกันโคลงทำงานได้ไม่เต็มที่ ก็จะส่งผลโดยตรงต่อระบบกันโคลงทั้งหมดของตัวรถ ซึ่งจะส่งผลให้รถโคลงเคลงกว่าปกติ การขับขี่โดยทั่วไปอาจไม่ได้สัมผัสได้ถึงความผิดปกติมากนัก แต่ถ้ามีจังหวะเลี้ยวเร็ว ๆ จะสัมผัสได้ว่ารถส่ายแปลก ๆ ไม่เกาะถนนอย่างที่เคยเป็น ซึ่งบางคนเรียกอาการนี้ว่า “รถโยน” นั่นเอง

4. ควบคุมขับขี่รถได้ยาก 

ถ้าปล่อยให้ลูกหมากกันโคลงที่เสื่อมสภาพเสียหายถึงขั้นที่ชำรุดโดยสิ้นเชิง จะส่งผลต่อการบังคับรถที่ทำได้ยากมากขึ้น รถจะรู้สึกยวบยาบเวลาเข้าโค้ง การเกาะถนนทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร บางครั้งอาจทำให้พวงมาลัยสั่น อันตรายมากหากยังฝืนใช้รถต่อไป เพราะอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ทุกเมื่อ


เรียนรู้วิธีเช็กลูกหมากกันโคลงด้วยตัวเอง

เช็กลูกหมากกันโคลงด้วยตัวเอง

การจะตรวจเช็กว่าลูกหมากกันโคลงยังทำงานได้ดีอยู่หรือไม่ ไม่จำเป็นจะต้องนำรถเข้าอู่เสมอไป เพียงแค่เรียนรู้เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ บวกกับความช่างสังเกตอีกนิดหน่อย เพียงเท่านี้ก็สามารถเช็กอาการของลูกหมากของตัวรถได้แล้วว่าสภาพยังดีอยู่หรือไม่ SILKSPAN ได้รวบรวมวิธีเช็กลูกหมากกันโคลงแบบง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวเองมาฝาก ดังนี้

  • ลองขับรถผ่านลูกระนาดหรือพื้นถนนที่ขรุขระ ขับช้า ๆ แล้วลองเปิดกระจกเพื่อฟังว่ามีเสียงดังผิดปกติจากใต้ท้องรถหรือไม่
  • ลองเช็กด้วยตาเปล่า สำหรับใครที่พอจะเข้าใจว่าชิ้นส่วนลูกหมากกันโคลงหน้าตาเป็นอย่างไร อยู่ตรงจุดไหน ให้ลองก้มลงไปมองบริเวณใกล้ ๆ กับล้อรถ ตรวจว่าสภาพยางยังดีอยู่ไหม มีคราบจาระบีหรือไม่
  • หากสามารถเอื้อมมือไปถึง อยากให้ลองสัมผัสตัวลูกหมากกันโคลงแล้วโยกเบา ๆ เพื่อเช็กว่าลูกหมากหลวมหรือไม่ ขยับแล้วมีเสียงแปลก ๆ ไหม ถ้าเป็นปกติจะรู้สึกแน่น ไม่มีเสียงดังก๊อกแก๊ก
  • ถ้ามีแม่แรง ให้ยกรถแล้วลองตรวจเช็กด้วยตาเปล่า ลองโยกลูกหมากกันโคลงเบา ๆ หรือ อาจใช้การเขย่าล้อเพื่อเช็กว่ามีอาการหลวมหรือสั่นคลอนหรือไม่

วิธีดูแลลูกหมากกันโคลงเพื่อการใช้งานที่ยาวนาน  

ถ้าอยากให้ลูกหมากกันโคลงใช้งานได้นาน ๆ ต้องเริ่มต้นจากการดูแลรักษาให้ดี และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนบางอย่าง ซึ่งอาจทำให้ลูกหมากกันโคลงเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ต่อไปนี้คือวิธีการดูแลลูกหมากกันโคลงเพื่อการใช้งานที่ยาวนาน

  • ใช้ความเร็วต่ำเวลาขับรถบนถนนขรุขระ ไม่เรียบ เป็นหลุมเป็นบ่อ หรือขับผ่านลูกระนาด เพื่อลดแรงกระแทกที่บริเวณลูกหมากกันโคลง
  • บำรุงรักษาอุปกรณ์ช่วงล่างอื่น ๆ อย่างสม่ำเสมอ เช่น โช้คอัพต้องไม่อ่อนจนเกินไป หรือเลือกใส่ล้อในขนาดที่เหมาะสมกับตัวรถ
  • หากจำเป็นต้องเปลี่ยนลูกหมากกันโคลง แนะนำให้เปลี่ยนพร้อมกันทั้งสองข้างเพื่อความสมดุลของตัวรถ และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาที่ข้างใดข้างหนึ่งหลังจากการใช้งานไปสักระยะ
  • เลือกเติมลมยางให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ไม่ควรปล่อยให้ลมยางอ่อนหรือแข็งเกินไป เพราะจะส่งผลโดยตรงต่อแรงกระแทกที่ส่งผ่านมาถึงลูกหมากกันโคลง
  • นำรถเข้ารับการตรวจสภาพอย่างสม่ำเสมอ และควรเลือกตรวจสอบช่วงล่างเป็นพิเศษอย่างน้อยปีละ 1 ถึง 2 ครั้ง ยิ่งใช้งานรถหนัก ก็ยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ
  • หลีกเลี่ยงการแต่งรถที่มีการเปลี่ยนอุปกรณ์ช่วงล่างไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นการโหลดต่ำ การเปลี่ยนโช้คอัพ หรือการใส่ล้อขนาดใหญ่ เพราะส่งผลให้ลูกหมากกันโคลงทำงานผิดปกติ และเสื่อมสภาพเร็ว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับลูกหมากกันโคลง 

ลูกหมากกันโคลงเปลี่ยนตอนไหนถึงจะดีที่สุด?

ควรเปลี่ยนทันทีเมื่อลูกหมากกันโคลงเสื่อมสภาพ มีเสียงกุกกัก ยางหุ้มฉีก หรือมีคราบจาระบีรั่วซึมออกมา หรือในกรณีที่ไม่มีปัญหาด้านการใช้งานก็ควรเปลี่ยนเมื่อใช้รถถึง 60,000 กิโลเมตร

เปลี่ยนลูกหมากกันโคลงแล้วต้องตั้งศูนย์ล้อไหม?

ถ้าเป็นรถเดิม ๆ ทั่วไปแล้วไม่จำเป็นต้องตั้งศูนย์ล้อใหม่ แต่ถ้าเป็นรถที่ผ่านการซ่อมชิ้นส่วนสำคัญของช่วงล่าง หรือรถที่มีอาการกินซ้ายกินขวา เมื่อเปลี่ยนลูกหมากกันโคลงควรตั้งศูนย์ล้อไปพร้อมกัน

เปลี่ยนลูกหมากกันโคลงราคาเท่าไหร่? 

ราคาของลูกหมากกันโคลงมีตั้งแต่ 1,000 บาท ไปจนถึง 2,000 บาท (ต่อข้าง) ราคาขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกใช้ และคุณภาพของอะไหล่ที่เลือกซื้อ


 

รับข้อเสนอพิเศษ ให้ประกันรถคุ้มครองทุกการเดินทาง ผ่อนประกันรถชั้น 1 0% ที่ SILKSPAN


แค่ใช้รถอย่างถูกวิธีก็ยืดอายุการใช้งานลูกหมากกันโคลงได้อย่างยาวนาน 

ลูกหมากกันโคลงเป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ ในช่วงล่างของรถยนต์แต่มีความสำคัญอย่างมหาศาลต่อการใช้งาน หากมีอาการผิดปกติควรนำรถเข้ารับการซ่อมแซมในทันที ไม่ควรปล่อยปละละเลยเป็นอันขาด

และที่ขาดไปไม่ได้สำหรับการใช้รถใช้ถนนก็คือประกันภัยรถยนต์ที่จะคอยดูแลรถของคุณตลอด 24 ชั่วโมง เป็นหลักประกันในเวลาที่คุณต้องเผชิญกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน หากประกันรถยนต์ของคุณใกล้จะหมด แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะต่อกับที่ไหนดี? SILKSPAN มีตัวเลือกประกันรถยนต์พร้อมด้วยความคุ้มครองที่หลากหลายให้กับคุณ ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1, ชั้น 2, ชั้น 2+ หรือชั้น 3+ ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ ใช้รถอุ่นใจทุกเส้นทาง 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม


เขียนโดย : SILKSPAN ADVISOR
เผยแพร่วันที่ : 22/12/2025
รับข้อเสนอพิเศษ

จองสิทธิ์ประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์ รับส่วนลดสูงสุด 30% กว่า 20 บริษัทชั้นนำ

  1. ต่ออายุล่วงหน้า รับส่วนลดเพิ่ม สูงสุดกว่า 500 บาท
  2. ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนเงินสด ได้สูงสุด 10 เดือน
  3. ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
  4. ฟรีรถใช้ระหว่างซ่อม หรือ เบิกค่าเดินทาง 1,000 บาท

กรอกข้อมูล เพื่อ “รับข้อเสนอพิเศษ” ต่อประกันรถยนต์

ปรึกษาประกันรถยนต์ สอบถามได้เลยผ่าน LINE SILKSPAN

กำลังโหลด