SILKSPAN

ผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีนโควิด-19

ผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีนโควิด-19

การรับวัคซีนเพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 เพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของอาการเมื่อได้รับเชื้อ และลดการแพร่กระจายตัวของเชื้อ การฉีดวัคซีนเปรียบเสมือนการกระตุ้นร่างกายเพื่อให้ทำความรู้จักกับเชื้อ เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันและทำลายเมื่อเจอเชื้อโรค การฉีดวัคซีนอาจเกิดผลข้างเคียง โดยที่พบได้ส่วนใหญ่มักจะอยู่ในระดับรุนแรงเล็กน้อยไปจนถึงปานกลาง และส่งผลเป็นระยะเวลาสั้นๆ ควรศึกษาและทราบถึงอาการของผลข้างเคียงที่อาจพบก่อนฉีดวัคซีน

ผลข้างเคียงหรืออาการแพ้ที่มีระดับเล็กน้อย

อาการต่างๆ สำหรับผู้ที่ผลข้างเคียงที่มีระดับเล็กน้อยหลังได้รับวัคซีนโควิด-19 ได้แก่

  • มีอาการปวดบริเวณที่ฉีดวัคซีน
  • มีไข้
  • เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • ท้องเสีย
  • ปวดบริเวณข้อต่อ
  • คลื่นไส้

อาการต่างๆ อาจจะสามารถเห็นผลข้างเคียงได้ภายในทันทีและอาจมีผลหลังจากฉีดวัคซีนไปแล้วหลายชั่วโมงหรือเกิน 24 ชั่วโมงขึ้นไป อาการบางอย่างเราสามารถบรรเทาอาการได้เอง เช่น สามารถนำผ้าชุบน้ำเย็นประคบบรรเทาอาการปวดบวมบริเวณที่ฉีดได้และถ้ามีอาการอ่อนเพลียพยายามดื่มน้ำให้มากๆ พักผ่อนให้เพียงก็จะสามารถทำให้อาการดีขึ้น ถ้าอาการไม่ดีขึ้น หรือพบว่ามีอาการที่รุนแรงมากขึ้นควรติดต่อแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ

ประกันโวิด-19

อาการแพ้วัคซีนขั้นรุนแรงเป็นอย่างไร?

หลังจากฉีดวัคซีนเสร็จสิ้น จะต้องนั่งเฝ้าระวังอาการประมาณ 30 นาที อาการที่ไม่รุนแรงและอาการประเภทที่มีผลข้างเคียงในระดับที่เล็กน้อยโดยส่วนใหญ่สามารถหายเอง แต่ถ้ามีอาการแพ้รุนแรงมักจะเกิดอาการภายใน 15 นาทีหลังทำการฉีดวัคซีน ซึ่งอาการที่มักจะพบ ได้แก่

  • มีผื่นขึ้น มีตุ่มน้ำพอง หรือมี จุดเลือดออกจำนวนมาก
  • มีอาการบวมบริเวณต่างๆ
  • หนาวสั่น
  • ใจสั่น
  • แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก
  • มีไข้สูง
  • ปวดศีรษะรุนแรง
  • อาเจียนไม่ต่ำกว่า 5 รอบ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ชัก
  • หมดสติ

หากเกิดอาการข้างต้นภายในเวลาที่นั่งพักเฝ้าสังเกตอาการ 15-30 นาที ให้รีบแจ้งแพทย์หรือพยาบาลเพื่อรับการรักษาทันที แต่ถ้าหากเกิดอาการหลังจาก 30 นาทีต้องรีบขอความช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาล

ข้อควรระวังในการฉีดวัคซีน

- อายุ/เพศที่กำหนด

วัคซีนบางตัว เช่น แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca หรือ AZ) มีความเสี่ยงที่จะเกิดลิ่มเลือด ในคนอายุ 40-49 ปีอยู่ที่อัตรา 1:100,000 คน และความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นในอัตรา 1:60,000 คนที่มีอายุ 30-39 ปี

- มีประวัติแพ้ยา

หากเป็นคนที่มีประวัติแพ้ยา หรือส่วนประกอบของวัคซีนอย่างรุนแรงไม่แนะนำให้ฉีด หรือต้องฉีดโดยอยู่ในการดูแลของแพทย์

- ตรวจพบเชื้อโควิด-19

หากมีการตรวจพบเชื้อภายในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ต้องทำการรักษาให้หายและสามารถรับวัคซีนได้อีกครั้งหลังติดโควิด-19 อย่างน้อย 3 เดือน

- มีโรคประจำตัวหรืออาการอื่นๆ

หากมีโรคประจำตัวที่อาจต้องทานยาเป็นพิเศษ เช่น มีอาการเจ็บหน้าอก หอบ เหนื่อย ใจสั่น มีอาการเกี่ยวกับสมองและระบบประสาท มีภาวะเลือดออกง่ายและหยุดยาก มีเกล็ดเลือดต่ำ หรือเป็นคนที่ต้องใช้ยาเพื่อละลายการแข็งตัวของเลือด ควรทำการแจ้งก่อนการฉีดวัคซีนและควรให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์

- การตั้งครรภ์

สำหรับคนที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีการวางแผนตั้งครรภ์ ควรให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์

- มีอาการเจ็บป่วย

หากเป็นคนที่มีอาการเจ็บป่วยหรือกำลังรักษาอาการอยู่ไม่เกิน 14 วัน ควรเลื่อนนัดและรักษาร่างกายให้เป็นปกติก่อนการฉีดวัคซีน แต่ถ้าหากมีอาการเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อย ขอคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนการฉีด และให้อยู่ในดุลยพินิจการตัดสินใจของแพทย์


การฉีดวัคซีนดูเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้กับทุกคน หมั่นสังเกตตัวเองและเตรียมความพร้อมให้ดีก่อนการไปรับวัคซีน หากหลังจากการฉีดมีอาการแพ้ควรทำการแจ้งแพทย์หรือพยาบาล เพื่อเป็นการจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานไว้สำหรับเป็นการอ้างอิงในการฉีดวัคซีนในคราวถัดไป แต่อย่างไรก็ตามวัคซีนก็ยังไม่สามารถป้องกันโควิด-19 ได้ 100% จึงยังต้องสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือให้บ่อยและสะอาดหลังจากหยิบจับสิ่งของที่ไม่สะอาด ระวังและรักษาตัวเพื่อป้องกันตัวจากเชื้อโรคโควิด-19


เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1


สาระน่ารู้เรื่องสุขภาพ


SILKSPAN

กำลังโหลด