SILKSPAN

4 มะเร็งร้ายที่คนไทยควรระวัง

4 มะเร็งร้ายที่คนไทยควรระวัง

โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ที่ติดต่อกันเป็นเวลานานของคนไทย ภัยร้ายที่ใกล้ตัวจนใครหลายๆ คนไม่ทันคาดคิด โดยจากข้อมูลพบว่าคนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งสูงถึงปีละกว่า 67,000 คน และมีการพบผู้ป่วยรายใหม่ เฉลี่ยราว 120,000 คนต่อปี โดยปัจจัยเสี่ยงหลักมาจากพฤติกรรม และปัจจัยภายนอก

โรคมะเร็ง คือ โรคที่เกิดจากการที่เซลล์เกิดความผิดปกติในร่างกาย เกิดจากการที่เซลล์มีการเจริญเติบโตผิดปกติอย่างรวดเร็วและไม่สามารถควบคุมได้ ลุกลามและแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย ส่งผลให้เซลล์ปกติและอวัยวะล้มเหลว สามารถรักษาให้หายด้วยวิธีการต่างๆ แต่ก็อาจเป็นอันตรายและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต

4 ชนิดของมะเร็งที่พบสูงสุดในคนไทย

1. มะเร็งตับ

เป็นโรคมะเร็งที่มีโอกาสขึ้นกับทั้งเพศชายและหญิง แต่มีโอกาสเกิดขึ้นในเพศชายที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปสูงกว่า 2-3 เท่า ระยะแรกมักไม่แสดงอาการ

มะเร็งตับแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

  • ชนิดปฐมภูมิ ที่เกิดจากเนื้อเยื่อของตับโดยตรง จะพบ 2 ประเภท คือ มะเร็งเซลล์เนื้อเยื่อตับ และ มะเร็งท่อน้ำดีของเนื้อตับ
  • ชนิดทุติยภูมิ เกิดจากการแพร่กระจายมาจากโรคมะเร็งชนิดอื่นจากจุดอื่นมายังตับ เช่น โรคมะเร็งปอด

มะเร็งตับไม่ได้มีสาเหตุมาจากดื่มสุราเพียงอย่างเดียว

จากความเข้าใจผิดของหลายๆ คนที่มักคิดว่าผู้ที่เป็นมะเร็งตับจะเกิดสาเหตุจากการดื่มสุรา ซึ่งเป็นความจริงแต่ไม่ทั้งหมด สาเหตุของการเกิดมะเร็งตับสามารถเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่น

  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดโรคตับแข็งและเกิดภาวะแทรกซ้อนที่นำไปสู่ภาวะตับวาย และนำไปสู่กลุ่มอาการโรคไตเนื่องจากโรคตับ สมองทำงานผิดปกติ และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งตับ
  • ไวรัสตับอักเสบบี และ ซี เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อกันทางเลือด เพศสัมพันธ์ ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสจะทำให้มีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งตับเพิ่มขึ้นประมาณ 20 เท่า
  • ไขมันพอกตับ เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถนำไขมันที่รับประทานเข้าไปใช้ได้หมด จึงสะสมเป็นไขมันในรูปไตรกลีเซอไรด์ในตับซึ่งส่งผลทำให้ตับเข็งและเกิดโรคมะเร็งตับได้
  • สารอะฟลาท็อกซิน Aflatoxin คือ เชื้อราที่อยู่ในถั่วลิสงที่อับชื้น พริกแห้ง กระเทียม และหัวหอม เป็นสารที่ไม่สามารถสลายได้เมื่อผ่านความร้อน คนมักคิดว่าอาจได้รับแค่ในปริมาณที่น้อย แต่ในความจริงแล้วถึงแม้ว่าปริมาณจะน้อยแต่ก็สามารถเกิดการสะสมได้ในระยะยาว ทำให้เกิดการอักเสบของตับและเกิดภาวะตับแข็ง และเกิดมะเร็งตับไปในที่สุด
ประกันโวิด-19

2. มะเร็งลำไส้ใหญ่

เกิดจากความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติของลำไส้ใหญ่ เซลล์เกิดการแบ่งตัวเป็นจำนวนมากและควบคุมไม่ได้จนเกิดเป็นเนื้องอก และใช้เวลาบ่มเพาะนานหลายปี นั่นจึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มะเร็งชนิดนี้จะไม่ค่อยพบอาการในระยะแรก และตัวมะเร็งสามารถลุกลามไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้

ทำอย่างไรจึงไม่ให้สายเกินแก้

โดยส่วนใหญ่ของผู้ป่วยที่กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ก็ต่อเมื่อมีอาการถ่ายผิดปกติต่างๆ เช่น ถ่ายอุจจาระมีเลือด ท้องผูก ถ่ายมีมูกเลือด อุจจาระลำเล็กลง ซึ่งเมื่อพบอาการดังกล่าวก็มักจะเป็นในระยะที่มีอาการมากแล้ว และมีโอกาสการเสียชีวิตสูง

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ สามารถใช้วิธีการตรวจคัดกรองสำหรับการหาโรคมะเร็งได้ ซึ่งสามารถทำได้หลากหลายวิธี

  • การตรวจอุจจาระหาเลือดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Fecal Occult Blood Test) โดยทำปีละ 1 ครั้ง
  • การส่องกล่องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ทุกๆ 5-10 ปี
  • การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (Flexible sigmoidoscopy) ร่วมกับ การตรวจสวนแป้งลำไส้ใหญ่ (double contrast Barium enema) ทุก 5 ปี
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ด้วยภาพเสมือนจริง (Computed tomography colonoscopy) ทุกๆ 5 ปี

การตรวจคัดกรองแนะนำให้ผู้ที่ไม่มีความเสี่ยงเริ่มทำการตรวจได้ตั้งแต่มีอายุครบ 40-50 ปี และสำหรับผู้ที่มีญาติใกล้ชิดก็ยิ่งมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ แนะนำให้ตรวจคัดกรองเมื่ออายุ 40 ปี หรือ อายุ 5 ปีก่อนอายุของคนในครอบครัวที่ได้รับวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

3. มะเร็งช่องปาก

เป็นโรคมะเร็งอีกชนิดที่พบมากในคนไทย โดยพบได้ทั้งเพศหญิงและชาย แต่มีโอกาสพบมากในเพศชายมากกว่า และพบมากในกลุ่มคนที่มาอายุ 40 ปีขึ้นไป โรคมะเร็งช่องปาก มักเกิดที่ริมฝีปากล่าง ซึ่งมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งได้ในทุกตำแหน่งของอวัยวะในช่องปาก

การตรวจและวินิจฉัยสามารถทำได้โดยง่ายจากการตรวจสุขภาพฟันประจำปี โดยทันตแพทย์อาจตรวจลักษณะจำเพาะบางชนิดที่อาจพบในขณะตรวจได้ เช่น อาการบวมโตของเนื้องอก หรือ เกิดความผิดปกติกับเนื้อเยื่อในช่องปาก หากตรวจพบสามารถทำการผ่ารักษาเอาเนื้องอกออก ควบคู่ไปกับการฉายรังสีรักษา หรือการใช้เคมีบำบัดเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่

ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสให้เกิดมะเร็งในช่องปาก

  • การสูบบุหรี่ หากมีการสูบบุหรี่ ซิการ์ หรือ ไปป์ มีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งช่องปากมากกว่าคนปกติถึง 6 เท่า
  • การดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ มีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งช่องปากมากกว่าคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์มากถึง 6 เท่า
  • การเคี้ยวหมาก รวมไปถึง พลู ยาเส้น ยาฉุน ก็เป็นอีกสิ่งที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งช่องปากได้เนื่องจากมีสารก่อมะเร็งเจือปนอยู่
  • การติดเชื้อไวรัส HPV ไวรัส HPV (Human papilloma virus) คือ เชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อที่เยื่อบุผิว ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก มีทั้งสายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดมะเร็งและก่อให้เกิดมะเร็ง สามารถติดได้ด้วยการสัมผัสโดยตรง
  • เกิดบาดแผลในช่องปาก โรคมะเร็งช่องปากสามารถเกิดขึ้นได้หากมีบาดแผลเรื้อรังในช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นจากฟันผุ ฟันบิ่น หรือฟันปลอมที่หลวม จนทำให้เนื้อเยื่อในบริเวณนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็นมะเร็ง
  • โดยทางกรรมพันธุ์ หากมีในเครือญาติที่มีประวัติเคยพบมะเร็งช่องปาก ก็อาจมีโอกาสที่จะพบได้เช่นเดียวกัน

4. มะเร็งปอด

เป็นโรคมะเร็งที่พบได้มากเป็นอันดับ 1 ที่คร่าชีวิตของประชากรทั่วโลกและเป็นมะเร็งที่พบได้ทั้งในเพศชายและหญิง โรคมะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่พบมากในเพศชายเป็นอันดับ 1 และพบในเพศหญิงเป็นอันดับ 3 ส่วนมากมักพบและทำการรักษาเมื่ออยู่ในระยะลุกลามแล้ว

มะเร็งปอดเกิดจากการที่เซลล์เยื่อบุหลอดลมปอดได้รับความระคายเคืองติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ สามารถเกิดได้ทั้งในบริเวณหลอดลมใหญ่ใกล้ขั้วปอด หรือในหลอดลมแขนงเล็กๆ ส่วนปลายก็สามารถเกิดได้

สาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งปอด

  • การสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ ซิการ์ หรือไปป์ เป็นสาเหตุหลักของการทำให้เกิดมะเร็งปอดสูงถึง 80-90% การสูบส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเซลล์หลอดลมที่อาจกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ ผู้ที่สูบมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง 10 เท่า และผู้ที่สูดดมและอยู่ใกล้ชิดก็มีโอกาสเป็นได้สูงถึง 2 เท่าจากคนทั่วไป และการสูบบุหรี่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามได้มาได้อีกด้วย
  • สารพิษ การทำงานในอุตสาหกรรมที่มีสารก่อมะเร็ง ที่อาจมีการสัมผัสสารแอสเบสตอส หรือ แร่ใยหินที่มักนำมาใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ เช่น ผ้าเบรก คลัช และรวมไปถึงในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง อุตสาหกรรมสิ่งทอ เหมืองแร่ ก็สามารถทำเกิดโอกาสที่จะเป็นมะเร็งสูงกว่าคนทั่วไปถึง 5 เท่า โดยเฉพาะผู้ที่มีการสูบบุหรี่ร่วมด้วยจะทำให้มีโอกาสสูงกว่าคนทั่วไปถึง 90 เท่า
  • โรคปอด ผู้ที่เคยมีรอยโรคปอดที่เกิดจากโรคต่างๆ เช่น วัณโรคหรือโรคถุงลมโป่งพอง ก็มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งสูงกว่าคนทั่วไป
  • มลภาวะ จากการศึกษาพบว่า ฝุ่น PM2.5 ทำให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอดสูงถึง 1-1.4 เท่าจากคนทั่วไป

โรคมะเร็งเป็นภัยร้ายใกล้ตัวที่ทุกคนมีโอกาสจะเกิดขึ้นได้ในร่างกาย หมั่นดูแลสุขภาพร่างกาย และถ้าหากมีโอกาสก็ควรรับการตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะคนในกลุ่มเสี่ยงหากมีโอกาสควรทำการตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง ถ้าหากทราบผลว่าเป็นมะเร็งจะได้รีบทำการรักษาให้ทันท่วงที


เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1


สาระน่ารู้เรื่องสุขภาพ


SILKSPAN

กำลังโหลด