SILKSPAN

เลือกใช้หน้ากากอะไรดี ให้ป้องกันทั้งไวรัส COVID-19 และ PM2.5

วิธีเลือกใช้หน้ากาก ให้ป้องกันทั้งไวรัส COVID-19 และ PM2.5

ช่วงนี้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งรวมปัญหาสุขภาพเริ่มกันตั้งแต่ต้นปี 2020 เลยทีเดียว ในขณะที่ฝุ่นละออง PM2.5 ยังไม่ทันจะคลี่คลาย เรายังเจอกับไวรัส COVID-19 หรือไวรัสที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบระบาดในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนอีกด้วย ดังนั้นเรามารู้จักประเภทของหน้ากากอนามัย และการเลือกใช้ให้เหมาะสมกันดีกว่า

หน้ากากอนามัย N95

1. หน้ากากอนามัย N95 เป็นหน้ากากอนามัยที่คนนิยมใช้มากที่สุด หาซื้อได้ตั้งแต่ราคา 30 -250 บาทต่อชิ้น หน้ากากชนิดนี้สามารถป้องกันไดเชื้อโรค ฝุ่นละออง ไปจนถึงกันเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน หน้ากาก N95 จึงถือว่าใช้ใส่ปกป้องได้ทั้งไวรัส COVID-19 และฝุ่น PM 2.5 ได้ดี


หน้ากากอนามัย N95 แบบติดวาล์วระบายอากาศ

2. หน้ากากอนามัย N95 แบบติดวาล์วระบายอากาศ คุณสมบัติของหน้ากาก N95 รุ่นนี้คือสามารถใช้ป้องกันตั้งแต่ ควันท่อไอเสีย เกสร ฝุ่น PM2.5 จนไปถึงไวรัส แม้ราคาจะสูงแต่ข้อดีของหน้ากากติดวาล์ว คือ ช่วยระบายไอร้อนจากการหายใจออกไปได้ ใส่แล้วไม่อึดอัด หายใจสะดวก และเหมาะมากสำหรับผู้ที่เป็นโรคระบบเดินทางหายใจ หรือโรคหัวใจเรื้อรัง


หน้ากากอนามัยแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้น

3. หน้ากากอนามัยแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้น หรือ “หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (surgical masks)” ที่ด้านหนึ่งเป็นสีเขียว เป็นรุ่นที่หาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพง มีคุณสมบัติกันน้ำได้จึงเหมาะที่สุดในการป้องกันทั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ป้องกันได้ทั้งละอองน้ำลายน้ำมูกที่อาจกระจายออกมาเวลาไอหรือจาม แต่หากเป็นฝุ่นละอองที่เล็กกว่า 2.5 ไมครอนอย่าง PM2.5 รุ่นนี้จะป้องกันได้เพียง 60% เท่านั้น หากจำเป็นต้องใช้ใส่ป้องกันฝุ่น PM2.5 ควรใส่ซ้อนกันสองชั้น


หน้ากากคาร์บอนสีดำ

4. หน้ากากคาร์บอนสีดำ บางคนอาจยังแยกไม่ออกว่า คุณสมบัติของหน้ากากอนามัยประเภทนี้ต่างจากรุ่นอื่นอย่างไร หน้ากากคาร์บอนนี้มีคุณสมบัติหลักคือป้องกันกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ แบคทีเรีย และฝุ่นละอองตั้งแต่ขนาด 3 ไมครอนขึ้นไป ดังนั้นมันจึงไม่สามารถป้องกันฝุ่น PM2.5 และเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กกว่าได้


หน้ากากอนามัยแบบผ้าฝ้าย

5. หน้ากากอนามัยแบบผ้าฝ้าย หน้ากากอนามัยประเภทนี้มีระดับความป้องกันเชื้อแบคทีเรีย ไวรัสและฝุ่นละอองที่ขนาดใหญ่ 3 ไมครอนขึ้นไป สามารถป้องกันน้ำมูกน้ำลายจากการไอหรือจามได้ดีเหมือนกับหน้ากากแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้น แต่ไม่เหมาะสำหรับใช้เพื่อป้องกันฝุ่น PM 2.5 เช่นเดียวกับหน้ากากคาร์บอน มีข้อดีคือประหยัดกว่าการใช้หน้ากากอนามัยแบบอื่นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเราสามารถซักด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้หน้ากากอนามัยนี้ร่วมกับผู้อื่น


แม้ว่าเราจะมีหน้ากากใส่ป้องกันฝุ่นและไวรัสแล้ว ช่วงนี้ควรดูแลสุขภาพให้ดี หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในบริเวณที่มีผู้คนแออัดเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัส และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่ค่า PM2.5 สูงด้วย


แจกฟรี! ประกันชีวิต COVID-19

สมัครก่อน รับสิทธิ์ก่อน คุ้มครองนาน 60 วัน


SILKSPAN

กำลังโหลด