กว่า กับลูกค้ากว่า 2 ล้านราย

ติดตามสาระดีๆ ที่นี่

บัตร VISA/ Master Card/ JCB ต่างกันอย่างไร

พุธ 29 เมษายน 2558

ทั้งหมดเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย (Payment Gateway) บัตรเครดิตเพื่อเชื่อมโยงกันในระบบชำระเงินจากร้านค้าไปยังธนาคารต่างๆ ทั่วโลก
ถ้าบัตรเครดิตที่เรารูดไม่ใช่ธนาคารเดียวกันกับเครื่องรูด บัตรของร้านค้า ข้อมูลบัตรเครดิตเราจะถูกส่งผ่านเครือข่ายเหล่านี้ไปยังธนาคารเจ้าของบัตร ซึ่งในขณะนี้มี 7 แบรนด์คือ Visa, MasterCard, American Express, Discover, Diner's Club, UnionPay และ JCB.

  • VISA เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายในการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตจากประเทศอเมริกาที่มีจำนวนใช้มากที่สุด ซึ่งมีทั้งบัตรเครดิต และบัตรเดบิต
  • Master Card เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายในการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตจากประเทศอเมริกาอีก เจ้าหนึ่ง มีทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรพรีเพด เช่นกัน
  • JCB (Japan Credit Bureau) เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายบัตรเครดิตจากประเทศญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะใช้ในวงการการท่องเที่ยวเช่น จองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รถเช่า และร้านค้าจากญี่ปุ่น สำหรับในประเทศไทยสามารถสมัครได้ที่ธนาคาร AEON และ KTC
  • UnionPay หรือ China UnionPay ก่อตั้งในปี 2002 โดยความร่วมมือของธนาคารในประเทศจีน และมีใช้ใน 141 ประเทศทั่วโลก สำหรับร้านค้าในประเทศไทยที่รับบัตร UnionPay ก็มีเช่น เซ็นทรัล, อิเซตัน, พารากอน, เอ็มโพเรียม, โรบินสัน, คิงพาวเวอร์, ร้านบูท เป็นต้น

สำหรับร้านค้าในประเทศไทยส่วนจะรับชำระได้ ทั้ง Visa, MasterCard ส่วน JCB เหมาะกับผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น และ UnionPay จะเหมาะกับผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศจีน มาเก๊า ฮ่องกง บ่อยๆ

VISA vs Master Card

ถึงแม้ว่าร้านค้าส่วนใหญ่จะรับทั้งบัตร Visa, MasterCard แต่ทั้ง 2 บัตรก็มีข้อแตกต่างที่ผู้ถือบัตรควรต้องรู้ไว้เช่นกัน

  1. ร้านค้าที่รับบัตร Visa มีร้านค้าที่รับบัตรกว่า 28 ล้านร้าน และตู้ ATM ที่สามารถกดเงินสดได้ 2 ล้านตู้ใน 200 ประเทศทั่วโลก ส่วนทาง MasterCard เองก็มีร้านค้าที่รับบัตรกว่า 30 ล้านร้านค้าทั่วโลกเช่นกัน แต่ก็มีบางครั้งที่ผู้ถือบัตรต้องมีปัญหาในการชำระเพราะร้านไม่รับบัตรค่าย ที่ผู้ใช้ถืออยู่ เช่นบางร้านค้าในแคนาดาที่รับบัตร Visa แต่ไม่รับ MasterCard
  2. โปรโมชั่นและ ทั้ง Visa และ MasterCard ต่างก็มีโปรชั่นเมื่อรูดผ่านเครือข่ายของตัวเองให้ผู้ถือบัตรทั้งคู่ โดยจะแตกต่างกับไปตามบัตรแต่ละประเภท ยกตัวอย่างโปรโมชั่น เช่น บัตร Visa classic จะมีโปรโมชั่นการเช่ารถให้ผู้ใช้ แต่ถ้าเป็นบัตร Visa Signature จะมีประกันการเดินทางและการใช้จ่ายให้ เช่นเมื่อผู้ถือเข้าพักในโรงแรม Visa Signature Luxury Hotel Collection สามารถอัพเกรดห้องได้ฟรี, มีบริการอินเตอร์เนต, อาหารเช้า, และเช็คเอาท์สายได้

    ส่วน MasterCard มีโปรโมชั่นให้ผู้ถือบัตร World หรือ World Elite MasterCards เมื่อเข้าพักในโรงแรม MasterCards World Elite ก็จะมีบริการอัพเกรดห้องฟรี, มีบริการอินเตอร์เนต, อาหารเช้า, และเช็คเอาท์สายได้เช่นกัน และยังมีโปรโมชั่นด้านอื่นๆ อีกเช่น กีฬา เอนเตอร์เทน ช็อปปิ้ง และงานอีเวนท์ในเมืองต่างๆ ทั่วโลก

บัตรไหนที่คุณควรเลือก

สุดท้ายแล้วคุณอาจจะพบว่าความแตกต่างของบัตรทั้งสองใบมีน้อยมาก แต่อย่างไรก็ตามผู้ถือบัตรควรใช้เวลาในการตรวจสอบความแตกต่างของโปรโมชั่น และร้านค้าที่ใช้ประจำเพื่อผลประโยชน์ที่จะได้รับบัตรที่ตรงตามความต้องการ ที่สุด

เช็กโอกาสอนุมัติ

สาระเรื่องเด่น