SILKSPAN

มะเร็งหลังโพรงจมูก ภัยร้ายที่เราไม่รู้ตัว

มะเร็งหลังโพรงจมูก ภัยร้ายที่เราไม่รู้ตัว

โรคมะเร็งเป็นโรคที่เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนไทย มะเร็งหลังโพรงจมูกอาจเป็นสิ่งที่คนไม่ค่อยคุ้นเคยกัน เป็นโรคที่มักพบในประเทศแถบเอเชีย เช่น จีน ไต้หวัน ฮ่องกง และประเทศไทย เป็นภัยร้ายที่มักจะมาหาเราโดยที่ไม่รู้ตัว

โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก (nasopharyngeal cancer) คือ ก้อนเนื้อผิดปกติที่เกิดขึ้นบริเวณหลังโพรงจมูก เนื่องจากอยู่ในจุดที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา จึงทำให้ไม่แสดงอาการในระยะแรก พบได้ในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 2 เท่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมี 2 ช่วงอายุคือ 15-25 ปี และ 50-60 ปี ในปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุในการเกิดโรคแต่มีข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้มีโอกาสเป็น

ปัจจัยเสี่ยง

1. พันธุกรรม

เนื่องจากเป็นโรคที่พบได้มากในแถบเอเชีย เช่น ประเทศจีนทางตอนใต้ หรือ ประเทศที่มีชาวจีนอพยพไปอยู่ เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน รวมไปถึงไทย จึงมีการสันนิษฐานว่าพันธุกรรมอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดโรค

2. อาหาร

จากงานวิจัยพบว่าสารไนโตรซามีน (Nitrosamine) มีโอกาสก่อให้เกิดมะเร็งในร่างกายในจุดต่างๆ ได้ เช่น ตับ ไต หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และรวมไปถึงการสูดดมและบริโภคที่ทำให้เกิดความเสี่ยงกับการเป็นโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกได้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งสารไนโตรซามีนที่ก่อมะเร็งชนิดนี้มักจะมีการปนเปื้อนอยู่ในอาหารประเภทหมักดอง เช่น ปลาเค็ม เนื้อเค็ม ไส้กรอกอีสานหรือแม้แต่อาหารปิ้งย่างก็มีเช่นกัน

3. ไวรัส

จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกจะมีสารภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเอปสไตน์บาร์ (Epstein-Barr virus - EBV) ในปริมาณที่สูงกว่าปกติ จึงมีการสันนิษฐานว่าไวรัสเอปสไตน์บาร์นั้นมีส่วนสำคัญต่อการเกิดมะเร็งหลังโพรงจมูก

4. สิ่งแวดล้อม

ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งหนึ่งที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้มีโอกาสเกิดมะเร็งหลังโพรงจมูกได้ เช่น ฝุ่นละออง ควันจากการเผาไหม้หญ้า สารเคมีต่างๆ รวมไปถึงควันบุหรี่ที่ก็ส่งผลต่อโอกาสในการเป็นมะเร็งเช่นกัน

5. สุขภาพ

หากมีสุขอนามัยทางช่องปากที่ไม่ดี และการมีภาวะอักเสบเรื้อรังของโพรงจมูก ก็อาจเป็นปัจจัยหนึ่งในการก่อให้เกิดโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกได้

ประกันโวิด-19

อาการที่มักจะพบ

1. พบก้อนที่คอ

ซึ่งเป็นอาการที่สังเกตได้ค่อนข้างชัด และมักจะพบมากที่สุดของผู้ป่วย โดยเฉพาะเป็นระยะลุกลามที่ไปถึงต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ ซึ่งอาจตรวจพบก้อนที่คอที่มีเพียงข้างใดข้างหนึ่งหรือมีสองข้างก็ได้ มีลักษณะแข็ง ไม่เจ็บ และเคลื่อนไหวไปมาได้

2. อาการทางจมูก

อาจพบน้ำมูกปนเลือดบ่อยครั้ง มีอาการแน่นจมูกหายใจไม่ค่อยสะดวก เสียงเปลี่ยนไป หรือมีน้ำมูกลงคอเรื้อรัง ซึ่งทำให้ผู้ป่วยหลายรายอาจได้รับการรักษาแบบโพรงจมูกหรือโพรงไซนัสอักเสบเรื้อรังมาก่อน

3. อาการทางหู

การได้ยินบกพร่อง มีเสียงดังในหู รู้สึกปวดหู หรือมีของเหลวไหลออกจากหูซึ่งเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของท่อเชื่อมหูชั้นกลางที่เกิดจากการลุกลามของมะเร็ง

4. ระบบประสาท

ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดศีรษะ มองเห็นภาพซ้อน ชาที่ใบหน้า เจ็บเสียวแก้มข้างเดียวกับตำแหน่งที่เป็นมะเร็ง ในระยะลุกลามอาจมีการอัมพาตของกล้ามเนื้อใบหน้า เวียนศีรษะ เสียงแหบ กลืนลำบาก และสำลักได้

การรักษา

มะเร็งหลังโพรงจมูกสามารถรักษาให้หายขาดได้ ยิ่งรู้ตัวว่าป่วยเร็วเท่าไรก็ยิ่งมีโอกาสในการรักษาให้หายขาดมากขึ้น แนวทางในการรักษามีดังนี้

1. การฉายรังสี

เป็นแนวทางการรักษาหลักของโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ยากต่อการทำการผ่าตัด จากการรักษาพบว่าผู้ป่วยในระยะที่ 1 มีผลการรักษาที่น่าพอใจและสามารถควบคุมโรคได้กว่า 90 %

2. การฉายรังสีควบคู่กับเคมีบำบัด

เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในระยะที่ 2 ขึ้นไป การฉายรังสีควบคู่กับการให้เคมีบำบัดจะทำให้มีประสิทธิภาพในการรักษาที่ดีขึ้น

3. การผ่าตัด

ถ้าหากสามารถควบคุมเซลล์มะเร็งหลังโพรงจมูกได้แล้ว แต่ยังมีก้อนที่คอ หรือในกรณีที่มีมะเร็งเกิดซ้ำหรือหลงเหลือในบริเวณที่จำกัด จะสามารถทำการผ่าตัดรักษาได้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละราย รวมไปถึงการพิจารณาแนวทางการรักษาตามที่แพทย์แนะนำด้วย


การป้องกันมะเร็งหลังโพรงจมูกควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดมะเร็งขึ้นได้ และที่สำคัญการสังเกตดูตัวเองอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำ หากเรายิ่งสังเกตจุดผิดปกติที่เกิดขึ้นในร่างกายเราได้เร็วเท่าไร นั่นก็ยิ่งจะทำให้เริ่มการรักษาได้เร็วขึ้นและทันท่วงทีก่อนที่มะเร็งจะลุกลามไปยังจุดอื่น


เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1


สาระน่ารู้เรื่องสุขภาพ


SILKSPAN

กำลังโหลด