ViewContent น้ำตาลในเลือด คืออะไร - SILKSPAN
SILKSPAN

น้ำตาลในเลือด คืออะไร

น้ำตาลในเลือด คืออะไร

สถิติจากสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศพบว่า คนไทยทุกๆ 11 คน จะมีคนป่วยเป็นเบาหวาน 1 คน แต่มีผู้ป่วยโรคเบาหวานถึง 43% ที่ยังไม่รู้ตัวว่าป่วยเป็นโรคนี้ การทำความเข้าใจระดับน้ำตาลในเลือดของตนเองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

น้ำตาลในเลือด คือ ความเข้มข้นของระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด กลูโคสถือเป็นแหล่งพลังงานหลักของเซลส์ในร่างกายและเป็นน้ำตาลที่มีอยู่ในเลือดของมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป ตามปกติร่างกายของเราจะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุลอยู่เสมอ

ตรวจน้ำตาลในเลือด

การตรวจระดับน้ำตาลทางการแพทย์จะแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักคือ

1. การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังงดอาหาร 8 ชั่วโมง หรือที่เรียกว่า Fasting Blood Sugar (FBS) เป็นการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดในระยะ 2-3 วันที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่จะตรวจในช่วงเช้าเพราะระดับน้ำตาลในเลือดจะอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดหลังงดอาหารมาหนึ่งคืน ค่าเฉลี่ยนี้จะผันผวนได้ตลอดทั้งวัน ขึ้นอยู่กับภาวะต่างๆ เช่น ความเครียด หรือการกินอาหารบางประเภท

ผลตรวจ: ถ้ามีน้ำตาลกลูโคสต่ำกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ถือว่าอยู่ในระดับปกติ ถ้ามีน้ำตาลกลูโคสตั้งแต่ 100 – 125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการกินอาหารทันที ถ้ามีน้ำตาลกลูโคสสูงตั้งแต่ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ถือว่าเป็นโรคเบาหวานแล้ว ควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการรักษา


2. การตรวจระดับน้ำตาลสะสมในเลือดระยะเวลา 3 เดือน หรือ Glycohemoglobin HbA1c คือการตรวจค่าระดับน้ำตาลกลูโคสที่จับอยู่กับฮีโมโกลบิน หรือโปรตีนที่อยู่ในเซลล์เม็ดเลือดแดงนั่นเอง ตามปกติเซลล์เม็ดเลือดแดงจะมีอายุประมาณ 1 - 3 เดือน ดังนั้นการตรวจประเภทนี้จะแสดงผลเฉลี่ยระดับน้ำตาลในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งสามารถวินิจฉัยโรคเบาหวานได้แม่นยำกว่า ไม่ต้องอดอาหาร สามารถเจาะเวลาไหนก็ได้ แต่มีราคาสูงกว่าเนื่องจากเป็นการตรวจที่ต้องได้มาตรฐานทางการแพทย์

ผลตรวจ: ในเกณฑ์ปกติ ค่าน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดจะอยู่ระหว่าง 4 – 6 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้ป่วยโรคเบาหวานจะอยู่ที่ 6.5 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป


การตรวจน้ำตาลในเลือดทุกๆ 6 เดือนจะช่วยให้สามารถติดตามและเพื่อควบคุมโรคเบาหวานได้ เนื่องจากโรคเบาหวานเป็นโรคที่ไม่มีวันรักษาหายขาด การป้องกัน และการดูแลรักษาร่างกายและระดับนำตาลให้คงที่นั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง



กำลังโหลด