9 ข้อถูกทวงหนี้บัตรเครดิตอย่างไรไม่ถูกต้อง


9 ข้อถูกทวงหนี้บัตรเครดิตอย่างไรไม่ถูกต้อง

เมื่อเราเกิดการใช้งานบัตรเครดิต เกิดการค้างชำระ และมีภาระหนี้สินขึ้นมาการใช้งานของเรา ทางธนาคาร หรือสถาบันทางการเงินที่เป็นผู้ให้บริการบัตรเครดิตของเราที่อยู่ในสถานะเจ้าหนี้ก็จะเริ่มทำการทวงถามหนี้ค้างชำระจากเรา มาเรียนรู้กันว่า การทวงหนี้อย่างไรเป็นสิ่งที่ทำได้ และอย่างใดคือสิ่งที่ไม่ควรทำ

ลูกหนี้ กับ ผู้ทวงถามหนี้ คือใคร?

“ลูกหนี้” คือ บุคคลธรรมดาที่ทำการกู้ยืมเงินมา และในที่นี้รวมไปถึงผู้ค้ำประกันด้วยเช่นกัน

“ผู้ทวงถามหนี้ หรือผู้มีสิทธิ์ทวงหนี้” คือ เจ้าหนี้โดยตรง อาจเป็นได้ทั้งธนาคาร หรือสถาบันทางการเงินผู้ให้บริการสินเชื่อ, บัตรเครดิต หรือเช่าซื้อ ซึ่งประกอบอาชีพตามกฎหมาย และนอกกฎหมาย เช่น เจ้าหนี้นอกระบบ หรือเจ้าหนี้ในกิจกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย เช่น เจ้าหนี้ที่มาจากหนี้พนันต่างๆ และรวมไปถึงการติดหนี้แบบเพื่อนยืมเพื่อนด้วยเช่นกัน

เจ้าหนี้ “ห้าม” ทวงหนี้แบบไหนบ้าง?

เจ้าหนี้ “ห้าม” ทวงหนี้แบบไหนบ้าง?

1.ห้ามติดต่อบุคคลอื่น ติดต่อได้เฉพาะลูกหนี้ หรือบุคคลที่ระบุไว้เพื่อทวงถามหนี้

สำหรับลูกหนี้สิ่งที่ควรรู้ไว้ คือ การทวงหนี้ที่ถูกต้องคือการทวงหนี้กับทางลูกหนี้เองโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการทวงโดยต่อหน้า หรือไปรษณีย์ และสามารถติดต่อบุคคลอื่นได้เฉพาะบุคคลที่ลูกหนี้ระบุไว้ว่าสามารถทวงถามหนี้ได้เท่านั้น

2.ห้ามไปทวงถามหนี้ที่ทำงาน

ในอดีต ก่อนที่จะมีกฎหมายใหม่บัญญัติขึ้นมา เจ้าหนี้หลายเจ้ามักทำการทวงหนี้บัตรเครดิตไปทางที่ทำงาน โดยติดต่อไปยังนายจ้าง หรือเพื่อนร่วมงานของลูกหนี้เพื่อทำการบอกเกี่ยวกับหนี้ของลูกหนี้ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างความอับอาย แต่ในกฎหมายใหม่นี้อนุญาตให้เจ้าหนี้ติดต่อไปยังที่ทำงาน หรือบุคคลอื่นได้เพื่อสอบถามเรื่องอยู่ และสถานที่ติดต่อลูกหนี้เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ประจานลูกหนี้ หรือทำให้ลูกหนี้เสียชื่อเสียง

3.ห้ามบอกความเป็นหนี้ของลูกหนี้

กฎหมายระบุไว้ว่าไม่สามารถให้เจ้าหนี้ประจานลูกหนี้ได้ และห้ามบอกคนที่ไม่เกี่ยวข้อง ยกเว้นเป็นคนในครอบครัวของลูกหนี้ เช่น สามี ภรรยา บุตร และบุพการี และสามารถแจ้งได้หาบุคคลอื่นถามเจ้าหนี้ว่า “มาติดต่อเพราะสาเหตุอะไร”

4.ห้ามติดต่อนอกสถานที่ที่ระบุไว้

เจ้าหนี้สามารถทวงถามหนี้จากลูกหนี้บัตรเครดิตได้ในสถานที่ที่ระบุไว้เท่านั้น หากลูกหนี้ไม่มีการตอบรับ และทางเจ้าหนี้ได้ทำการติดต่อในหลายครั้งแล้ว สามารถติดต่อไปยังภูมิลำเนา ถิ่นที่อยู่ หรือสถานที่ทำงานของลูกหนี้ได้ตามกฎหมายกำหนด

5.ห้ามทวงหนี้นอกเวลา

การทวงหนี้บัตรเครดิตที่ถูกต้อง เจ้าหนี้จะทำการทวงหนี้ได้ในวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่ 8.00 น. – 20.00 น. และวันหยุดราชการ 8.00 – 18.00 น. เท่านั้น

6.ห้ามเจ้าหนี้ทวงถามหนี้ได้เกินกี่ครั้งต่อวัน

เจ้าหนี้สามารถทวงได้ไม่เกิน 1 ครั้งต่อวัน แต่ถ้าเป็นในกรณีการทวงเงินแบบเพื่อนทวงเพื่อนสามารถทวงได้เกิน 1 ครั้งต่อวัน

7.ห้ามสร้างความเข้าใจผิดในการทวงถามหนี้

เจ้าหนี้ห้ามใช้ข้อความ เครื่องหมายของชื่อธุรกิจบนซองจดหมาย หนังสือ หรืออื่นๆ ที่จะทำให้บุคคลอื่นเข้าใจได้ว่าติดต่อเพื่อทำการทวงหนี้

และเจ้าหนี้ห้ามทำการแสดงตนเพื่อติดต่อให้ผู้ติดต่อเข้าใจผิด เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อของลูกหนี้

8.ห้ามทวงหนี้โดยไม่มีการรับมอบอำนาจ

หากผู้ที่ทวงถามหนี้ ไม่ใช่เจ้าหนี้โดยตรง ผู้ทวงถามหนี้จะต้องแสดงหนังสือรับมอบอำนาจที่มาจากเจ้าหนี้บัตรเครดิตให้ลูกหนี้บัตรเครดิตดู และเมื่อเกิดการชำระหนี้ ก็จะต้องออกหลักฐานการชำระหนี้ให้ลูกหนี้ ที่ถือว่าเป็นการชำระหนี้โดยชอบแก่เจ้าหนี้โดยชอบแก่เจ้าหนี้ ไม่ว่าผู้ที่ทวงถามหนี้จะได้รับมอบอำนาจมาจริงหรือไม่

9.ห้ามข่มขู่ หรือใช้คำพูดดูหมิ่นลูกหนี้

การทวงถามหนี้ต้องเกิดขึ้นโดยการใช้คำพูดที่สุภาพ และไม่เป็นการดูหมิ่นลูกหนี้ ห้ามมีการข่มขู่ ใช้ความรุนแรง หรือการกระทำอื่นที่ทำให้ร่างกายบาดเจ็บ หรือเกิดความเสียหายกับชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้บัตรเครดิตโดยเด็ดขาด หากเจ้าหนี้ละเมิดจะมีความผิดตามกฎหมายอาญา

 

สำหรับลูกหนี้บัตรเครดิตก็ควรเรียนรู้ข้อห้ามต่างๆ ที่ทางธนาคาร หรือสถาบันทางการเงินผู้เป็นเจ้าหนี้ของเราห้ามทำโดยเด็ดขาด หากเกิดขึ้นสามารถร้องเรียนได้ที่ “คณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้” ได้โดยตรง แต่อย่างไรก็ควรต้องจบปัญหาหนี้ เคลียร์หนี้ให้หมดโดยเร็วที่สุด ปรับวิธีการใช้จ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต และวางแผนการใช้จ่ายให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีกครั้ง

 

 

ข้อมูลจาก : ธนาคารแห่งประเทศไทย

 


เขียนโดย : SILKSPAN ADVISOR
เผยแพร่วันที่ : 18/07/2022
บริการแจ้งเตือนผ่านช่องทางต่างๆ

กำลังโหลด